วันอังคาร ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569
”ณัฐพงศ์“ ชวนคนไทยย้อนดูเหตุการณ์ “หมอสุภัทร” เชื่อไม่มีเจตนาทุจริต ไม่ตอบเป็นเกมการเมืองฝั่งตรงข้าม ขอให้คนไทยใช้สายตาสอดส่องดู เชื่อ “หมอสุภัทร” ไม่เสียสมาธิเดินหน้าหาเสียง ย้ำชัดไม่ยกมือโหวตให้แคนดิเดตนายกภูมิใจไทย
วันที่ 27 มกราคม 2569 ที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย ถูกมติที่ประชุมที่ประชุม อนุกรรมการข้าราชการพลเรือนกระทรวงสาธารณสุข (อ.ก.พ.) ปลดให้ออกจากราชการ ว่า โดยส่วนตัวตน ขอยืนยันว่า มาตรฐานจริยธรรมทางการเมืองเป็นจุดยืนของพรรคประชาชน ที่ต้องอยู่สูงกว่ากฎหมาย และพรรคประชาชน มีกระบวนการตรวจสอบอย่างเข้มข้น สำหรับกรณีของ นพ.สุภัทร ตนก็อยากจะชวนทุกคนดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต ซึ่งเราก็เห็นชัดแล้วว่า นพ.สุภัทรเป็นแกนนำนายแพทย์ชนบทที่เข้ามาช่วยเหลือประชาชนในกรุงเทพฯช่วงโควิด-19
ส่วนสิ่งที่เกิดขึ้นจากการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้าง เราก็เห็นกันอยู่ว่า เหตุการณ์หน้างาน การปฏิบัติตามระเบียบราชการอาจจะไม่ทันต่อสถานการณ์ในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดของโควิด-19 และไม่สามารถดูได้ว่าจะต้องใช้ ATK ปริมาณเท่าไหร่ ในเหตุการณ์วิกฤติที่เกิดเฉพาะหน้า ซึ่งส่วนตัวคิดว่า สิ่งหนึ่งของคนที่อาสาจะมาทำงานเป็นตัวแทนของประชาชนคือความกล้าหาญไม่ต้องมานั่งกลัวเรื่องระเบียบจัดซื้อจัดจ้าง ว่า ณ ตอนนั้นเป็นอย่างไร จนทำให้มีอุปสรรคติดขัดไปทั้งหมด และไม่สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที จึงอยากให้ทุกคนมองด้วยความเป็นธรรมว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับนพ.สุภัทร เป็นไปด้วยเหตุผลเบื้องหลังอะไร
“หากคิดว่า สิ่งที่ นพ.สุภัทรเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในช่วงวิกฤต ณ ตอนนั้น เป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่ระเบียบอาจจะเปิดช่องให้นำมาสู่การกลั่นแกล้งกัน ผมก็อยากให้ช่วยกันดู ว่าการทำหน้าที่ที่ผ่านมาของ นพ.สุภัทร ใช้ช่องทางที่ตนเองมี จนประชาชนได้รับการแก้ไขเยียวยา แต่กลับต้องมารับผิด“
ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของการเมือง เพราะเกิดในช่วงการเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดสงขลาอย่างเข้มข้น ถือเป็นการหวังล้ม และสกัดกันหรือไม่นั้น นายณัฐพงศ์ กล่าวว่า เนื่องจากตนเองก็อยู่ในสถานะที่วันนึงหากผลสอบออกมาแล้วจะต้องดำเนินการอย่างจริงจัง เพื่อจัดการคนภายใน ตนก็ต้องดำเนินการอย่างจริงจังเช่นกัน จึงขอสงวนความเห็น ว่า เป็นเรื่องการเมืองหรือไม่ แต่ย้ำว่า หลักการใช้อำนาจจะต้องมีความกล้าหาญ และสามารถพูดกับ นพ.สุภัทรได้เลย เพราะครั้งหนึ่งตนก็เคยทำงานกับหน่วยแพทย์ชนบท และเข้าไปตรวจ ATK ให้กับประชาชนในพื้นที่ของตนเองที่วัดม่วง เขตบางแค ถึง 5,000 คน ก็ถือว่าช่วยแก้ปัญหาได้เยอะ ตนจึงมั่นใจว่า ณ ตอนนั้น สิ่งที่ นพ.สุภัทร และแพทย์ชนบททำ มีเจตนาที่อยากจะช่วยเหลือประชาชน ส่วนจะถูก จะผิดในรายละเอียด หรือมีความตั้งใจในการทุจริตหรือไม่ นั้น ส่วนตัวลึกๆไม่เชื่อ แต่การกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือไม่ วันนี้ยังตอบไม่ได้ แต่อยากให้ทุกคนใช้สายตาสอดส่องดูแล
ส่วนได้ให้กำลังใจ นพ.สุภัทรอย่างไรนั้น นายณัฐพงศ์ กล่าวว่า โดยส่วนเชื่อว่า นพ.สุภัทร ไม่ได้เสียสมาธิ และเป็นคนที่ทำงานหนักมาโดยตลอด วันนี้ยังคงหาเสียงในพื้นที่อย่างเต็มที่ ซึ่งตนเองก็เข้าใจดี และก็ขอเรียกร้องทุกคนดูกระบวนการที่เหลือ และคงไม่อยากเห็นคนที่ตั้งใจเข้ามาทำงานช่วยเหลือประชาชนหนีความกล้าหาญพยายามใช้อำนาจที่มีตามระเบียบราชการทุกอย่าง เพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชน แต่กลับถูกนำมากลั่นแกล้งกัน
ส่วนประเด็นที่ นพ.สุภัทร บอกว่า เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นการสกัดขาของพรรคภูมิใจไทยนั้น ตนในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชน จะยังสามารถร่วมกับพรรคภูมิใจไทยได้หรือไม่ นายณัฐพงศ์ ย้ำว่า จุดยืนในการร่วมรัฐบาล ตนเคยพูดไปแล้ว ว่า ไม่สามารถร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าทำ และไม่สามารถโหวตให้แคนดิเดตนายกพรรคภูมิใจไทยได้ ส่วนโจทย์ที่เหลือของพรรคประชาชนเราจำเป็นจะต้องได้เสียงที่มากพอ เพื่อที่จะตั้งรัฐบาล เพื่อกำกับทิศทางของพรรคร่วมรัฐบาลได้ ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นสีอะไร ตราบใดที่ประชาชนให้ความไว้วางใจพรรคประชาชนมากเพียงพอ เสียงของเราเข้มแข็งเพียงพอ เราปฏิเสธรัฐมนตรีสีเทาได้ หรือหากใครมีประวัติสีเทาเราสั่งให้ออกจากตำแหน่งได้ ซึ่งเรื่องนี้จะเป็นจุดยืนที่ชัดเจนเพียงพอแล้ว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี