ฝากฟ้า ฝากดิน

‘ภารกิจของธนาธร VS ภารกิจของอนุทิน’
ภารกิจของคุณธนาธรนั้นชัดเจนแต่แรกตั้งพรรค หรือย้อนไปจนถึงสมัยเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยก็ได้ ว่าเขานิยมลัทธิมาร์กซ์ ในสมัยเสื้อแดงก็เข้าร่วมในขบวนการต่อต้านรัฐบาลของคุณอภิสิทธิ์ด้วย
เมื่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ เขากล้าประกาศเป้าหมายที่ชัดเจนและแตกต่างจากพรรคอื่น จนถึงกับหาญกล้าประกาศว่า “พรรคใดคิดไม่เหมือนพรรคของเขาย่อมเป็นศัตรูกับพรรคของเขา” จากนั้นมาพรรคของเขาก็ประกาศจะแก้ปัญหา “โครงสร้างของสังคมไทย” ที่ไม่เป็นธรรม ไม่เท่าเทียม ซึ่งเขาก็พูดเรื่อยมาว่า เพราะมีกษัตริย์อยู่ส่วนบนของโครงสร้างสังคมไทย ที่กดขี่ ปิดกั้น กดทับสังคมจนไม่มีความยุติธรรม ไม่มีความเท่าเทียม และมีคอร์รัปชันมาก
คุณธนาธรพูดถึง “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ว่าต้องการกดขี่คนยากจนให้ยากจนต่อไป ไม่ต้องการให้คนจนลืมตาอ้าปากได้ ซึ่งก็เป็นการโจมตีพระมหากษัตริย์ด้วย และยกพรรคของตนให้สูงส่งด้วย
พรรคของเขาจึงมีนโยบาย “รัฐสวัสดิการ” เพื่อกดขี่ ปิดกั้น กดทับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อีกชั้น! และมันได้ผล คนทุกรุ่นได้ยินคำร่ำลือว่านโยบายนี้จะทำให้คนทำงานน้อย ได้เงินมาก มีเงินและเวลาพักผ่อนท่องเที่ยวมากขึ้น โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่นั้นหวังกับนโยบายนี้มาก โดยทั้งพรรคและคนที่ชื่นชมนโยบายนี้ไม่เคยดูว่าประเทศไทยมีหนี้เท่าไหร่ เก็บภาษีได้กี่คน เก็บได้แค่ไหน ต่อมาเมื่อความจริงปรากฏ นโยบายนี้จึงเงียบหายไป
อีกนโยบายหนึ่งคือเรื่อง “คอร์รัปชัน” พรรคอนาคตใหม่จนมาถึงพรรคประชาชนที่เป็นฝ่ายค้านก็เลือกที่จะพูดเรื่องคอร์รัปชันเป็นรายๆ ไปตอนนี้ก็จ้องจับผิดพรรคภูมิใจไทย แต่เรื่องอะไรที่เกี่ยวกับคุณทักษิณและพรรคเพื่อไทยกลับไม่แตะ
ผมสรุปเป้าหมายหลักของคุณธนาธรก็คือ 1.ไม่เอาสถาบันพระมหากษัตริย์ 2.แก้ปัญหาความยากจนด้วยวิธีที่มากกว่ารัฐสวัสดิการ 3.กำจัดอร์รัปน4.สนับสนุนการแบ่งแยกดินแดน (ซึ่งมีมานานแล้วแต่เพิ่งเป็นข่าวใหญ่ในช่วงนี้)
ที่จริงปัญหาทั้งหมดนี้สำหรับเขาก่อเกิดจากสถาบันพระมหากษัตริย์!
หันมามองคุณอนุทินบ้าง เรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์นั้นคุณอนุทิน “แสดงตัว” ว่าเป็นฝ่ายอนุรักษนิยมเสมอมา จนโดนคุณณัฐพงษ์และสื่อส้มอีกหลายสำนักโจมตีว่าอยู่ในเครือข่าย “ระบอบสีน้ำเงิน” ที่แปลว่ามีกษัตริย์สั่งงานอยู่เบื้องหลัง มีพรรคภูมิใจไทยเป็นผู้ทำงาน ทำผิดทำถูกก็ไม่เป็นไร กระทั่งคอร์รัปชัน!
เรื่องนี้คุณอนุทินก็รู้ว่าต้องทำงานตรงไปตรงมา โดยเฉพาะปัญหาคอร์รัปชัน ไม่ลูบหน้าปะจมูก เพื่อพิสูจน์ให้ประชาชนทั่วไปเห็นอย่างเป็นรูปธรรม
เรื่อง “การแบ่งแยกดินแดน” ก็ต้อง ตรวจสอบเรื่องการค้าของเถื่อน ยาเสพติด อย่างที่พูดกันมานานนับสิบปีแล้ว ล่าสุดคุณวันนอร์ ก็เสนอไว้ ผมเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐและฝ่าย ความมั่นคงรู้ดี มีข้อมูล ที่เหลือก็คือจัดการให้ปรากฏแก่สาธารณชน ส่วนพวกแบ่งแยกดินแดนนั้นก็ต้องเข้มแข็ง+เข้มข้น ไม่ควรให้โจรแบ่งแยกดินแดนต่อรองกับรัฐได้ และอย่าให้ดูว่ารัฐไทย-รัฐบาลไทยอ่อนปวกเปียก
เรื่องที่ผมอยากพูดยาวหน่อยก็คือ “ความยากจน” นักการเมืองทุกประเทศนั้นใช้ความยากจนเป็นเหยื่อล่อคะแนนเสียงเรื่อยมา ยิ่งพวก “นักอยากปฏิวัติ” ด้วยลัทธิมาร์กซิสต์ยิ่งเป็นของโปรด ที่จะใช้ประโคมโหมแห่เรียกความนิยมและปลุกปั่นมวลชน ถ้าคุณอนุทินบรรเทาปัญหานี้ไม่ได้ ความยากจนก็จะเป็นเหยื่อที่ธนาธรเอาไปล่อคนทั่วไปไม่รู้จบ
ปัญหาความยากจนนั้นมีเหตุ-ปัจจัยหลายอย่างที่แก้อย่างไรก็ไม่มีวันหมด มีทั้งปัญหาในตัวระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม-ตลาดเสรีที่กินตัวเอง เพราะการค้ากำไรและทุนใหญ่กินทุนเล็ก การครบรอบวงจรของระบบเศรษฐกิจที่เกิดจากการดูดซับกำไรเข้าสู่ทุนใหญ่เหมือนวังน้ำวน ความผันผวนทางเศรษฐกิจอันเกิดจากสงคราม ราคาพลังงาน การนำเข้าทุนและแรงงานจาก ต่างประเทศจนเบียดขับแรงงานไทย เทคโนโลยีใหม่ที่กำจัดเทคโนโลยีเก่า และคนทั่วไปตามไม่ทัน จึงถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง
ปัญหาเหล่านี้จะเอาลัทธิสังคมนิยมมาแก้ก็ยิ่งวอดวาย เพราะเป็นระบบกลไกที่ตายซาก อย่างที่มันเคยเกิดมาแล้วในทุกประเทศที่ปฏิวัติสังคมนิยม แต่ในระบบเศรษฐกิจอย่างในปัจจุบัน ผมเชื่อว่ารัฐบาลมีข้อมูลมากพอที่จะใช้เพื่อ แก้ปัญหาความยากจน
แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่รัฐบาลหรือผู้แก้ อย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับคนจนด้วย ว่าพร้อมจะแก้ปัญหาของตัวเองหรือไม่
เพราะหากคนจนไม่อยากแก้ ไม่ยอมแก้ ยังคงดำเนินชีวิตอย่างที่เคยเป็นมา ไม่ปรับตัว ไม่พัฒนาตัว ไม่ประมาณตน รัฐบาลก็แก้อะไรได้ไม่มาก สุดท้ายก็แจกเงินตามโครงการต่างๆ
แจกกันจนกลายเป็นการซื้อเสียงปกติ ชาวบ้านก็เคยชิน เมื่อถึงวันเลือกตั้งชาวบ้านก็ดูว่าคนใด-พรรคใดมีนโยบายแจกและแจกตอนเลือกตั้งด้วยหรือไม่
หากเป็นอย่างนี้ความยากจนก็จะ ยังคงอยู่ต่อไป และจะเป็นเหยื่อของ นักการเมืองทุกคนทุกพรรคไม่จบสิ้น สังคมไทย ก็จะยิ่งอ่อนแอลง และเสียงของคุณธนาธร จะยิ่งดังขึ้น
วิมล ไทรนิ่มนวล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

