วันเสาร์ ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2569
‘จุรินทร์’สู้ไม่ถอย
เปิดตัวผู้สมัครปักธงสส.โคราช
ชูยกระดับเมืองมหานครทันสมัย
‘เสี่ยหนู’นำภท.เยือนหนองคาย
ลั่นช่วยชาวนาข้าวตันละ1.2หมื่น
ปปช.กันตัว‘บุญทรง’เป็นพยาน
เดินหน้าคดีทุจริตข้าวจีทูจีภาค2
“จุรินทร์”ควง“ดร.คุณหญิงกัลยา”นำทัพประชาธิปัตย์บุกเมืองย่าโม จัดเต็มเปิดตัว 8 ผู้สมัครสส.สู้ศึกเลือกตั้ง มั่นใจปักธงได้แน่แฟนคลับกระหึ่มเชียร์เป็นนายกฯคนต่อไป ขณะที่“เสี่ยหนู”ปักหมุดที่“หนองคาย”ดันนโยบายใหม่ เกษตรพันธสัญญาเอาไปเลยข้าวตันละ 1.2 หมื่นบาท ฝ่ายพรรคเล็กเชื่อ“บิ๊กตู่”ยังไม่ยุบสภา
ที่อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 6พฤศจิกายน เวลา 10.00 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์พร้อมด้วยดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รองหัวหน้าพรรค นายไชยยศ จิรเมธากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พร้อมทีมจากพรรคประชาธิปัตย์ชุดใหญ่ มีทั้งอดีต ส.ส. นักการเมืองประชาธิปัตย์รุ่นใหญ่ที่แน่นเหนียวกับอุดมการณ์พรรคมาตลอดจำนวนมาก ร่วมกันเดินทางไปสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม)
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ประชาธิปัตย์กับชาวโคราชไม่ใช่คนอื่นไกล และมีความผูกพันกันมาตั้งแต่อดีต คนโคราชเคยให้โอกาสพรรคมาโดยต่อเนื่องหลายยุคหลายสมัย ประชาธิปัตย์เคยปักธงที่โคราชตั้งแต่ปี 2500 เรามีผู้แทนชื่อ น้อย ทินราช นอกจากนั้นยังมีท่านคำมูล สุทธิจันทึก ปี 2518 มี ท่านเจริญ เปรมฤทัยรัตน์ จากนั้นเรามีท่านสมบูรณ์ จีระมะกร ปี 2529 เรามีผู้แทนหลายคน ตั้งแต่ท่านนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ ท่านศรีสกุล พร้อมพันธุ์ และท่านมานะศักดิ์ อินทรโกมาลย์สุต
นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า นครราชสีมาเป็นเมืองหลวงมันสำปะหลังไทย และเมืองมหานครทันสมัย เชื่อมไทย เชื่อมโลก” ด้วยเกษตร อุตสาหกรรม การค้าและการท่องเที่ยว พร้อมเสนอตัวในการเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดให้พี่น้องชาวนครราชสีมา โดยขอบารมีย่าโมและชาวโคราชเพื่อนำประชาธิปัตย์ได้มีโอกาส “คัมแบ็คอีกรอบ” ให้กลับมาสร้างความเจริญรุ่งเรือง ทั้งการบริหารเศรษฐกิจ การเมืองต่อไป
เปิดตัวผู้สมัครสส.โคราช8เขต
จากนั้นจึงได้มีการประกาศเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดนครราชสีมา 8 เขต ท่ามกลางเสียงตะโกน ประชาธิปัตย์ ทำได้ไวทำได้จริง จุรินทร์ สู้ๆ ดังก้องไปทั่วบริเวณลานย่าโม ซึ่งว่าที่ผู้สมัคร 8 คน ประกอบด้วย น.ส.สิริเพ็ญโสภา บางท่าไม้ วิศวกรหญิง คนรุ่นใหม่เชี่ยวชาญเรื่องการท่องเที่ยวระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่น ว่าที่ร.ต.ประภาส บุญเชิด อดีตรองนายกเทศมนตรี ตำบลสระพระ อำเภอพระทองคำ จังหวัดนครราชสีมา นายทิว ขุนองค์ จิตอาสาผู้มีความมุ่งมั่นตั้งใจทำงานการเมืองกับพรรคประชาธิปัตย์ นายกันตพงษ์ พรมกมล อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ตำบลหนองหว้า อำเภอบัวลาย จังหวัดนครราชสีมา นายประชาธิปไตย คำสิงห์นอก อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 4 สมัย นางสาวปัณรสี ครุฑขุนทด ทายาทนักการเมืองบุตรสาวนายจำลอง ครุฑขุนทด อดีต รมช.ศึกษาธิการ พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 6 สมัย และนายสุกฤษณ์ วัชรมาลีกุล อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย
จัดคาราวานขอคะแนนเสียง
โดยหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมว่าที่ผู้สมัครและคณะได้ขึ้นขบวนคาราวานรถตุ๊กตุ๊ก เพื่อเดินทางไปเปิดศูนย์ประสานงานพรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างทางมีพี่น้องประชาชนเข้ามาขอจับมือ ตะโกนให้กำลังใจตลอดเส้นทาง โดยขอให้นายจุรินทร์เป็นนายกคนต่อไป เพื่อมาทำให้เศรษฐกิจเมืองโคราชเติบโต ถือเป็นบรรยากาศการเปิดตัวผู้สมัครที่ยิ่งใหญ่และมีความคึกคักเป็นพิเศษ
สำหรับศูนย์ประสานงานพรรคประชาธิปัตย์ จ.นครราชสีมา ที่นายจุรินทร์ หัวหน้าพรรคได้เดินทางมาเปิดในวันนี้ มีนายพิเชฐ พัฒนโชติ อดีตรองประธานสมาชิกวุฒิสภา (คนที่ 1) มีนายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ (อดีต ส.ส. โคราช 3 สมัย ร่วมงานด้วย สำหรับภารกิจในช่วงบ่ายได้มีการนัดหมาย 3 สมาคมมันสำปะหลังของไทย พบกับสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์จากฟิลิปปินส์ มาเซ็น MOU ตกลงซื้อขายมันสำปะหลังล่วงหน้าล็อตใหญ่ ที่ วิทยาลัยเทคนิคปากช่อง ส่วนในช่วงเย็น นายจุรินทร์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะได้เดินทางไป อ.ปากช่อง เพื่อติดตามสถานการณ์ราคาสินค้า ที่ตลาดสดมิตรภาพต่อไป
เดินหน้าทำงานไม่สนข่าวยุบสภา
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวถึงกระแสข่าวการยุบสภาฯว่า ขณะนี้มีการพูดถึงกำหนดการยุบสภามากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนมากจะเป็นความเห็นจากฝ่ายค้าน ฝ่ายแค้น และกูรูการเมือง บางรายระบุชัดเจนว่า จะยุบสภาช่วงหลังประชุมเอเปค บางรายบอกว่าจะยุบสภา 24 ธ.ค.65 บางรายบอกว่าจะยุบสภาเดือน มี.ค.2566 ขณะที่ผู้มีอำนาจยุบสภามีคนเดียวคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ยังไม่เคยเอ่ยวาจาหรือส่งสัญญาณใดๆ ถึงวันยุบสภาแต่อย่างใด
นายองอาจ กล่าวอีกว่า ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จึงไม่สนใจว่าจะยุบสภาวันไหน แต่เรามุ่งมั่นตั้งใจที่จะใช้เวลาที่เหลืออยู่ทำงานตามอำนาจหน้าที่ และนโยบายที่เคยประกาศไว้อย่างเต็มกำลังความสามารถทุกเวลานาที ขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์ทุ่มเททำงานใน 3 ส่วนสำคัญคือ 1. งานบริหารราชการแผ่นดินในฐานะรัฐมนตรี ขณะนี้รัฐมนตรีของพรรคทุกคนใช้ความรู้ ความสามารถทำงานในกระทรวงต่างๆ จนบรรลุเป้าหมายตามนโยบาย เฉพาะกระทรวงพาณิชย์ที่มีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการ ส่วนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มีนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคฯ เป็นรัฐมนตรี และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีนายจุติ ไกรฤกษ์ เป็นรัฐมนตรี ทุกคนล้วนมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ชัดเจน
ขอกลับไปเป็นขวัญใจคนเดิม
นายองอาจ กล่าวต่อว่า 2.งานสภาฯ ส.ส. ของพรรคในสภา ได้ปฏิบัติหน้าที่เต็มกำลังความสามารถทั้งการเสนอญัตติที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน การตั้งกระทู้ถามตรวจสอบการทำงานและการเสนอกฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนางานด้านต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้น ล่าสุด สส.ประชาธิปัตย์ ก็ได้ร่วมกันผลักดันเสนอกฎหมายแก้ไขปัญหาให้พี่น้องชาวประมงที่ประสบปัญหาหลายด้านพร้อมทั้งเสนอทางออกของปัญหาเพื่อพี่น้องชาวประมงระยะยาวแบบถาวร และ 3.งานเตรียมการเลือกตั้ง พรรคได้มีการเตรียมการเลือกตั้งผ่านกลไกการขับเคลื่อน 3 องค์ประกอบสำคัญของการเลือกตั้งคือ 1.นโยบายสาธารณะ 2.ผู้สมัครรับเลือกตั้ง 400 เขตทั่วประเทศ ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ 100 คน 3ยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง เพื่อนำไปสู่ชัยชนะในการเลือกตั้ง ซึ่งขณะนี้ได้มีการกำหนดยุทธศาสตร์และขับเคลื่อนเดินหน้าอยู่ตลอดเวลา ขณะนี้ทุกภาคส่วนของพรรค ตั้งแต่ระดับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน อาสาสมัครไปจนถึงผู้บริหารพรรค ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจทำงานหนักเพื่อให้พรรคประชาธิปัตย์กลับมาเป็นขวัญใจคนเดิมของพี่น้องประชาชนตลอดไป
“อนุทิน”ยันพูดแล้วทำ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงการหาเสียงที่ จ.หนองคาย ที่ผ่านมาว่า เป็นการนำเสนอผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ซึ่งเราเลือกคนดี มีความสามารถ ทำงานจริง และรับประกันได้ว่า เมื่อได้มีโอกาส จะไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะพรรค เราเกิดมาได้ เพราะผลงาน ซึ่งถูกใจประชาชน อาทิ กัญชาทางการแพทย์ เพิ่มทางเลือกด้านสุขภาพและเศรษฐกิจ กับคนไทย เรื่องฟอกไตฟรีสิทธิ์บัตรทอง เราได้พัฒนาระบบคมนาคม ได้ผลักดัน และประสบความสำเร็จ ในการจัดหาเครื่องฉายรังสีรักษามะเร็ง ติดตั้งกระจายเพิ่มเติมหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย นี่คือบางส่วนของผลงานที่เชื่อว่า ประชาชนสัมผัสได้แล้ว
ประกาศดันราคาข้าวหอมมะลิ
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ส่วนอีกเรื่องที่ พรรคมานำเสนอคือนโยบายประเทศไทย ประชาชนจำนวนมากประกอบอาชีพเกษตรกร มันถึงเวลาแล้วที่พวกเขาต้องไม่ถูกเอาเปรียบ ต้องได้ลืมตาอ้าปาก เราจะเพิ่มรายได้ให้พ่อแม่พี่น้อง ที่อยู่ในภาคเกษตรกรรม ทำไร่ ทำนา ทำสวน ด้วยระบบ คอนแทค ฟาร์มมิ่ง หรือ ระบบเกษตรพันธสัญญา ก่อนถึงเวลาปลูก จะต้องรู้ราคาก่อนปลูก รับเงินก่อนขาย เสียหายมีประกันมาชดใช้ เพราะทุกคนที่เข้าโครงการ จะมีสัญญาซื้อขายผลผลิตล่วงหน้า กับรัฐบาล ตามราคาที่กำหนดไว้ในสัญญา ข้าวขาว ตัน ละ 12,000 บาท ข้าวหอมมะลิ ตัน ละ 18,000 บาท น้ำยางสด กิโลกรัม ละ 62 บาท ยางแผ่น กิโลกรัม ละ 65 บาท หัวมันสำปะหลัง กิโลกรัม ละ 4 บาท ปาล์มทะลาย กิโกรัม ละ 5 บาท
“ผมมั่นใจว่า สิ่งที่เรานำเสนอไปนั้น เราทำได้ ที่ผ่านมาก็ชัดเจนแล้วว่าเราพูดแล้วทำ ยากแค่ไหน ถ้าพูดแล้ว ต้องทำ แต่จะได้ทำหรือไม่ต้องขึ้นกับความไ้ว้ใจที่ประชาชนมอบให้ ถ้าเราได้ ส.ส. เข้ามามากเท่าไร โอกาสที่เราจะได้ทำงาน ก็ยิ่งมากเท่านั้น ตรงนี้ต้องขอเรียนย้ำว่า เราเป็นพรรคคนทำงาน เป็นพรรคปฏิบัติการ และเราต้องการรับใช้ประชาชน ทำให้คนไทย มีความสุข มีรอยยิ้ม ขอแค่ประชาชนให้โอกาส” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าว
พรรคเล็กไม่หนุนยุบสภา
นายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อชาติไทย กล่าวถึง หลายฝ่ายกดดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ให้มีการยุบสภา ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะไม่ยุบสภาในช่วงนี้ เพราะไม่มีเหตุอะไร ประกอบกับ สภาฯยังคงเดินหน้าทำงานได้ แม้จะมีพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคจะมีความขัดแย้งกัน คงไม่ใช่เหตุผลที่ต้องยุบสภา ถึงแม้จะมีกระแสให้มีการยุบสภา เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ทำตามกระแส และประคับประครอง การทำงานไปจนถึงก่อนครบวาระ ซึ่งมั่นใจว่า จะมีการยุบสภาประมาณกลางเดือนมีนาคม 2566 ก่อนวันเลือกตั้ง ซึ่งเป็นไปตามเทคนิค ที่สำคัญ กฎหมายลูกในการเลือกตั้ง 2 ฉบับ ยังไม่ออกมาเลย
นายคฑาเทพ กล่าวต่อไปว่า จะมีการเลือกตั้งวันไหน เมื่อไหร่ พรรคเพื่อชาติไทย ไม่เป็นกังวล เพราะมีความพร้อมเต็มที่ ในการสู้ศึกเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น และเตรียมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต จำนวน 400 คน และ ส.ส.บัญชี จำนวน 100 คน ครบ แต่ยังไม่ตกผลึก เพราะมีทั้ง ส.ส.ปัจจุบัน รวมถึงอดีต ส.ส. จากพรรคใหญ่ พรรคเล็กกว่า 60 คน และคนหลากหลายอาชีพ เดินทางเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อชาติไทย และหลายคนต้องการสมัครเป็น ส.ส.ของพรรคเพื่อชาติไทย จึงต้องกำหนดปิดรับสมัครว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.จนถึงวันที่ 30 พ.ย.65 จากนั้น คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อชาติไทย จะมีการคัดสรร คัดเลือกผู้ที่เหมาะสม มีคุณสมบัติครบถ้วน กำหนดลงแต่ละเขตทั้ง 400 เขต ทั่วประเทศ
‘ชาติพัฒนากล้า’เยือนชุมพร
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ชุมพร นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า เดินทางไปยัง จ.ชุมพร เพื่อเปิดตัวนายลิขิต ศรีชาติ ทนายความชื่อดัง อดีตรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 ครอบคลุมพื้นที่ อ.ท่าแซะ และ อ.ปะทิว โดยนายกรณ์ ได้พบปะประชาชนในงานทอดกฐินวัดดอนตะเคียน อ.ปะทิว จ.ชุมพร ชาวบ้านให้การต้อนรับและได้ร่วมพูดคุยกันถึงการเพิ่มรายได้ให้กับชาวสวนผลไม้ และเกษตรกร ซึ่งนายกรณ์ได้นำเสนอวิธีการต่อยอดจากโครงการเกษตรเข้มแข็งที่ได้ช่วยพี่น้องภาคอีสานมากว่า 9 ปี โดยใช้หลัก “เกษตรพรีเมี่ยม” เพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร จนประสบความสำเร็จ
นอกจากนี้ยังได้เดินทางไปยังชุมชนธุรกิจโฮมสเตย์บ้านไม้ชายคลอง และน้องจอยดำน้ำ เพื่อร่วมพูดคุยถึงประเด็นเศรษฐกิจท่องเที่ยวชุมชน ซึ่งพบว่า หลังจากเปิดประเทศเนื่องจากสถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลาย ชุมพรเป็นเมืองรองที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ซี่งนายกรณ์มองว่า สามารถเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยววิถีชุมชน ที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ อย่างไรก็ตามจากการพูดคุยกับชาวบ้านพบว่า ชาวบ้านกว่าครึ่งในพื้นที่ อ.ปะทิว ไม่มีเอกสารสิทธิในการถือครองที่ดิน ทั้งที่อยู่อาศัยมาชั่วอายุคน ทำให้ขาดความมั่นคงในเรื่องที่อยู่อาศัย และที่ดินทำกิน อันเกิดจากนโยบายที่ไม่เป็นธรรมของระบบราชการ
จากนั้นได้เปิดศูนย์ประสานงาน พรรคชาติพัฒนากล้า จังหวัดชุมพร โดยมีประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมกันอย่างคึกคัก โดยนายกรณ์ ได้กล่าวกับพี่น้องประชาชนว่า ทนายลิขิต เป็นคนตั้งใจทำงานการเมืองมาโดยตลอด 18 ปี ลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านมาอย่างต่อเนื่อง แต่หากจะผลักดันในนโยบายภาพใหญ่ที่พี่น้องประชาชนประสบปัญหาอยู่ในขณะนี้ จะต้องใช้พลังการเมืองระดับชาติเข้ามาแก้ไข นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทนายลิขิต เสนอตัวเป็นผู้แทนราษฎรของ ชาว ชุมพร เขต 2 ซึ่งเป็นพื้นที่บ้านเกิด ที่มีของดีมากมายแต่ขาดการผลักดัน ครั้งนี้จึงเป็นโอกาสของชาวชุมพรที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ให้คนดีได้ได้เข้าไปทำงานในสภา
‘สุทิน’ยันรบ.ต้องรับผิดชอบสภาล่ม
นายสุทิน คลังแสง สส.มหาสารคามและรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการประชุมสภาฯ ล่ม เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายนที่ผ่านมา จะมีการพูดคุยในที่ประชุมวิปพรรคร่วมฝ่ายค้านถึงเรื่องนี้หรือไม่ว่า ฝ่ายค้านเราไม่จำเป็นต้องคุย ต้องคุยรัฐบาลมากกว่า ต้องขอความร่วมมือและให้รัฐบาลรับผิดชอบองค์ประชุมเขา ถ้ารัฐบาลเขาทำหน้าที่รับผิดชอบองค์ประชุม การที่ประชุมสภาล่มก็คงไม่เกิดขึ้น เมื่อถามถึง กระแสข่าวการยุบสภาที่เมื่อวานนี้ (5 พฤศจิกายน) นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสรรค์ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่านายกรัฐมนตรีจะใช้เทคนิคในการยุบสภาช่วงประมาณวันที่ 10 มีนาคม 2566 เพื่อที่ส.ส.จะได้ย้ายพรรคไม่ทัน นายสุทิน กล่าวว่า ตนมองว่าก็มีเหตุผลอยู่ รัฐบาลคงลากไปยาวที่สุดเพราะถ้าเขาจะยุบหรือไม่ยุบสภาก็มีเหตุผลสำคัญอยู่คือ เขาได้เปรียบหรือไม่ช่วงที่เขาจะยุบสภา ถ้าเขาไม่ได้เปรียบเขาก็คงไม่ยุบ ซึ่งวันนี้กระแสความนิยมเขาก็อยู่ในช่วงขาลงเขาคงไม่รีบยุบหรอก เขาคงลากยาว และเขาก็กำลังใช้งบประมาในช่วงข้าวใหม่ปลามัน เขาคงจะไม่ยุบสภาง่ายๆ แต่ก็มีปัจจัยอยู่ว่าความแตกแยกในรัฐบาลก็เริ่มหนักหน่วงขึ้นทุกวัน ก็อาจจะเป็นปัจจัยเชิงลบที่ทำให้เขายุบสภาง่ายขึ้น แต่เมื่อบวกลบคูณหารกันแล้ว ตนก็คิดว่าที่นายวีระกรพูดก็ใกล้เคียงมีเหตุผลอยู่ แต่ก็แล้วแต่ทัศนะของแต่ละคน
เมื่อถามต่อว่า แล้ว พท.เตรียมรับมืออย่างไรบ้าง นายสุทิน กล่าวว่า พท.เตรียมมาตลอดอยู่แล้ว เราเตรียมการเลือกตั้งของเราตลอด ยุบสภาพรุ่งนี้ก็พร้อม เราคิดว่าเราพร้อมกว่าทุกพรรคด้วย เราไม่ต้องไปเตรียมรับมืออะไร คุณยุบเมื่อไหร่ เราก็พร้อม เมื่อถามว่า พท.หวั่นไหวหรือไม่ ที่ทั้งพรรคภูมิใจไทย (ภท.) พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) จะเจาะพื้นที่ภาคอีสาน นายสุทิน กล่าวว่า ไม่หวั่นไหว เพราะปชป.เขาเจาะพื้นที่อีสานไม่ได้อยู่แล้ว ส่วนถ้าภท.เขาเจาะพื้นที่ภาคอีสาน ก็ต้องตอบคำถามว่าเขาอยู่แบบเดิมๆ กับคนเดิมๆ เขาคงไม่สน และเชื่อว่าคนอีสานเขาคงไม่เอา สำหรับพรรค สอท.คิดว่าเขายังคงต้องทำให้คนอีสานรู้จักเขาอีกเยอะ ใช้เวลานานและเรายังมั่นใจหรือไม่ว่าเราจะยังสามารถรักษาพื้นที่ภาคอีสานของเราไว้ได้
กันตัว ‘บุญทรง’ เป็นพยานคดีข้าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณี พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ออกมาเปิดเผยว่า ในช่วงสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2565 นี้ จะมีคดีเกี่ยวกับนักการเมืองคนสำคัญเสนอเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่
ล่าสุด แหล่งข่าวจากสำนักงาน ป.ป.ช.เปิดเผยสำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) ว่า หนึ่งในคดีสำคัญที่จะมีการนำเสนอเรื่องให้ที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ชุดใหญ่ พิจารณาผลการไต่สวนในช่วงสิ้นเดือนพฤศจิกายน2565 คือ คดีทุจริตการทำสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ภาค 2 ที่มีนักการเมืองคนสำคัญ และแนวร่วมมาก 71ราย จำแนกเป็น 5กลุ่ม
โดยข้อมูลในส่วน นายบุญทรง นั้น แหล่งข่าวจาก ป.ป.ช.ยืนยันกับ’อิศรา’ว่า จากการตรวจสอบข้อมูลล่าสุด พบว่า ถูกกันชื่อไว้เป็นพยานในคดี พร้อมกับบริษัทเอกชนบางส่วน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี