วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569
วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าล่าสุด เกี่ยวกับบรรยากาศความเคลื่อนไหวทางการเมือง ในช่วงโค้งสุดท้ายของพื้นที่จังหวัดนครพนม ถือเป็นเวลานับถอยหลังการทำหน้าที่ของ ส.ส.ที่จะครบวาระ 4 ปี ในวันที่ 23 มีนาคม 2566 ที่จะถึงนี้ และในแต่ละพรรคการเมืองต่างมีการวางแผนคัดเลือกตัวผู้สมัคร เพื่อให้ทันตามปฏิทินเลือกตั้งของ กกต. คาดว่าถ้าไม่มีอุบัติเหตุเสียก่อน ก็จะมีการเลือกตั้งในต้นเดือนพฤษภาคม 2566
ซึ่งพรรคการเมืองใหญ่ เริ่มวางตัวผู้สมัครไว้ โดยเฉพาะเขตเลือกตั้งที่ 4 นครพนม มี อ.วังยาง,ปลาปาก,นาแก และ ต.บ้านผึ้ง ต.กุรุคุ ต.วังตามัว อ.เมืองนครพนม ถือว่าเป็นเขตเลือกตั้งที่ มีแนวโน้มการแข่งขันดุเดือด ต่างจากอดีตที่พื้นที่นี้เป็นเขตเลือกตั้งที่ไม่หวือหวา ส่วนใหญ่ประชาชนผูกพันอยู่กับพรรคความหวังใหม่ ภายหลังยุบควบรวมกับพรรคไทยรักไทย แล้วมาเป็นพลังประชาชน กระทั่งเป็นพรรคเพื่อไทยในปัจจุบัน
เขตเลือกตั้งที่ 4 นครพนม มีความเข้มข้นช่วง คสช.ยึดอำนาจ และเกิดพรรคพลังประชารัฐขึ้นมา มี ส.ส.เพื่อไทยย้ายไปสังกัด ก็ถูกประชาชนพิพากษากลายเป็นอดีต ส.ส.ไปโดยปริยาย ซึ่งการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ ในส่วนพรรคเพื่อไทยมีฝุ่นตลบอยู่พักใหญ่ เพราะมีนักการเมืองหลายคนอ้างว่าเป็นตัววางในการเลือกตั้งสมัยหน้า อาทิ ดร.สมชอบ นิติพจน์ อดีตนายก อบจ.นครพนม รายนี้ถือว่าเปิดตัวเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 พรรคเพื่อไทย ก่อนใครๆ ต่อมาปรากฏชื่อนายชาญชัย คำจำปา นายกเทศบาลตำบลพระซอง อ.นาแก โผล่ขึ้นมาอีกคน เท่านั้นยังไม่พอนายสุริยา พรหมดี อดีต ส.ส.เขต 4 พรรคเพื่อไทย ที่ได้เป็น ส.ส.แบบบุญหล่นทับ ก็ขอร่วมแจมกับเขาบ้าง ยิ่งทำให้ประชาชนสับสนว่าใครกันแน่คือว่าที่ผู้สมัครตัวจริง
กระทั่ง นายณพจน์ศกร ทรัพยสิทธิ์ น้องชายของอดีต ส.ส. 7 สมัยนายอรรถสิทธิ์ คันคาย ทรัพยสิทธิ์ ก็ประกาศว่าเป็นแคนดิแดต (candidate) ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 นครพนม ตัวจริงเสียงจริง และชัดเจนเป็นรูปธรรมเมื่อคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ประกาศอย่างเป็นทางการให้นายณพจน์ศกร ทรัพยสิทธิ์ เป็นผู้สมัครเขต 4 เมื่อวันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมา
ต่อมา ดร.สมชอบ นิติพจน์ ได้โพสต์ในเฟซบุ๊คส่วนตัว ว่า เมื่อเรือลำนี้ไม่มีที่นั่ง จำเป็นต้องไปหาเรือลำใหม่ฯ ซึ่งคอการเมืองหลายคนต่างลุ้นว่า ดร.สมชอบ นิติพจน์ จะตัดสินใจทางการเมืองครั้งนี้อย่างไร กระทั่งเป็นที่ชัดเจนหลังอึมครึมมาร่วมเดือน เมื่อดร.สมชอบยื่นใบลาออกจากพรรคเพื่อไทย แล้วไปสังกัดกับพรรครวมไทยสร้างไทยที่มี “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นแคนดิแดตเป็นนายกรัฐมนตรี
ทำให้พื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 4 นครพนม เพิ่มความร้อนแรงขึ้นมาถึงขีดสูงสุด แม้ ดร.สมชอบ นิติพจน์ อดีต นายก อบจ.นครพนม จะพ่ายการเลือกตั้งให้กับ นางสาวศุภพานี โพธิ์สุ หรือนายกขวัญ นายก อบจ.นครพนม คนปัจจุบัน และเป็นลูกสาวครูแก้ว นายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม เขต 1 พรรคภูมิใจไทย ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา แต่ต้องยอมรับความจริงอยู่อย่างหนึ่ง คือ ดร.สมชอบ นิติพจน์ เป็นคนใจถึงพึ่งได้ จึงมีคนรักอยู่ไม่น้อย การย้ายไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ ถือว่าเป็นการวัดบารมีโดยมีพรรคเพื่อไทยเป็นแชมป์เก่า ที่สร้างฐานคะแนนนิยมมายาวนาน ชนะการเลือกตั้งมาทุกสมัย
ถึงแม้การเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อปี 2562 ที่ผ่านมา นายชูกัน กุลวงษา อดีต ส.ส.เขต 4 นครพนม แชมป์เก่า และเป็นผู้แทนขวัญใจประชาชน ถูกจีบไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ แต่พรรคเพื่อไทยยังสามารถรักษาพื้นที่ไว้ได้ ในการส่งนายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อมาลงสมัคร ส.ส.เขตฯแทน จนชนะการเลือกตั้ง
แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ นายชวลิต วิชยสุทธิ์ หันไปซบพรรคไทยสร้างไทยของคุณหญิงหน่อย สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ โดยให้เหตุผลว่าพรรคเพื่อไทย มีผู้สมัคร ส.ส. ที่เหมาะสมอยู่แล้ว ส่วน นายชูกัน กุลวงษา หลังหลบเลียแผลใจหายสนิท ก็หันไปซบพรรคภูมิใจไทยเป็นผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 นครพนม
ทำให้การเลือกตั้ง ส.ส.นครพนมเขต 4 ในปี 2566 ที่จะมาถึง เป็นการวัดบารมีของพรรคเพื่อไทย รวมถึง นายณพจน์ศกร ทรัพยสิทธิ์ ว่าจะสามารถเรียกคะแนนนิยม ทั้งพรรคทั้งคนได้หรือไม่ เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งแบบบัตร 2 ใบ เลือกพรรค เลือกคน แยกกันชัดเจน ที่ต้องฝ่าทั้งกระแสเสียงแตก รวมถึงต้องชนกับอดีต ส.ส. แชมป์เก่า รวมถึงอดีตนายก อบจ.นครพนม
แชมป์เก่าคือ นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ปัจจุบันเป็นผู้สมัคร ส.ส. เขต 4 พรรคไทยสร้างไทย นายชูกัน กุลวงษา ผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย นอกจากนี้ตัวแปรสำคัญคือ ดร.สมชอบ นิติพจน์ อดีตนายก อบจ.ฯ ที่ยอมทิ้งเพื่อไทยย้ายสังกัด เป็นผู้สมัครฯพรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อสานต่ออุดมการณ์ทางการเมือง ที่สำคัญยังต้องจับตามอง ว่า นายชาญชัย คำจำปา นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลพระ แกนนำครอบครัวเพื่อไทยรวมถึงทีมงาน จะยังเหนียวแน่นต่อพรรคเพื่อไทยต่อไปหรือไม่ หากมีการเปลี่ยนเส้นทางการเมืองไปสนับสนุนพรรคอื่น เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ถือว่าเป็นศึกหนักของพรรคเพื่อไทย รวมถึงยังต้องรอดูท่าทีของพรรคพลังประชารัฐ และพรรคก้าวไกลที่จะเตรียมเปิดตัวผู้สมัคร มาชิงคะแนนอีก ทำให้การเลือกตั้งสนามนี้จะต้องมีการหารคะแนนออกเป็นหลายส่วน มากกว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาอย่างแน่นอน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี