บทบรรณาธิการ : 1 ตุลาคม 2569

แก้มลิงที่หายไป กับโจทย์ใหญ่การระบายน้ำกทม.
แนวคิดเรื่อง “แก้มลิง” เป็นหนึ่งในแนวพระราชดำริสำคัญของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ในการแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร โดยทรงมองการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การรับน้ำ การหน่วงน้ำ และการระบายออกสู่แม่น้ำหรือทะเล
หลักคิดสำคัญคือ เมื่อไม่สามารถระบายน้ำจำนวนมากออกจากเมืองได้ทันทีก็ต้องมีพื้นที่สำหรับพักหรือหน่วงน้ำไว้ชั่วคราวเปรียบเสมือนแก้มลิงที่เก็บอาหารไว้ก่อน แล้วจึงค่อยระบายออกเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม
โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก แนวคิดเรื่องคันกั้นน้ำ คลองระบายน้ำ และบึงรับน้ำ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นแนวป้องกันและชะลอน้ำก่อนเข้าสู่พื้นที่ชั้นในของกรุงเทพฯ
แต่วันนี้เกิดคำถามสำคัญว่า **พื้นที่แก้มลิงที่เคยถูกวางไว้ตามแผน ยังเหลืออยู่มากน้อยเพียงใด**
ที่ผ่านมา มีข้อมูลเกี่ยวกับโครงการบึงรับน้ำหลายแห่งในพื้นที่ฝั่งตะวันออก ซึ่งเคยผ่านการศึกษาและรับฟังความคิดเห็น รวมถึงมีมติ ครม. เห็นชอบหลักการเพื่อดำเนินการเวนคืน แต่หลายปีผ่านไปกลับยังไม่สามารถเดินหน้าสู่การจัดหาที่ดินได้อย่างเป็นรูปธรรม ขณะที่บางพื้นที่ เช่น คลองคู้บอน คลองบางชัน และคลองสามวา มีการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินและพัฒนาเป็นพื้นที่อยู่อาศัย
สิ่งที่สังคมควรตั้งคำถาม และทีมบริหารกรุงเทพมหานครต้องตอบให้ชัดๆ คือ เหตุใดโครงการที่เคยถูกวางไว้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของระบบรับน้ำ จึงไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ และพื้นที่ที่สูญเสียไปมีมาตรการอะไรทดแทน
แน่นอนว่า กทม. อาจมีเหตุผลทั้งเรื่องราคาที่ดิน งบประมาณ และความคุ้มค่าทางวิศวกรรม เพราะแก้มลิงจะมีประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อสามารถเชื่อมโยงกับระบบคลองและระบบระบายน้ำได้จริง
แต่ในอีกด้านหนึ่ง การปล่อยให้พื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับรับน้ำถูกพัฒนาไปเรื่อยๆ ก็หมายความว่า กรุงเทพฯ กำลังสูญเสีย “พื้นที่พักน้ำ” ที่หาใหม่ได้ยากและมีต้นทุนสูงขึ้นทุกวัน
นี่จึงเป็นเรื่องที่ กทม. ต้องตอบให้ชัดว่าหากพื้นที่แก้มลิงตามแผนเดิมบางส่วนไม่สามารถดำเนินการได้ **อะไรคือระบบทดแทน
จะเพิ่มคลองระบายน้ำ สถานีสูบน้ำ อุโมงค์ระบายน้ำ หรือจัดหาพื้นที่รับน้ำแห่งใหม่อย่างไร และสามารถรองรับปริมาณน้ำที่พื้นที่เดิมเคยถูกออกแบบไว้ได้จริงหรือไม่
แนวพระราชดำริเรื่องแก้มลิงสอนให้เห็นว่าการบริหารจัดการน้ำต้องคิดล่วงหน้า ไม่ใช่รอให้น้ำท่วมแล้วจึงแก้ปัญหา
ดังนั้น “แก้มลิงที่หายไป” จึงไม่ควรกลายเป็นเพียงประเด็นดราม่าทางการเมือง แต่ควรเป็นคำถามเชิงนโยบายที่ กทม. ต้องตอบประชาชนอย่างตรงไปตรงมาว่า
เมื่อพื้นที่รับน้ำลดลง แล้วพื้นที่ใดจะทำหน้าที่รับน้ำแทน และระบบระบายน้ำของกรุงเทพฯ พร้อมเพียงใด หากฝนหนักก้อนใหญ่กำลังมาเยือน
เพราะการสูญเสียพื้นที่รับน้ำในวันนี้อาจหมายถึงการเพิ่มพื้นที่น้ำท่วมในวันข้างหน้า
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

