วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
สว.จับกลุ่มต่อรองก่อนประชุม23ก.ค.
แฉลอบบกันฝุ่นตลบ
‘เปรมศักดิ์’ประจานแหลก
กลุ่มอิสระปิดห้องถกเครียด
ดัน‘บุญส่ง’ชิงรองปธ.วุฒิฯ
เจรจา‘สีน้ำเงิน’ขอเปิดทาง
เปิดดีลวุ่นชิงเก้าอี้ “รองประธานวุฒิสภา” สว.กลุ่มอิสระ 36 คน สุมหัวคุยตึกรัชดาฯ ส่งคนดีลเจรจา “มุ้งใหญ่สายสีน้ำเงิน” ขอเปิดทาง ดัน “บุญส่ง น้อยโสภณ” นั่งรองปธ. ขณะที่ นพดล อินนา เสนอตัวชิงรองหนึ่ง อีกคนด้าน “หมอเปรมศักดิ์” แฉ!ยับ สว.ล็อบบี้ กันฝุ่นตลบต่อรองตำแหน่งปธ.และรองปธ.ก่อนเลือก “ประมุขสภาสูง”23 กรกฎาคมนี้ ปัดตั้งกลุ่ม White senate แค่ประสานงานคนอุดมการณ์เดียวกัน ลั่นพอกันที การเมืองล้าหลัง วิ่งต่อรองแลกผลประโยชน์ ยิ้มรับคงเซอร์ไพรส์มาก หากมีคนชงตัวเองชิงประมุขสภาสูง
เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2567 นายนิคม มากรุ่งแจ้ง สมาชิกวุฒิสภา(สว.) หนึ่งในสว.ที่ไปร่วมหารือพูดคุยกับ สว.ที่ ตึก CS ทาวเวอร์ ถนนรัชดาภิเษก กทม.เมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา เปิดเผยถึงการหารือว่า มี สว.ร่วมหารือด้วยประมาณ 36 คน โดยเป็นการคุยกันของ สว.ที่เห็นด้วยกับแนวทางการรวมตัวกันในชื่อ ”สว.กลุ่มอิสระ” และยังมีสว.อีกบางส่วนที่เห็นด้วยกับแนวทางนี้ และตอบรับจะมาร่วมด้วย ซึ่งในการพบกันดังกล่าว มีการพูดคุยกันถึงการนัดประชุมวุฒิสภาในวันที่ 23 ก.ค.นี้เพื่อเลือกประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภา ซึ่งในการหารือ สว.หลายคนเห็นว่านายบุญส่ง น้อยโสภณ สว. อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ที่มาร่วมหารือด้วย มีความเหมาะสมที่จะถูกเสนอชื่อเป็นรองประธานวุฒิสภา เพราะมีความรู้ด้านกฎหมาย เป็นทั้งอดีตกกต. อดีตผู้พิพากษา อดีตที่ปรึกษานายศุภชัย สมเจริญ อดีตประธานกกต. ที่เป็นรองประธานวุฒิสภา คนที่2 สมัยที่ผ่านมา
ดัน‘บุญส่ง’ชิงเก้าอี้รองปธ.
นายนิคม กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังมี สว.อีกคนหนึ่งได้แสดงความสนใจที่จะลงสมัครชิงตำแหน่งรองประธานวุฒิสภา โดยทั้งสองได้พูดถึงการทำงานหากได้รับเลือกในตำแหน่งดังกล่าว มี สว.หลายคนได้บอกกับ สว.คนดังกล่าวว่า ให้ไปตัดสินใจให้ชัดเจนก่อนว่าจะลงสมัครชิงรองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่งจริงหรือไม่ และแจ้งกลับมายังสว.กลุ่มอิสระ เพื่อนัดหารือกับสว.กลุ่มอิสระอีกครั้ง แต่สำหรับนายบุญส่งนั้นชัดเจนแล้วว่าลงชิงตำแหน่งรองประธานวุฒิสภา คนที่2 แน่นแน
“กลุ่มเราเรียกตัวเองว่าสว.กลุ่มอิสระ ที่เป็นการรวมกันของสว.แบบหลวมๆ ซึ่งที่คุยกันเมื่อวานก็คือจะสนับสนุน นายบุญส่ง ที่เสนอตัวที่จะลงสมัครเป็นรองประธานวุฒิสภา เพื่อที่จะไปเจรจากับทางโน้น ก็น่าจะให้ท่านบุญส่งขึ้นเป็นรองประธานวุฒิสภาได้ เพราะท่านบุญส่ง ก็เป็นผู้มีความรู้ เป็นอดีตอธิบดีศาลอุทธรณ์ภาค7 ผมก็ท่านเหมาะสมจะเป็นรองประธานวุฒิสภา เพราะรู้งานวุฒิสภา แม่นเรื่องข้อกฎหมาย ส่วนว่าจะต้องไปคุยกับกลุ่มโน้นอย่างไร ผมไม่ใช่ทีมเจรจาก็ตอบไม่ได้ ส่วนตำแหน่งประธานวุฒิสภา ไม่ได้าีการพูดคุยกัน มีแค่เรื่องส่งคนลงรองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่งกับคนที่สองเท่านั้น”นายนิคม กล่าว
นายนิคม ยังกล่าวถึงการลงมติเลือกประธานวุฒิสภาว่า สว.กลุ่มอิสระมีแนวทางคือ ดูจากการแสดงวิสัยทัศน์ของคนที่ถูกเสนอชื่อ รวมถึงประวัติ โดยเราจะเลือกคนที่มีอุดมการณ์ที่ดี รู้เรื่องข้อกฎหมาย เพราะประธานวุฒิสภา จะเป็นรองประธานรัฐสภาโดยตำแหน่ง เสลามีประชุมร่วมรัฐสภา กับส.ส. 500 คนทางฝ่ายสว.ต้องหาคนที่รู้ข้อกฎหมายเป็นอย่างดี เพราะหากไม่มีความเกรงใจ การควบคุมการประชุมร่วมรัฐสภาก็จะลำบาก ยืนยันว่ากลุ่มอิสระ เราไม่ได้เลือกตามกระแส เพราะเราเป็นแนวทางอิสระ
“อย่างที่มีจะมีแคนดิเดตตามข่าวเช่นอดีตนายพล อดีตอธิบดี หรือท่านบุญส่ง เราก็จะดูว่าแต่ละคนเหมาะสมอย่างไร เราจะไม่โหวตตามกระแส หรือตามโพยหรือตามคำสั่งใคร” นายนิคม กล่าว
‘นพดล’ขอชิงรองปธ.ด้วย
มีรายงานว่า การหารือของสว.กลุ่มอิสระเมื่อวันที่ 18 ก.ค. นายนพดล อินนา สว. อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย ได้มาร่วมหารือด้วย โดยนายนพดล ได้แจ้งกับสว.กลุ่มอิสระว่า สนใจจะลงสมัครชิงตำแหน่งรองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง และได้มีการแสดงวิสัยทัศน์ว่า หากได้เป็นรองประธานวุฒิสภาจะเข้าไปผลักดันหรือมีแนวทางการทำงานอย่างไร แต่สว.กลุ่มอิสระขอให้กลับไปตัดสินใจให้ชัดเจนว่าจะลงจริงหรือไม่ และต้องการรู้ว่านายนพดล มีเสียงสนับสนุนจากสว.กลุ่มอื่นๆ มากน้อยแค่ไหน ส่วนนายบุญส่งนั้น ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าพร้อมจะโหวตให้ และยังให้ตัวแทนกลุ่มไปพูดคุยกับสว.สีน้ำเงินว่า โควตารองประธานวุฒิสภาคนที่สอง ขอให้เป็นของกลุ่มอื่น โดยขอให้สนับสนุนนายบุญส่ง ซึ่งจะมีการนัดคุยกับสว.สีน้ำเงินในช่วงสุดสัปดาห์นี้ และจะมีการแจ้งผลการเจรจาภายในเย็นวันจันทร์ที่ 22 ก.ค.
‘หมอเปรม’แฉล็อบบี้ฝุ่นตลบ
นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา(สว.) ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้มีการรวมกลุ่มก๊วนสว.มากขึ้นในช่วงนี้ ตนก็ได้รับเชิญไปร่วม แต่ในความเป็นสว.ในยุคนี้ ไม่ควรมีการรวมกลุ่มต่อรองตำแหน่งเหมือนแต่ก่อน เพราะเรามาจากรัฐธรรมนูญที่เปิดโอกาสให้กลุ่มอาชีพเข้ามาทำงาน ควรให้ผู้ที่มีความประสงค์จะเป็นประธานวุฒิสภา ได้แสดงวิสัยทันศน์ในที่ประชุม ใครแสดงวิสัยทัศน์เหมาะสมมีคุณประโยชน์ต่อวุฒิสภา ก็ลงคะแนนเลือกกันในวันนั้นเลย เพราะการลงมติเป็นการลงอย่างอิสระอยู่แล้วเนื่องจากเป็นการลงคะแนนลับที่ไม่มีใครมาสั่งเราได้ ตนขอเรียกร้องไปยังสว.ทั้ง 200 คน อย่าไปกังวลเรื่องใบสั่ง จริงๆแล้วใบสั่งที่ต้องกังวลคือใบสั่งจากประชาชน ประชาชนอยากเห็นวุฒิสภาโปร่งใส เพื่อแก้ไขข้อครหาที่ถูกกดดันจากภายนอก เช่น เป็นคนมุ้งนั้นมุ้งนี้ เป็นคนของสีนั้นสีนี้ ดังนั้นในการประชุมวุฒิสภานัดแรก เราต้องช่วยกันลงคะแนนอย่างโปร่งใส
เมื่อถามถึงที่เมื่อวานนี้ (18ก.ค.)มีการรวมกลุ่มของสว.ประมาณ33คน ย่านรัชดาฯกทม.เพื่อหารือถึงตำแหน่งประธานวุฒิสภา นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้ไปร่วม แต่คนที่เชิญมา อาจคิดว่าตนมีความประสงค์อยากสนับสนุนคนนั้นคนนี้ แต่ควรรอฟังในวันประชุมนัดแรกวันที่23ก.ค.นี้ดีกว่า เรื่องจากถ่ายทอดไปทั่วประเทศ อยากให้สว.ได้ใช้ดุลยพินิจในวันนั้น ไม่ต้องไปกลัวเรื่องที่มาว่าใครจะว่ามาจากกลุ่มใด ถ้าเราลงคะแนนด้วยเหตุผลด้วยความเป็นสว.ที่โปร่งใส เราจะได้รับความนิยมจากประชาชนเอง ขจัดข้อกล่าวหาที่เข้ามาแบบบล็อคโหวต
เชื่อไม่ปล๊อคโหวดชิงปธ.สภาสูง
“ผมคิดว่าการบล็อคโหวตสว.ตั้งแต่การเลือกในระดับอำเภอ จังหวัด และระดับประเทศ จะสลายหายไปแน่นอน ถ้าการเลือกตั้งประธานฯ และรองประธานวุฒิสภาไม่มีการบล็อคโหวต แต่ถ้ายังมีการบล็อคโหวตอีก ก็นับว่าเป็นเรื่องน่าเศร้าใจที่ขนาดวุฒิสภา ที่เขาบอกว่าต้องปลอดจากพรรคการเมือง เรายังไม่เอาพรรคการเมืองมาเป็นผู้กำหนดอีก มันจะไปหวังอะไรได้ แต่ผมยังเชื่อว่าสว.ทุกคนจะไม่คำนึงถึงสิ่งเหล่านี้” นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว
เมื่อถามว่าแบบนี้จะตั้งกลุ่มขึ้นมาสู้หรือไม่ นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่มีกลุ่ม ส่วนสว.สีขาวที่ตั้งขึ้นมาเป็นการประสานงาน ในคนที่คิดเหมือนกันว่าเรามาเป็นสว. ด้วยความรู้ความสามารถด้วยตัวเอง ไม่ได้มาโดยบล็อคโหวต ดังนั้นการเดินต่อไปจะเดินแบบโปร่งใสสีขาว จะเป็นประโยชน์มากกว่าในเรื่องต่างๆที่เป็นอำนาจหน้าที่ของเรา ทั้งการกลั่นกรองกฎหมาย การเห็นชอบองค์กรอิสระซึ่งจะมีผลประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างมาก ถ้าเรามีดุลยพินิจแบบสีขาว มากกว่าจะมีสีอื่นมาครอบงำ
อีกอย่าง คือ การควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน คนจะมาเป็นประธานวุฒิสภา ต้องเข้าใจระบบรัฐสภาการตรวจสอบรัฐบาล ตลอดจนการอภิปราย ไม่ว่าจะเป็นแบบไม่ไว้วางใจ หรือแบบไม่ลงมติ ก็จะต้องให้ข้อคิดแก่รัฐบาล หน้าที่เหล่านี้จึงต้องอาศัยทักษะในการดำเนินการ ขณะเดียวกันประธานวุฒิสภา ที่เป็นรองประธานรัฐสภาโดยตำแหน่ง จะต้องประชุมร่วมกับฝ่ายสส.อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ถูกครอบงำจากสส. หรือพรรคการเมือง
“ผมอยากให้วุฒิสภาได้พิจารณาด้วยความถ่องแท้ อยากให้คนที่อาสาตัวเองมาเป็นประธานวุฒิสภา ได้เตรียมการเข้าร่วมในสิ่งเหล่านี้ เช่น การประชุมงบประมาณที่ขณะนี้สว.ควรมีหนังสือขาวคาดแดงได้แล้ว การเตรียมประชุมงบฯที่ผ่านมาจากสส. ว่าข้อใดควรติติง เช่น งบฯเพิ่มเติมจะเป็นงบฯประชานิยมหรือไม่ ถือเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ใช่สส.คิดอย่างไรเราต้องเอาตามเสมอไป หน้าที่เราคือสามารถยังยั้ง เสนอแนะ ทบทวนสิ่งที่ผ่านมาจากสส. ได้” นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว
เสนอต้องแสดงวิสัยทัศน์
นพ.เปรมศักดิ์ ยังกล่าวถึงการวิ่งต่อรองตำแหน่งด้วยผลประโยชน์ต่างๆว่า ตนมองว่าเป็นการเมืองที่ล้าหลัง ไม่ควรต่อรองในตำแหน่งต่างๆอีกแล้ว ตนขอเรียนว่าตำแหน่ง สว.ใหญ่สุดแล้ว การเป็น สว.ที่เพียบพร้อมในการทำงาน ทำให้เกิดประโยชน์กับบ้านเมืองมากพอแล้ว
ส่วนการจะได้รับตำแหน่งใดๆอยู่ที่ ที่ประชุม อยากให้ทุกฝ่ายรอคอยการแสดงวิสัยทัศน์ ของผู้ที่ประสงค์จะเป็นประธาน และรองประธานวุฒิสภา อย่าให้มีบล็อคโหวตมากำกับ ตนว่าไม่มีประโยชน์กับการทำงาน 5 ปีต่อจากนี้ เกียรติยศศักดิ์ศรีของผู้ที่ดำรงตำแหน่งประธาน และรองประธานวุฒิสภา จะคงอยู่อีก 5 ปี อย่าให้มีมติที่เบี่ยงเบนไปจากผลประโยชน์ประชาชน
เมื่อถามว่ามีรายชื่อบุคคลใดในใจหรือไม่ หรือรายชื่อคนชิงตำแหน่งประธานวุฒิสภาที่ออกมารับได้หรือไม่ นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า ตนรับได้ทุกคน ขอให้ที่ประชุมมีมติเห็นชอบด้วยกัน แต่จะมาลงมติโหวตล่วงหน้าตนเห็นว่าไม่สมควร มันต้องฟังก่อนถึงจะโหวตยอมรับว่ามีคนมาขอคะแนนเสียงเพื่อโหวตให้ ถือเป็นเรื่องธรรมดา คนที่อยากเป็นก็มานัดตนกินข้าว กินกาแฟ ขอทราบความเห็นต่างๆ แต่ตนบอกไปว่า ให้ความเห็นผ่านสื่อมวลชนไปเยอะแล้ว จะเอาประโยชน์ส่วนตัวมาแลก ตนไม่เอา 1เสียงจากเรา ถ้าเราทำงานอย่างมีความหมาย สภาฯก็ได้ประโยชน์จากเรา
เมื่อถามว่าถ้ามีคนเสนอชื่อนพ.เปรมศักดิ์ชิงตำแหน่งประธานวุฒิสภา นพ.เปรมศักดิ์ ตอบว่า“จะมีขนาดนั้นเลยหรือ รอให้ถึงเวลาก่อนดีกว่า ผมไม่ได้อยู่กลุ่มไหนเลยจะมีคนเสนอได้อย่างไรคงเซอร์ไพรส์มากถ้ามีคนเสนอ”
ยิ้มร่า! ‘หมอเกศกมล’โผล่สภา
เวลา 10.30 น. ที่รัฐสภา พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย สว. ได้เดินทางเข้ามายังอาคารรัฐสภาฝั่งสภาผู้แทนราษฎร โดยผู้สื่อข่าวบังเอิญไปเจอพญ.เกศกมล ที่ห้องอาหารชั้น 1 ฝั่งสภาผู้แทนราษฎร จึงพยายามที่จะสอบถามว่ามีภารกิจอะไร มายื่นเอกสารอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ แต่พญ.เกศกมล ก็ปฏิเสธทุกข้อซักถาม
ผู้สื่อข่าวจึงถามถึงความเห็นเรื่องแพทยสภาฯ ว่าได้เห็นมติหรือไม่ จะมีคำชี้แจงอะไรหรือไม่ พญ.เกศกมลได้แต่ยิ้ม และเดินผ่านไป ก่อนจะขึ้นลิฟต์ที่บริเวณโถงด้านหน้าชั้น 1 โดยมีเจ้าหน้าที่สภาฯ ท่านหนึ่งพูดขึ้นก่อนที่ลิฟต์จะปิดว่า ”มาพบผม”ทำให้ผู้สื่อข่าวถามต่ออีกว่ามาพบเรื่องอะไร เจ้าหน้าที่ท่านนั้นจึงตอบว่า ”คุยเรื่องส่วนตัว”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี