ดัดหลัง'ก้าวหน้า'! เด็กปชป.ส่งรายงาน'ของจริง'ให้'ทอน-ปิยบุตร'เลิกเป็นกบในกะลา

ดัดหลัง'ก้าวหน้า'! เด็กปชป.ส่งรายงาน'ของจริง'ให้'ทอน-ปิยบุตร'เลิกเป็นกบในกะลา

วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2563, 15.51 น.

"เชาว์" ดัดหลังคณะก้าวหน้า เตรียมส่งรายงาน คอป.-คำพิพากษาศาลฎีกา ที่ชี้ชัดชุมนุมปี 53 ขัดรธน.มีกองกำลังติดอาวุธ ขณะที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ ใช้อำนาจตามกฎหมายพ้นข้อหาฆ่า ปชช. ให้"ธนาธร-ปิยบุตร"เลิกเป็นกบในกะลา ช่วยตามหาความจริงใครบงการกองกำลังติดอาวุธ เตือนเลิกบิดเบือนข้อมูลก่อนจบแบบเดิมพา"พรรคก้าวไกล"ซวยไปด้วย

วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟชบุ๊กเรื่อง “คณะก้าวหน้าจะก้าวไปไหน ระวังพาพรรคก้าวไกลซวย จะจบไม่สวยแบบเดิมๆ” โดยมีเนื้อหาว่า


ผมรู้สึกไม่สบายใจต่อการเคลื่อนไหวของคณะก้าวหน้าที่ใช้โอกาสเดือนพฤษภาคม นำเหตุการณ์พฤษภาทมิฬมาเชื่อมโยงกับความสูญเสียระหว่างการชุมนุมของคนเสื้อแดงในปี 2553 และกล่าวหาอดีตนายกอภิสิทธิ์ อย่างไม่เป็นธรรม ทั้ง ๆ ที่สองเหตุการณ์นี้แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง มีข้อเท็จจริงที่จะกล่าว ดังนี้

1. เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ เกิดจากนายทหารกลุ่มหนึ่งที่ยึดอำนาจแล้วมีการสืบทอดอำนาจ จนประชาชนลุกฮือขึ้นมาต่อต้าน และจบลงที่การปราบปรามประชาชน แต่เหตุการณ์ปี 53 ต่อเนื่องจากปี 52 มีกลุ่มการเมืองที่เสียอำนาจได้ปลุกระดมประชาชนให้ล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง นายกรัฐมนตรีที่มาจากการโหวตของสภา นำไปสู่การล้มประชุมอาเซียน ปี 52 และการใช้กองกำลังติดอาวุธปะปนอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุมปี 53 จนนำไปสู่โศกนาฏกรรมที่นำมาซึ่งความสูญเสียทั้งพลเรือนและตำรวจ ทหาร ลามไปสู่การเผาบ้านเผาเมือง

2. รัฐบาลพล.อ.สุจินดา ออกกฎหมายนิรโทษกรรมตัวเองจากการใช้อำนาจในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ แต่รัฐบาลอดีตนายกอภิสิทธิ์ ตั้งกรรมการอิสระค้นหาความจริง ซึ่งปฏิบัติหน้าที่คาบเกี่ยวมาจนถึงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ มีผลสรุปออกมาชัดเจนว่าการชุมนุมในปี 53 ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มีการใช้อาวุธสงคราม ที่สำคัญคืออดีตนายกอภิสิทธิ์ ไม่เคยคิดนิรโทษกรรมใด ๆ แต่ยึดหลักให้กระบวนการยุติธรรมเดินหน้า พร้อมเข้าสู่กลไกตรวจสอบทุกรูปแบบ ในขณะที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ออกกฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอย พ่วงคดีทุจริตของนายทักษิณ จนนำไปสู่ทางตันทางการเมืองและเกิดการรัฐประหารตามมาในปี 57

3. เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ไม่สามารถเอาผิดใครได้เพราะมีการออกกฎหมายนิรโทษกรรม  แต่เหตุการณ์ในปี 53 มีคำตัดสินของศาลหลายคดีที่ชี้ชัดถึงการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย ลงโทษผู้ชุมนุมที่กระทำผิดจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีคำพิพากษาให้เยียวยาผู้ชุมนุมในกรณีที่พบการกระทำเกินกว่าเหตุ ที่สำคัญคือข้อกล่าวหาที่มีต่ออดีตนายกอภิสิทธิ์ว่าเจตนาฆ่าประชาชนนั้น ที่ศาลฎีกามีคำพิพากษายกฟ้องตามศาลชั้นต้นเพราะฟ้องผิดศาลต่อมา ปปช.ก็มีคำวินิจฉัยว่าไม่มีความผิด และกำลังมีการไล่เช็คบิลนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีดีเอสไอกับพวก ฐานปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบเป็นเครื่องมือรัฐบาลพรรคเพื่อไทยกลั่นแกล้งอดีตนายกอภิสิทธิ์และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2563 ให้จำคุก 2 ปี คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา

นอกจากนี้ยังมีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1699/2560 ในคดีที่อดีตนายกอภิสิทธิ์และนายสุเทพ ฟ้องนายธาริต ในความผิดตามมาตรา 157 และมาตรา 200 มีเนื้อหาบางตอนระบุว่า มีกองกำลังติดอาวุธปะปนอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุมปะทะกับเจ้าหน้าที่จนนำไปสู่ความสูญเสียทั้งฝ่ายเจ้าหน้าที่และผู้ชุมนุม ขณะที่การควบคุมสถานการณ์ของอดีตนายกอภิสิทธิ์และนายสุเทพ เป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง และคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6646-6674/2561 กรณีกลุ่มผู้ชุมนุมเผาอาคารพาณิชย์ของประชาชน ก็ระบุเหตุผลไว้แจ้งชัดว่า ผลแห่งความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่อาคารและทรัพย์สิน ที่ถูกผู้ชุมนุมในกลุ่ม นปช. วางเพลิงเผาทำลายนั้น เป็นผลที่เกิดจากคำปราศรัยของจำเลยที่ 6 ถึง ที่ 8 โดยเข้าลักษณะเป็นผู้ยุยงส่งเสริมในการละเมิดของบุคคลผู้ชุมนุมในกลุ่ม นปช. ที่ร่วมกันเผาอาคาร

อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า จึงเห็นได้ว่าประเด็นที่เกี่ยวกับการใช้อำนาจตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อคืนความเป็นปกติสุขให้กับประเทศชาติและประชาชนของอดีตนายกอภิสิทธิ์ เป็นที่แจ้งชัดว่าได้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายเพื่อความสงบของบ้านเมือง จึงแตกต่างกับเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ที่มีการก่ออาชญากรรมโดยรัฐ เอาผิดไม่ได้เพราะมีนิรโทษกรรม แต่เหตุการณ์ปี 53 รัฐบาลอภิสิทธิ์ คืนความสงบให้บ้านเมือง และไม่เคยคิดนิรโทษกรรมให้ตัวเอง ซึ่งความจริงวิญญูชนทั่วไปย่อมเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ถึงความแตกต่างของสองเหตุการณ์นี้ แต่น่าเสียดายที่หาสำนึกบริสุทธิ์ไม่ได้จากกลุ่มคนในคณะก้าวหน้า

"เมื่อคณะก้าวหน้ายังทำตัวเป็นกบในกะลา ต้องการยัดเยียดชุดความคิด บิดเบือนความจริง สร้างความแตกแยกแบบไม่รู้จบ ผมก็จะให้ความรู้เป็นทานด้วยการจัดส่งรายงาน คอป.คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1699/2560 และคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6646-6674/2561 ไปให้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และนายปิยบุตร แสงกนกกุล เพื่อให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง และถ้าท่านอยากตามหาความจริง ผมแนะนำให้ท่านหาความจริงหน่อยว่า ใครอยู่เบื้องหลังกองกำลังติดอาวุธ ที่นำไปสู่โศกนาฏกรรมของบ้านเมือง และที่สำคัญอยากเตือนว่า ขอให้ใช้ความรู้ ความสามารถที่มีไปในทางที่สร้างสรรค์ อย่าเดินย่ำรอยเดิม จนกลายเป็นคณะก้าวหน้า ที่ก้าวไปไม่ถึงไหน สุดท้ายกลายเป็นหนังม้วนเดิมที่จบแบบเดิม พาให้พรรคก้าวไกลซวยไปด้วย แล้วพวกท่านจะโทษใครไม่ได้เลย เพราะทำตัวเองทั้งสิ้น"นายเชาว์ระบุทิ้งท้าย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top