วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
แพทยสภาลงดาบเชือดหมออุ้ม‘แม้ว’
ป่วยไม่วิกฤตจริง
2คนหนัก-พักใช้ใบอนุญาต
อีก1คนแค่ว่ากล่าวตักเตือน
ชี้ให้ข้อมูลไม่ตรงความจริง
พท.ยันไม่กระทบ‘อุ๊งอิ๊งค์’
มติแพทยสภาท่วมท้น ลงโทษ 3 หมอ จากรพ.ราชทัณฑ์-ตำรวจ ช่วยเทวดาทักษิณป่วยทิพย์ ชั้น 14 พักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม 2 คน ว่ากล่าวตักเตือน 1 คน ข้อหา ใช้ข้อมูลเอกสารทางการแพทย์ไม่ตรงกับความจริง ประกอบวิชาชีพทางเวชกรรมไม่ได้มาตรฐาน เพื่อไทยเผยป่วยทิพย์ไม่กระทบเก้าอี้นายกฯอุ๊งอิ๊งค์ ด้านเทวดาทักษิณยื่นศาลไต่สวนขอไปเมืองนอก
เมื่อเวลา 14.40น.วันที่ 8พ.ค.68 ที่อาคารมหิตลาธิเบศร กระทรวงสาธารณสุข แพทยสภานัดประคณะกรรมการแพทยสภาชุดใหญ่ ซึ่งเป็นประชุมประจำเดือนพฤษภา คม โดยหนึ่งวาระของการประชุมวันนี้ คือการนำเสนอผลสรุปการสอบสวนจริยธรรมแพทย์ที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการกลั่นกรองของแพทยสภา กรณีการพักรักษาตัวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ
โดย ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา อุปนายกแพทยสภาคนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม โดยเริ่มการประชุมตั้งแต่เวลา 13.00 น. และจากเดิมมีกำหนดการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงผลของการประชุมในเรื่องดังกล่าวในเวลา 14.00 น. ปรากฏว่าที่ประชุม ได้มีการ ปรึกษาหารือกันอย่างเข้มข้นจนถึงขณะนี้ ยังไม่ได้ข้อสรุป จึงได้ ประกาศแจ้งต่อสื่อมวลชนที่มาปักหลักรอทำข่าวว่าเลื่อนการแถลงข่าวออกไปเป็นเวลา 15:00 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการแพทยสภาชุดใหญ่ มีประมาณ 70 คน ประกอบด้วย คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยต่างๆ ประมาณ 28 คณะ ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข และผู้แทนนายแพทย์ใหญ่ รพ.สี่เหล่าทัพ คือ เจ้ากรมแพทย์ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ และตำรวจ จากการตรวจสอบข้อมูลทราบว่า มีคณะกรรม การที่เข้าร่วมประชุมราวๆ 60 คน ในส่วนของผู้ที่ลาประชุมเบื้องต้นคือ ศ.เกียรติคุณ พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์ นายกแพทยสภา ติดภารกิจไปต่างประเทศ สัดส่วนผู้แทนจากกระทรวงสาธารณสุข ประกอบด้วย นพ.โอภาส การย์กวินพงษ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน อธิบดีกรมการแพทย์ และพญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย ซึ่งปรากฏว่า กรรมการทั้ง 3 คนได้ส่งผู้แทนมา เข้าประชุมแทน เนื่องจากติดภารกิจ
แพทย์สภาลงดาม2หมอ
ต่อมาเวลา 15.40 น. ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา อุปนายกแพทยสภาคนที่ 1 แถลงว่า ที่ประชุมกรรมการแพทยสภา ที่ 5/2568 มีการพิจารณาคดีจริยธรรมของแพทย์ที่เป็นเรื่องอยู่ในความสนใจของประชาชน กรณีกล่าวโทษแพทย์ รพ.ราชทัณฑ์ และรพ.ตำรวจผิดจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม ที่ประชุมมีมติลงโทษแพทย์ 3 ท่าน โดยตักเตือน1 คน ในกรณีประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่ไม่ได้มาตรฐาน และพักใช้ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม 2 ท่านในกรณีให้ข้อมูลและเอกสารทางการแพทย์อันไม่ตรงกับความเป็นจริง หลังจากนี้จะนำเสนอมติต่อสภานายกพิเศษ คือ รมว.สธ.เพื่อขอความเห็นชอบก่อนจะดำเนินการตามมติ ดังนั้นทั้งหมดจึงต้องรอความเห็นจาก รมว.สธ. เป็นไปตาม พรบ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525
ทั้งหมดอยู่ที่การตีความ
เมื่อถามว่าสาเหตุที่ตัดสินเช่นนี้เพราะอะไร ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวว่า สำหรับท่านที่ว่ากล่าวตักเตือนเป็นความผิดที่ไม่ได้รุนแรงเนื่องจากเกี่ยวกับเรื่องการออกใบส่งตัว ส่วนอีกสองท่านเป็นเรื่องการให้ข้อมูลเอกสารทางการแพทย์ที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง
เมื่อถามถึงกรณีการให้ข้อมูลไม่ตรงกับความเป็นจริงหมายถึงอะไร ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ข้อมูลที่เราได้รับไม่ได้มีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ชัดเจนว่า มีภาวะวิกฤติเกิดขึ้น
ถามว่าสรุปคือไม่ป่วยจริงใช่หรือไม่ ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวว่า ตนบอกได้แค่ว่าด้วยข้อมูลหลักฐานทั้งหลายที่เราได้รับไม่ได้มีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ชัดเจนว่า มีภาวะวิกฤตเกิดขึ้นตามที่มีการแถลงข่าว อยู่ที่การตีความ ดังนั้น วันนี้ที่เราไม่สามารถบอกว่าต้องพักใช้ใบอนุญาตนานเท่าไหร่ เพราะการจะพักใช้นานเท่าไหร่อยู่ที่ความเห็นชอบของสภานายกพิเศษ หากเราให้ข้อมูลไปก่อนแล้วไม่ตรงกัน หรือมีความเห็นอย่างอื่น เพราะฉะนั้น ต้องรอให้จบทุกขั้นตอนจึงจะบอกได้ว่าต้องพักใช้ใบประอบวิชาชีพนานเท่าไหร่เมื่อถามถึงรายละเอียดเอกสารที่ไม่สอดคล้องกับอาการป่วยข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวว่าเอกสารที่เราได้รับซึ่งไม่ใช่ทั้งหมดแต่เท่าที่ได้รับมา มันเป็นแบบนั้น
ต้องยึดความถูกต้อง
เมื่อถามว่าเนื่องจากสังคมจับตาการทำงานของแพทยสภา มติที่ออกมาในวันนี้คิดว่าจะเรียกความเชื่อมั่น ศรัทธา เกียรติยศ และศักดิ์ศรีกลับคืนหรือไม่ ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวว่า แพทยสภายึดความถูกต้อง ยึดหลักฐานต่างๆ เราไม่ได้สนใจปัจจัยภายนอก เราไม่ได้สนใจว่าแพทย์ท่านนี้คือใคร เราไม่ได้อิงปัจจัยภายนอก ไม่อย่างนั้น จะเกิดเป็นประเด็น ดังนั้น จากข้อมูลที่มีแบบนี้จึงสรุปออกมาแบบนี้ และขอให้รู้ว่าพ.ร.บ.ประกอบวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 มีมติอย่างไรยังไม่สิ้นสุด คำสั่งยังออกไม่ได้จนกว่ารัฐมนตรี สธ.จะเห็นชอบ สรุปคือคำสั่งยังออกไม่ได้จนกว่ารัฐมนตรีจะเห็นชอบ
เมื่อถามว่าแพทย์ด้านไหนที่เข้าข่ายความผิดนี้ ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นแพทย์เฉพาะทางและออร์โธปิดิกส์ เมื่อถามว่ามติดังกล่าวเป็นเอกฉันท์หรือไม่ ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวว่า “มติที่ออกมาเป็นเสียงส่วนใหญ่มากๆๆๆ ก็แล้วกัน”ผู้สื่อข่าวถามว่า การลงโทษแพทย์ 3 คนจากจำนวนที่ถูกร้องมาเท่าไหร่ ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ ไม่ตอบคำถาม แต่ขึ้นลิฟต์เพื่อประชุมเรื่องอื่นต่อ
ป่วยทิพย์ไม่กระทบอุ๊งอิ๊งค์
นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่แพทยสภามีมติลงโทษแพทย์ 3 คน จากกรณีการพักรักษาตัวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตํารวจ จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยหรือไม่ ว่า ยืนยันว่าคดีของนายทักษิณ ไม่เกี่ยวกับพรรคและ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพราะเข้ามารับตําแหน่งหลังจากที่นายทักษิณ ออกมาจากโรงพยาบาลตำรวจเรียบร้อยแล้ว จึงไม่อยากเอาเรื่องนำกล่าวมาเกี่ยวข้องกับพรรค ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการเมืองด้วยซ้ำ แต่ขอให้ไปดูว่าคำวินิจฉัยออกมาเป็นเช่นไร และเป็นความผิดของใคร หนักถึงขั้นไหน ยํ้าว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่นอกเหนือจากการเมืองจริงๆ
ปัดคดีทักษิณกระทบการเมือง
นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมือง ที่ดูเหมือนจะหยุดนิ่ง จากกรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเรียกไต่สวนนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีในวันที่ 13 มิถุนายน อาจส่งผลให้ข้าราชการและรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆเกิดเกียร์ว่างว่า ทุกคนยังทำงานกันเต็มที่อยู่ ไม่ได้มีอะไร อย่าไปคาดการณ์อะไรมาก ไม่มีใครรู้หรอกว่าคดีจะเป็นอย่างไร มีแต่การคาดเดา ซึ่งจากที่ฟังดูศาลได้ให้รวบรวมข้อเท็จจริงแล้วไปชี้แจง ผู้สื่อข่าวถามว่า ส่วนราชการจะเกียร์ว่างหรือไม่เพราะนอกจากเรื่องนี้แล้วยังมีเรื่องกระแสการปรับครม.ด้วย นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ทุกคนก็ยังทำงานเต็มที่อยู่ ถ้าในความเห็นของตนคิดว่า ไม่มีอะไร
ทักษิณ” ขึ้นศาลขอไปนอก
เมื่อช่วงเช้า ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำเลย คดีดูหมิ่นสถาบัน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ได้เดินทางมายื่นคำร้องขอเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เเต่ยังไม่ทรายรายละเอียดเกี่ยวกับประเทศปลายทาง เเละเหตุในการขอออกนอกประเทศ
โดยมี นายทักษิณเดินทางมาด้วยรถยนต์โรลส์-รอยซ์ สีดำ พร้อมกับนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.ต่างประเทศ พร้อมกับทีมทนายความ ซึ่งศาลอาญาเปิดบัลลังก์ไต่สวนคำร้องของนายทักษิณ จนแล้วเสร็จ จากนั้นนายทักษิณได้เดินทางกลับ โดยใช้เวลาไม่นาน คาดว่าศาลจะมีคำสั่งอนุญาตหรือไม่ในช่วงบ่าย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี