ดร สามารถ เปิด 5 ข้อ แก้รถติดโซนเหนือที่ เจ๊ง ทุกแผน

ดร สามารถ เปิด 5 ข้อ แก้รถติดโซนเหนือที่ เจ๊ง ทุกแผน

วันเสาร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2569, 09.29 น.

วันนี้ 24 มกราคม พ.ศ. 2569 ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความกรณีทางด่วนงามวงศ์วานกับปัญหารถติดโซนเหนือ กทม. พร้อมภาพ โดยมีข้อความระบุว่า "ทางด่วนงามวงศ์วานถูกค้าน แล้วรถติดโซนเหนือ กทม. จะแก้อย่างไร? นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ และไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่มันคือ “ชีวิตประจำวัน” ของคนจำนวนมากในตอนเหนือของกรุงเทพฯ และปริมณฑล ถนนรัตนาธิเบศร์-งามวงศ์วาน-ประเสริฐมนูกิจ (หรือถนนเกษตร-นวมินทร์) คือแนวตะวันตก-ตะวันออกที่มีรถติดหนักทุกวัน ติดจนไม่ต้องดูสภาพจราจรผ่านแอป เพราะรู้อยู่แล้วว่า “ยังไงก็ติด” แนวคิดแก้รถติดมีมานาน แต่ทางด่วน... ไม่เคยไปถึงเส้นชัย

ความจริงคือ แนวคิดสร้างทางด่วนงามวงศ์วาน ถูกพูดถึงมานานหลายสิบปี ทั้งแบบยกระดับ ใต้ดิน และบนดิน แต่สุดท้าย... ก็ไม่เกิดสักแบบ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงคือ รถติดหนักขึ้นทุกปี และเวลาในชีวิตของผู้คนหายไปกับการเดินทางวันละหลายชั่วโมง


สามารถ

1. ทางด่วนมี 224 กิโลเมตร แต่ “ขาดเส้นสำคัญ” โซนเหนือ วันนี้ กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีทางด่วนเปิดใช้แล้ว 224.6 กิโลเมตร แต่กลับไม่มีทางด่วนแนวตะวันตก-ตะวันออก ในโซนเหนือ คนที่ต้องการเลี่ยงรถติดต้องขับอ้อมเข้าเมือง แล้ววนออกนอกเมือง เสียทั้งเวลา และค่าทางด่วนเพิ่ม ทั้งที่เส้นทางจริงอยู่ตรงหน้า

2. ทางด่วนขั้นที่ 3: วางแผนไว้ แต่ไปไม่ถึง การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้วางแผนก่อสร้างทางด่วนขั้นที่ 3 แนวถนนรัตนาธิเบศร์-งามวงศ์วาน-ประเสริฐมนูกิจ เป็นทางด่วนยกระดับตลอดสาย ถึงขั้นสร้างตอม่อรองรับทางด่วนไว้ล่างหน้าจำนวน 281 ต้น พร้อมกับการก่อสร้างถนนประเสริฐมนูกิจ ตั้งแต่ปี 2539-2541 แต่แล้ว... ช่วงที่ผ่านข้างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ถูกคัดค้าน โครงการจึงหยุดยาว

3. ใต้ดินก็ลองแล้ว แต่ไม่รอด ปี 2565-2567 กทพ.พยายาม “แก้เกม” ด้วยการเปลี่ยนเป็นทางด่วนใต้ดิน ลึกถึง 48.5 เมตร เท่าตึกสูง 16 ชั้น หวังลดผลกระทบด้านบน แต่ผลการประเมินออกมาชัด... ค่าก่อสร้างสูงมาก ค่าซ่อมบำรุงรักษาก็แพง ทำให้ไม่คุ้มทุนปลายปี 2567 โครงการทางด่วนใต้ดินสายแรกของไทยจึงถูก “เบรก”

4. ระดับดิน? แนวคิดล่าสุดที่แทบเป็นไปไม่ได้ แนวคิดล่าสุดคือ ก่อสร้างทางด่วนระดับดิน ช่วงแยกพงษ์เพชร-แยกเกษตร โดยใช้ถนนงามวงศ์วาน 4 ช่องจราจร จาก 8 ช่อง รวมทั้งสะพานพงษ์เพชร สะพานบางเขน และอุโมงค์เกษตร แต่ในความเป็นจริง ถ้าทำแบบนี้ ถนนงามวงศ์วานจะเป็น “อัมพาต” ทันที

5. ลอยฟ้า... ถูกค้าน, ใต้ดิน... ไม่คุ้ม, บนดิน... แท้ง แล้วเราจะทำอย่างไร? คนที่ใช้ถนนเส้นนี้ทุกวันไม่ต้องการคำอธิบายเชิงทฤษฎี เพราะรู้ดีอยู่แล้วว่ารถติดหนักแค่ไหน คำถามคือ ถ้า “ทางด่วน” เดินต่อไม่ได้ เมืองควรมี “ทางเลือกอื่น” อย่างไร? เพื่อให้คนใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ ผมเชื่อว่ายังมีผู้คนอีกมากที่มีไอเดียและประสบการณ์ แต่ไม่เคยมีเวทีให้พูด โพสต์นี้จึงอยากเชิญชวนทุกคนร่วมแลกเปลี่ยนข้อเสนออย่างสร้างสรรค์ไปถึง กทพ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่เพื่อกล่าวโทษใคร แต่เพื่อกันช่วยหาทางออก และที่สำคัญ ไม่ปล่อยให้รถติดเป็น “คำตอบสุดท้าย” ของเมืองนี้"

ทำเอาชาวโซเชียลจำนวนมากต่างก็เข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกับโพสต์ของ ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ กรณีทางด่วนงามวงศ์วานกับปัญหารถติดโซนเหนือ กทม. หรือบางส่วนก็เสนอแนวความคิดแก้ปัญหา เช่น

"ขอคัดค้านครับ เพราะทำให้ทัศนียภาพถูกทำลาย ผมไปถาม AI AI ตอบว่าการสร้างทางด่วนไม่ใช่วิธีแก้ไขแบบยั่งยืนวิธีที่ได้ผลมากที่สุดระบบขนส่งมวลชนเช่นรถไฟฟ้า"

"แนวเส้นสำคัญครับ ตะวันออก - ตะวันตก ปริมาณรถจากนนทบุรี เข้า กทม. ช่วงเช้า และ ออก กทม. ช่วงเย็น เยอะมากครับ ทำให้รถติดหนักบนถนนงามวงศ์วาน แจ้งวัฒนะ และ วิภาวดีรังสิต ครับ"

"ควรสร้างทางด่วนเชื่อมต่อในแนวตะวันตก-ตะวันออกบริเวณจตุจักร ที่เป็นจุดเชื่อมระหว่างทางด่วนประจิมรัถยา(ที่มาจากตลิ่งชัน) กับทางด่วนศรีรัช เพื่อไปลง ถ.วิภาวดี ถ.รัชดา และถนนเกษตรนวมินทร์ ช่วยอีกทางด้วยครับ อีก2จุดคือ แนวแจ้งวัฒนะ และแนวคลองรังสิต จากทางด่วนอุดรรัถยา-พหลโยธิน และกาญจนาภิเษกฝั่งตะวันออกครับ"

"โครงการรถไฟฟ้าเยอะแยะค่ะ"

สามารถ

สามารถ

สามารถ

สามารถ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ - Dr.Samart Ratchapolsitte

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top