วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
รอเทียบเชิญร่วมรัฐบาล‘ภูมิใจไทย’
‘พท.-กธ.’แบะท่า
‘จุลพันธ์’ชี้อะไรก็เกิดขึ้นได้
ลุ้น‘อนุทิน’โยนกก.บห.เคาะ
‘ปชป.’ประกาศตั้ง3เงื่อนไข
‘เท้ง’ถอดบทเรียนแพ้ยับเยิน
“อนุทิน” ขอบคุณประชาชน “ภูมิใจไทย” ชนะถล่มทลาย เกือบ 200 ที่นั่ง ยิ่งกว่าแลนด์สไลด์ ย้ำความไว้วางใจคือภารกิจใหญ่ ขอทำหน้าที่ นายกฯที่ดีของคนไทย ด้าน “ธรรมนัส” รอ “หนู” ต่อสายมา ขณะที่ “พท.” แบะท่ารอเทียบเชิญอะไรก็เกิดขึ้นได้ อยู่ที่อุดมการณ์-แนวคิด-นโยบาย ส่วน “ปชป.” ยก 3 เหตุผลไม่จับมือสีน้ำเงิน ขณะที่ “เท้ง” ประกาศจุดยืนให้ ภท.จัดตั้งรัฐบาลก่อน
เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ในรายการ “กรรมกรข่าว นอกจอ” โดยกล่าวขอบคุณประชาชนที่มอบความไว้วางใจให้พรรคภูมิใจไทย จนคว้าชัยชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย เป็นพรรคอันดับ 1 พร้อมย้ำความตั้งใจที่จะทำหน้าที่นายกฯที่ดีของประชาชนทุกคน รู้สึกดีใจและปลาบปลื้มใจอย่างมาก
สำหรับผลนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการพรรคภูมิใจไทยได้ สส.เกือบ 200 ที่นั่ง แบ่งเป็น สส.เขต 175 ที่นั่ง และสส.บัญชีรายชื่อ 19 ที่นั่ง ถือว่าเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับการเลือกตั้งปี 2566 นายอนุทิน ยอมรับว่า ตัวเลขดังกล่าวสูงเกินความคาดหมาย เดิมประเมินไว้ว่าจะได้ 130–170 ที่นั่งเท่านั้น
“ส่วนที่เคยกล่าวไว้ในรายการว่า จะได้ถึง 200 ที่นั่งนั้น เป็นการประเมินจากบรรยากาศในสนามเลือกตั้ง ประกอบกับผลโพลและการวิเคราะห์ต่างๆ” นายอนุทิน กล่าว
‘หนู’ปลื้มชนะลต.ยิงกว่าแลนด์สไลด์
นายอนุทิน ยังมองว่า ผลคะแนนครั้งนี้“ยิ่งกว่าแลนด์สไลด์” เพราะสะท้อนถึงความไว้วางใจและความคาดหวังจากประชาชน ซึ่งถือเป็นแรงกดดันและพันธะที่พรรคต้องนำไปสู่การทำงานให้ตอบสนองความต้องการของประชาชนให้ได้มากที่สุด
เมื่อถูกถามถึงคำให้สัมภาษณ์ก่อนการเลือกตั้ง ที่ระบุว่า หากไม่ได้เป็นพรรคอันดับ 1 ก็ต้องเป็นที่1 ของขั้วรัฐบาล นายอนุทิน ยอมรับว่า ได้เผื่อใจไว้จนถึงช่วง 17.00 น. หลังปิดหีบเลือกตั้ง แม้ไม่คิดว่าจะได้อันดับ 2 แต่ก็มีความหวั่นเกรงและไม่ประมาทคู่แข่ง โดยประเมินศักยภาพของคู่แข่งในระดับสูงมาโดยตลอด
“นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ซึ่งเป็นคนมีความรู้ ทำการบ้านหนัก และตั้งใจทำงานเพื่อประเทศ รวมถึงนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ที่ตนให้ความนับถือ เพราะไม่เคยใช้วาจาโจมตีหรือกล่าวร้ายผู้อื่น”นายอนุทิน กล่าว
แจงจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปตามขั้นตอน
นายอนุทิน ยังให้สัมภาษณ์ถึงความสำเร็จภายหลังชนะการเลือกตั้งเกิดจากกระแสชาตินิยม การทำงานเรื่องชายแดนหรือไม่ว่า การชนะการเลือกตั้งมาจากประชาชนที่ให้ความมั่นใจในแนวทางการทำงานของพรรคภูมิใจไทย เมื่อถามถึงกระแสชาตินิยมจะเป็นจุดหลักหรือจุดขายที่ทำให้ชนะการเลือกตั้งครั้งนี้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ขอกลับไปประเมินก่อน
เมื่อถามถึงหน้าตาของการจัดตั้งรัฐบาลจะเห็นได้เร็วที่สุดเมื่อไหร่นั้นนายอนุทิน กล่าวว่า ทุกอย่างมีขั้นตอน ขณะนี้ยังไม่มีการประกาศผลอย่างเป็นทางการ จากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ซึ่งยังไม่ทราบว่าใครได้ตัวเลขเท่าไหร่ มีข้อจำกัด และความไม่สมบูรณ์อย่างไร พร้อมย้ำว่า“วันนี้ประเทศไทยยังคงมีรัฐบาลที่บริหารราชการแผ่นดินเต็มรูปแบบไม่มีขาดช่วง”เมื่อถามย้ำว่า แม้ไม่มีผลอย่างเป็นทางการ ตอนนี้ได้เริ่มคุยกับพรรคการเมืองอื่นๆ แล้วหรือไม่ นายอนุทิน ปฏิเสธตอบคำถาม
กั๊กทำMOAร่วมรบ.ต้องหารือกก.บห.
เวลา 12.15น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจับขั้วรัฐบาลว่า ตรงนี้มีขั้นตอนในการดำเนินการอยู่แล้ว เมื่อถามว่ามีพรรคการเมืองโทรศัพท์มาแสดงความยินดีหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มีครับ
เมื่อถามว่า จะดึงพรรคเพื่อไทยมาร่วมรัฐบาลด้วยหรือไม่ เพราะเพื่อไทยบอกว่าไปได้หมดทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล นายอนุทิน กล่าวว่า อยู่ทุกอย่าง อยู่ในความคิด อยู่ในกระบวนการ อย่างไรก็ตามต้องเอาเรื่องนี้เข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคด้วย ซึ่งยังมีขั้นตอนที่ต้องดำเนินการ เมื่อถามว่า การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้จะต้องมี MOAหรือไม่ นายอนุทิน หัวเราะ แต่ไม่ตอบคำถามดังกล่าว
ส่งสัญญาณฟื้นสัมพันธ์’เพื่อไทย’
เมื่อถามว่าดูเหมือนพรรคภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อไทยจะเล่นกันแรง อย่างช่วงหลังที่คดีต่างๆมีความคืบหน้า บอกว่าเหมือนเป็นการเผาสะพานมิตรภาพระหว่างภูมิใจไทยและเพื่อไทย สะพานจะกลับมาเชื่อมกันได้อีกหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า สะพานมิตรภาพไทย-ลาวมีตั้ง 5 แห่ง เดี๋ยวก็มีแห่งที่ 6 แล้ว เมื่อถามว่า สิ่งแรกที่ตั้งใจจะทำหลังจากที่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีอย่างสมบูรณ์ คิดว่าจะทำอะไร นายอนุทินหัวเราะ ก่อนกล่าวว่า ขอให้ได้เป็นเรียบร้อยก่อน
‘ธรรมนัส’ปลื้มกวาด57ที่นั่งตามเป้า
ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม(กธ.) และแคนดิเดตนายกฯ เปิดเผยถึงผลการนับคะแนนการเลือกตั้ง สส.เสร็จแล้วกว่า 95%ว่าโดยภาพรวมพึงพอใจ จากที่ตั้งเป้าไว้ที่ 60ที่นั่ง แต่ได้ 57 ที่นั่ง ถือว่าเป็นไปตามเป้าหมาย ยอมรับมีบางเขตที่คาดว่าจะชนะแต่แพ้คะแนนนิดหน่อย แต่ภาพรวมดีใจที่มีบางเขตได้ที่นั่ง สส.เช่น แม่ฮ่องสอน-ร้อยเอ็ด โดยเฉพาะ สุพรรณบุรี ที่มั่นใจว่าจะได้ 2ที่นั่ง แต่ชนะเพียง 1ที่นั่งก็ตาม สำหรับความสำเร็จครั้งนี้เป็นตามยุทธศาสตร์ที่พรรคได้หาเสียง โดยเน้นลงพื้นที่เข้าถึงประชาชน นำเสนอนโยบายภาคการเกษตร ด้านน้ำและที่ดินทำกิน
รอเทียบเชิญ’อนุทิน’เข้าร่วมรัฐบาล
ส่วนเรื่องทาบทามตั้งรัฐบาลนั้น ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้พูดคุยเพราะเมื่อคืนหลังเสร็จสิ้นจากภารกิจที่พรรคกล้าธรรม ก็ปิดโทรศัพท์พักผ่อน และยังไม่ได้รับสายใคร ส่วนที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตในการคิดสูตรจัดตั้งรัฐบาล ความเป็นไปได้ น่าจะเป็น พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย และพรรคกล้าธรรมนั้น เรื่องนี้ต้องให้เกียรติพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ย้ำว่า ขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุย
เมื่อถามถึง พรรคกล้าธรรม มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า รัฐบาลที่แล้วก็อยู่ด้วยกันมา หากครั้งนี้ได้เป็นรัฐบาล และได้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็จะง่ายต่อการสานต่อนโยบายเดิม ทั้งหมดนี้ต้องขึ้นอยู่กับพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลและต้องมีการพูดคุยในรายละเอียดเพิ่มเติม ปัจจุบันยังเร็วเกินไปและทุกฝ่ายยังตั้งอยู่ในฐานที่มั่นของตนเอง
รอนับคะแนนใหม่บางเขตอาจเพิ่ม
ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวถึงคะแนนเสียงพรรคกล้าธรรม เวลา 15:00น.มีการรายงานผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการว่า พรรคกล้าธรรมได้ที่นั่ง สส.ทั้งหมด 58ที่นั่ง เพิ่มจากเดิม 1ที่นั่ง ตนยังมีความคาดหวังว่า จะมีคะแนนเสียงเพิ่มมากขึ้น หลังคะแนนเสียงปัจจุบันยังไม่นิ่งและมีหลายเขตคะแนนสูสี ปัจจุบันได้ร้องขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินการนับคะแนนเสียงใหม่ โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ดบางเขต และพื้นที่อื่นๆ อีก 2-3 เขต ส่วนที่นั่ง สส. จะถึง 60 ที่นั่งหรือไม่ ต้องรอลุ้นหลังจากนี้ว่า ผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการจะออกมาเป็นอย่างไร ส่วนประเด็นกระแสข่าวที่ นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นัดทานข้าวกับตนนั้น ปฏิเสธไม่เป็นความจริง และจนถึงเวลานี้ยังไม่มีใครโทรมาหาพูดคุยรายละเอียด หรือทาบทามเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลแต่อย่างใด คาดว่าอาจจะมีการเจอและพูดคุยในเบื้องต้น หลังเสร็จสิ้นจากการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 10ก.พ.2569 ส่วนจะได้ข้อสรุปเมื่อไหร่นั้นคงต้องรอพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลประสานงานเข้ามาอีกครั้ง ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า ยังไม่นัดประชุมผู้บริหารพรรคในเวลานี้ เพราะอาจจะต้องรอความชัดเจน หลังจากพรรคแกนนำ ทาบทามจัดตั้งรัฐบาลอย่างเป็นทางการด้วยเช่นกัน
‘กธ.’รอ’ภท.’เทียบเชิญร่วมรัฐบาล
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์ พรรคกล้าธรรม กล่าวถึงมีสัญญาณติดต่อเชิญร่วมรัฐบาลหรือไม่นั้น ตอนนี้คงรอให้พรรคภท.ที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล มีการสื่อสารมายังผู้บริหารของพรรคกล้าธรรม และคงต้องรอให้ผู้บริหารพรรคมาประชุมกัน เชื่อว่าการร่วมรัฐบาลตรงไปตรงมา พรรคภูมิใจไทยคงประชุมพิจารณากลั่นกรองว่าจะเชิญพรรคใดร่วมรัฐบาล ซึ่งหากมีการเชิญพรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาลก็จะแจ้งกับสื่อมวลชนอีกครั้งหากเข้าร่วมรัฐบาลจะดูแลกระเกษตรและสหกรณ์ หรือไม่ นั้นต้องบอกว่า เราประกาศไปตอนหาเสียงแล้วว่า ความวุ่นวายของประเทศ ตลอด20ปีที่ผ่านมา เราขอก้าวข้ามความขัดแย้ง ดังนั้น หากมีพรรคใดที่พร้อมทำประโยชน์ให้ประชาชนเราก็ไม่ปฏิเสธ ซึ่งนโยบายของพรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรม คงจะไปในทิศทางเดียวกันและเราไม่เคยมีเงื่อนไข ตราบใดที่พรรคการเมืองนั้น แสดงเจตจำนงชัดเจนว่าทำประโยชน์ให้ประชาชน
พท.ยังกั๊กเข้าร่วมรัฐบาล’หนู’
เวลา 15.10น. ที่พรรคเพื่อไทย นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการหารือร่วมกับแกนนำพรรคเพื่อไทย มีการหารือเรื่องการจับมือตั้งรัฐบาลหรือไม่ว่า ยังไม่ได้คุยอะไรกัน
เมื่อถามว่า รอดูสัญญาณอะไรหรือไม่ หลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย ไม่ปิดทาง นายชูศักดิ์ กล่าวว่า เราได้วิเคราะห์การเลือกตั้งว่าเป็นอย่างไร และมีความเห็นว่าก็ต่ำกว่าที่เราประเมินไว้ ซึ่งได้วิเคราะห์สาเหตุว่าเกิดจากอะไรบ้าง และวิเคราะห์ข้อดีข้อเสีย แต่ไม่ได้ตัดสินใจอะไร ต้องฟังเหตุฟังผลกันก่อน เมื่อถามว่า ได้ประเมินหรือไม่ว่าทำไมคะแนนของพรรคเพื่อไทยถึงได้เท่านี้ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า หลายปัจจัย หลายพรรคทำได้ตามเป้าหมายของเขา ที่เขาทำก็มีผลกระทบกับเรา
อ้างเรื่องใหญ่ต้องฟังหลายฝ่าย
เมื่อถามว่า การที่จะร่วมรัฐบาลกับนายอนุทินต้องรอให้เขามาทาบทามหรือเราจะแสดงตัว นายชูศักดิ์ กล่าวว่า อันนั้นเป็นประเพณีทางการเมืองก็ว่ากันไป ย้ำว่าขณะนี้ยังไม่คุยอะไรกัน
เมื่อถามย้ำว่าคิดหรือไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน นายชูศักดิ์ กล่าวว่า เรามีความเห็นหลากหลาย ถ้าเข้าไปร่วมแล้วมีผลดีหรือผลเสียเป็นอย่างไร แต่ไม่ได้ตัดสินใจ ส่วนจะต้องรอฟังเสียงกองเชียร์หรือไม่นั้น ก็ต้องฟังหลายฝ่าย เพราะเป็นเรื่องใหญ่
มีผลกับอนาคตของพรรค พท.
เมื่อถามว่า นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย จะเข้ามาพูดคุยที่พรรคด้วยหรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ก็คุยด้วยกันตลอด ย้ำว่าต้องฟังหลายฝ่ายและเป็นเรื่องใหญ่ มีผลกับอนาคตของพรรคเพื่อไทย
เมื่อถามว่าถ้าตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งจะส่งผลต่อการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ตนคิดว่ามีผลทางด้านบวกและด้านลบ ต้องตัดสินใจดีๆ
‘จุลพันธ์’เสียใจขอถอดบทเรียน
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.)และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังประชุมแกนนำพรรค หลังผลเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการพรรคเพื่อไทยเป็นอันดับ3 ว่า วันนี้ไม่ใช่การประชุม กก.บห.แต่มีผู้ใหญ่หลายคนมานั่งคุยเรื่องการเมืองกันว่า สถานการณ์ปัจจุบันเป็นอย่างไร มีการถอดบทเรียนเบื้องต้นและคงต้องไปทำงานต่อ
“ยอมรับว่ามีความเสียใจเล็กน้อย แต่วันนี้เราต้องตั้งหลัก เอาความไว้วางใจของพี่น้องประชาชนที่ส่งมอบให้ เพื่อเดินหน้าเพื่อประชาชนต่อไป”นายจุลพันธ์ กล่าว
นาทีนี้ให้ภท.จัดตั้งรัฐบาล
เมื่อถามว่า หลายฝ่ายมองว่า หากพรรคเพื่อไทยร่วมรัฐบาลกับภูมิใจไทยจะดีกว่า เนื่องจากอาจทำให้ตลาดทุนมีแนวโน้มดีขึ้น นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ยังไม่มีการพูดคุยระหว่างเพื่อไทยกับภูมิใจไทย นาทีนี้เป็นเรื่องของพรรคที่รับเสียงสูงสุดจัดตั้งรัฐบาล คือ เป็นเรื่องของภูมิใจไทยที่จะไปพิจารณาว่า จะดำเนินการอย่างไร พรรคเพื่อไทยคงไม่ได้เป็นผู้ริเริ่มดำเนินการก่อน รอฟังสถานการณ์เท่ากัน
แบะท่าทุกอย่างเป็นไปได้
ถามว่า จุดยืนพรรคเพื่อไทยพร้อมร่วมรัฐบาลกับภูมิใจไทยหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า จริงๆพรรคเพื่อไทยประกาศบนเวทีหาเสียงเลือกตั้งว่า เราไม่ได้มีข้อจำกัด อย่างไรก็ตามต้องดูเรื่องแนวคิด อุดมการณ์และนโยบาย ถามย้ำว่า แสดงว่ามีความเป็นไปได้ใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เป็นไปได้ทุกอย่าง หากถามแบบนี้
ปชป.ประเมินผลการเลือกตั้ง
นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงผลการเลือกตั้งว่า จากที่ติดตามผลอย่างไม่เป็นทางการ พรรคประชาธิปัตย์ ได้คะแนนมาเป็นอันดับหนึ่ง จำนวน 10 เขต ได้แก่ นครศรีธรรมราช 4 เขต จังหวัดตรัง 2 เขต สงขลา 2เขต ระยอง 1เขตและจ.สุราษฎร์ธานี 1เขต ขณะที่บัญชีรายชื่อคาดว่าจะได้ทั้งสิ้น 12คน
เมื่อถามถึงกระแสการเลือกนายจุรีให้ชนะแชมป์เก่าและคู่แข่งจากพรรคประชาชน อย่างไร นายชัยวุฒิ กล่าวว่า เป็นการตอกย้ำของการสร้างการเมืองสุจริตที่พรรคประชาธิปัตย์ถือธงนำต่อต้านการซื้อเสียง และจากเขตดังกล่าวที่นายจุรี มาอันดับหนึ่ง และนพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต2 พรรคประชาชนมาอันดับสอง ซึ่งสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าการเลือกตั้งเขตดังกล่าวไม่มีการใช้เงินซื้อเสียง และประชาชนในพื้นที่เลือกคนที่มั่นใจว่าเป็นคนดี เลือกลูกชาวบ้านอย่างนายจุรีให้เข้าไปทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชน
ผิดความคาดหวังไปไม่มาก
นอกจากนั้นแล้วในพื้นที่เลือกตั้งภาคใต้ที่หลายเขตที่ผู้สมัคร สส.ของพรรคประชาธิปัตย์ มีคะแนนสูสีจึงเป็นแนวทางที่แสดงว่าประชาชนตื่นตัวกับการเมืองสุจริต ผลเลือกตั้งที่ออกมานั้น ผิดความคาดหวังไปไม่มาก แค่ 3-4 เขตเท่านั้นที่ไม่ชนะ เช่น ตรัง เขต 1 และเขต2 สมุทรสาคร สงขลา ซึ่งผลเลือกตั้งที่ออกมาต้องยอมรับ และจากนี้ไปต้องทบทวนการทำงาน ชักชวนคนที่พร้อมลุยต่อ เพื่อสร้างการเมืองสุจริตต่อไป ซึ่งผู้สมัคร สส.กทม.หลายคนบอกว่าหลังการเลือกตั้งนี้คือจุดเริ่มต้น
กาง3เงื่อนไขเข้าร่วมรัฐบาล
เมื่อถามว่าจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ยังเหมือนเดิมหรือไม่ว่าจะไม่ร่วมรัฐบาลที่มีพรรคกล้าธรรม เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ยืนยันเหมือนเดิม แต่ไม่ใช่เฉพาะเรื่องพรรคกล้าธรรมเท่านั้น ยังมี 3 เงื่อนไข ได้แก่ ไม่มีพรรคกล้าธรรม ไม่มีนักการเมืองที่มีพฤติกรรมไม่ซื่อสัตย์ และสร้างความแตกแยกให้บ้านเมือง
เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่า หากพรรคภูมิใจตั้งรัฐบาลเกิน 300 เสียง อาจทำให้ฝ่ายค้านทำงานไม่ได้ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ไม่กังวล เพราะพร้อมทำหน้าที่แทนชาวบ้านได้ แม้ว่าจะมีผู้แทนเพียงคนเดียว กรณีที่เป็นฝ่ายค้านพรรคไม่กังวลต่อรัฐบาลที่มีเสียงเข้มแข็งในสภาฯ เพราะตนมองว่าความมั่นคง เสถียรภาพของของรัฐบาลไม่ใช่อยู่ที่ฝ่ายค้าน แต่อยู่ที่พฤติกรรมและการทำงานของรัฐบาล ความมั่นคงของเสียงรัฐบาลไม่ใช่ปัญหา เพราะฝ่ายค้านพร้อมทำงานในทุกรูปแบบ
‘เท้ง’ประกาศจุดยืนม่าจับมือภท.
ด้าน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน(ปชน.)กล่าวถึงจุดยืนในการจัดตั้งรัฐบาล นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จุดยืนของพรรคประชาชนยังเหมือนเดิม ยืนยันให้พรรคภูมิใจไทยที่เป็นพรรคอันดับ 1 เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลก่อน ตราบใดที่พรรคภูมิใจไทยยังเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล พรรคประชาชนก็เข้าไปร่วมรัฐบาลไม่ได้ ปัจจัยในการแพ้ชนะเลือกตั้งมีหลายอย่าง แน่นอนว่าการบริหารจัดการภายในพรรคและผู้สมัครก็เป็นองค์ประกอบหนึ่ง พรรคประชาชนจะกลับมาทบทวนและทบทวน และสิ่งที่พรรคประชาชนจะทำอยู่แล้วแน่นอนว่าคือ การทำงานให้หนักขึ้น รู้ทันกลยุทธ์การเมืองของฝั่งตรงข้ามให้มากขึ้น เพื่อเตรียมรับมือในการเอาชนะการเลือกตั้งครั้งต่อไปได้อย่างดีมากขึ้น
ถอดบทเรียนเพื่อเอาชนะครั้งต่อไป
ส่วนผลคะแนนล่าสุด เป็นเพราะพรรคประชาชนโหวตให้ นายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี ใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ ย้ำคำเดิมว่า การแพ้ชนะเลือกตั้งมีเหตุผลหลายพื้นที่ อาจจะไม่ใช่พรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรมที่แบ่งพื้นที่กันเอง ขอน้อมรับทุกเหตุผล เพราะมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่คงไม่ได้บอกว่าเหตุผลใดเหตุผลหนึ่งเป็นเหตุผลหลักที่จะทำให้เราแพ้ชนะเลือกตั้ง พรรคจะถอดบทเรียนและปรับปรุงเอาชนะการเลือกตั้งครั้งถัดไป
ส่วนที่ นายอนุทิน ขอบคุณพรรคประชาชน นายณัฐพงษ์ ระบุว่าไม่จำเป็นต้องขอบคุณแต่อย่างใด เพราะในอดีตไม่ได้ทำตามคำสัญญา ไม่ได้ผลักดันรัฐธรรมนูญให้ผ่านตามที่ได้พูดคุยกัน ไม่จำเป็นต้องขอบคุณ หวังว่าจะทำตามที่ได้ให้คำมั่นสัญญาไว้กับประชาชนในการเลือกตั้งครั้งนี้ทุกอย่าง ส่วนผลประชามติยังไม่สรุป 100% แต่ก็เชื่อว่าผ่านอยู่แล้ว อยากให้ทุกพรรคการเมืองในสภาฯ และสมาชิกวุฒิสภาทำตามเจตนารมณ์ของประชาชนที่ออกเสียงประชามติ อยากให้ได้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
เมื่อถามว่าเสียใจหรือไม่ที่โหวตให้นายอนุทิน เป็นนายกฯ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เข้าใจในความรู้สึกของประชาชนหลายส่วนที่อาจจะมองว่าเรื่องนี้เป็นส่วนสำคัญ ที่ผ่านมามีการถอดบทเรียนรับฟังความรู้สึกร่วมกันกับผู้สนับสนุนพรรค หรือประชาชนที่ได้มีการจัดเวที ตนเองยืนยันว่ากระบวนการตัดสินใจที่ผ่านมาเราได้ไตร่ตรองอย่างรอบคอบดีที่สุดแล้ว มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากทุกองคาพยพอย่างถี่ถ้วน ณ เวลานี้ ตนเอง ในฐานะหัวหน้าพรรคมุ่งมั่นเดินหน้าอย่างเดียว ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดต่อไป
‘สุรทิน’พบ’หนู’ชูนายกฯตลออกาล
เวลา13.00น.ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ (ปธม.) เดินทางมาพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เพื่อแสดงความยินดีที่ได้คะแนนเลือกตั้งมาเป็นอันดับ1 พร้อมกล่าวว่า ตนมาแสดงความยินดี หลังเลือกตั้งยังไม่ได้เจอกันตนก็เป็นพรรคร่วมรัฐบาล แม้พรรคประชาธิปไตยใหม่จะยังรอรับรองผลการเลือกตั้ง แต่ได้ยินข่าวว่า ได้ 1ที่นั่งก็มาบวกให้เหมือนเดิม ในฐานะที่ตนเคยช่วยมาตลอด อยากให้เป็นนายกฯตลอดกาล ดูแลบ้านเมือง ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคงชายแดน ตนอยากให้รัฐบาลมีการผลักดันให้มีความเรียบร้อย ให้พี่น้องอยู่ดีมีสุข ประชาชนคนไทยตั้งรัฐบาลเสร็จก็อยู่ดีมีสุข วันนี้มาแค่แสดงความยินดีเท่านั้น เพราะนายอนุทิน จะเป็นนายกฯคนที่33และพรรคประชาธิปไตยใหม่พร้อมมาหนุนให้เป็นนายกฯ100เปอร์เซ็นต์ พรรคมี1คะแนนก็มอบให้นายกฯอนุทิน อยากให้ตั้งรัฐบาลให้เร็วที่สุดประชาชนจะได้มีความสุข เศรษฐกิจจะได้รุ่งเรืองต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี