รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ใส่ถุงมือแล้วสะอาด จริง ๆ หรือ

ทุกวันนี้เราเห็นพนักงานในร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านเครื่องดื่ม หรือแม้แต่พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินสวมถุงมือขณะปฏิบัติงาน มีคำถามว่า สวมถุงมือแล้ว ทำให้ผู้รับบริหารมั่นใจเรื่องความสะอาดและสุขอนามัยได้ร้อยเปอร์เซ็นต์หรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อต้องสัมผัสอาหารหรือสิ่งของที่ใช้ร่วมกัน
หากสังเกตให้ดี เราจะพบว่าพนักงานบางคนสวมถุงมือคู่เดิมตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน ไม่ว่าจะหยิบจับอาหาร เสิร์ฟเครื่องดื่ม เก็บภาชนะที่ใช้แล้ว จับถุงขยะ เปิดปิดประตู หรือแม้แต่เอกสารต่าง ๆ
คำถามที่น่าสนใจคือ ถุงมือที่สวมอยู่นั้น ยังคงสะอาดจริงหรือ คำถามคือ การสวมถุงมือเช่นนี้ ช่วยป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรค หรือว่าจะเป็นสาเหตุการแพร่กระจายเชื้อโรคมากกว่า
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า ถุงมือไม่มีหน้าที่ฆ่าเชื้อโรค แต่เพียงทำให้ผิวหนังของผู้สวมใส่ไม่สัมผัสสิ่งของต่าง ๆ โดยตรง ถุงมือที่ใช้กันทั่วไป เช่น ถุงมือยางธรรมชาติ หรือถุงมือไนไตรล์ จะช่วยลดการสัมผัสสิ่งสกปรกและสิ่งปนเปื้อนโดยตรง แต่พื้นผิวด้านนอกของถุงมือยังปนเปื้อนเชื้อโรคได้ เมื่อถุงมือสัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อน จะทำให้เชื้อโรคติดบนพื้นผิวของถุงมือได้ เมื่อใช้ถุงมือคู่นั้นหยิบจับสิ่งของ ก็จึงทำให้เกิดการถ่ายทอดเชื้อโรคจากของสิ่งหนึ่งไปยังอีกสิ่งหนึ่งได้
ดังนั้น ประเด็นสำคัญอย่างยิ่งในเรื่องความปลอดภัยของอาหารและการป้องกันการติดเชื้อที่ต้องพิจารณาคือ พนักงานร้านอาหารสวมถุงมือเก็บจานหรือภาชนะที่ลูกค้าใช้แล้ว ต่อมาไปจับไม้กวาด ไม้ถูพื้น ผ้าเช็ดโต๊ะ จากนั้นก็ใช้ถุงมือคู่เดิมหยิบจับภาชนะสะอาด หรือจานที่ใส่อาหารพร้อมเสิร์ฟ หรือในกรณีพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินสวมถุงมือเก็บถาดอาหารและสิ่งของที่ผู้โดยสารใช้แล้ว จากนั้นก็หยิบจับสิ่งของส่งให้ผู้โดยสาร แม้พนักงานจะไม่ได้สัมผัสสิ่งเหล่านั้นด้วยมือเปล่า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสิ่งของที่สัมผัสด้วยถุงมือจะปราศจากการปนเปื้อนเชื้อโรคและสิ่งสกปรก
เรื่องที่น่ากังวลอีกประการคือ การสวมถุงมือน่าจะช่วยให้ผู้สวมรู้สึกมั่นใจในความสะอาด แต่ทว่ากลับละเลยการล้างมือ หรือเปลี่ยนถุงมือเมื่อเปลี่ยนกิจกรรมที่ทำ บางคนอาจรู้สึกว่าตนไม่ได้สัมผัสสิ่งสกปรกโดยตรง จึงสามารถใช้ถุงมือคู่เดิมทำงานต่อไปได้เรื่อย ๆ ทั้งที่ในความเป็นจริง ถุงมือน่าจะมีสิ่งปนเปื้อนสะสมอยู่บนพื้นผิว ยิ่งเมื่อใช้ถุงมือคู่เดิมสัมผัสสิ่งของหลายประเภท โดยเฉพาะการสลับระหว่างสิ่งของสกปรกกับสิ่งของสะอาด ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสในการเกิดการปนเปื้อนมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การสวมถุงมืออย่างถูกต้องนั้นมีประโยชน์มากมาย โดยเฉพาะในงานที่มีความเสี่ยงต่อการมีสิ่งปนเปื้อน หรือสารเคมีบางชนิด รวมถึงการสัมผัสอาหารบางประเภท แต่สำหรับงานทั่วไปที่สามารถใช้มือสะอาดหรืออุปกรณ์ช่วยหยิบจับได้ การล้างมือให้ถูกวิธีโดยสม่ำเสมอ เป็นเรื่องที่ดีกว่าการสวมถุงมือตลอดเวลา โดยเฉพาะเมื่อผู้ปฏิบัติงานไม่ได้เปลี่ยนถุงมือระหว่างกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน
หลักการสำคัญของการใช้ถุงมือจึงไม่ใช่เพียงแค่สวมถุงมือ แต่ต้องรู้ว่า ควรสวมเมื่อใด ควรเปลี่ยนเมื่อใด และควรถอดเมื่อใด ตัวอย่างเช่น หลังจากเก็บภาชนะที่ใช้แล้วหรือสัมผัสขยะ หากจำเป็นต้องกลับไปสัมผัสอาหารหรือภาชนะสะอาด ต้องถอดถุงมือที่ใช้แล้วทิ้งไป แล้วทำความสะอาดมือ แล้วสวมถุงมือคู่ใหม่เมื่อทำงานที่จำเป็นต้องใช้ถุงมือ ย้ำว่าห้ามใช้ถุงมือคู่เดียวทำงานต่าง ๆ โดยไม่คำนึงถึงลักษณะของที่สัมผัส และขอย้ำด้วยว่า การสวมถุงมือไม่สามารถทดแทนการล้างมือได้
การที่เราเห็นพนักงานสวมถุงมือ จึงไม่ได้ยืนยันว่าอาหารหรือสิ่งของที่ได้รับจากมือของเขาจะสะอาดและปลอดภัยเสมอไป สิ่งที่ควรระวังคือ พนักงานได้แยกกิจกรรมที่สะอาดกับสกปรกออกจากกันหรือไม่ และเปลี่ยนถุงมือเมื่อจำเป็นหรือไม่ และรักษาสุขอนามัยของมืออย่างเหมาะสมหรือไม่ ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการก็ต้องให้ความรู้กับพนักงานในการใช้ถุงมือให้ถูกต้อง รวมถึงต้องจัดระบบการทำงานเพื่อลดโอกาสการเกิดปนเปื้อนข้ามสิ่งของ
ท้ายที่สุด ขอฝากให้ระวังเรื่องความสะอาด และต้องยืนยันว่าความสะอาดไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าสวมถุงมือหรือไม่ แต่อยู่ที่ว่าได้ป้องกันการปนเปื้อนอย่างถูกต้องหรือไม่ เพราะถุงมือเป็นเพียงเครื่องมืออย่างหนึ่งที่ช่วยป้องกันการปนเปื้อน ถ้าใช้ถูกวิธีก็มีประโยชน์ แต่ถ้าใช้ผิดวิธีแล้ว ถุงมือที่สวมเพื่อความสะอาดก็อาจกลายเป็นตัวกลางช่วยแพร่กระจายสิ่งปนเปื้อนโดยไม่รู้ตัว
รศ. ภญ. ดร. ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ. ภก. ดร. บดินทร์ ติวสุวรรณ
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

