พท.ยันของแท้ร่วมครม.หนู รมต.มืออาชีพ เชื่อมพลัง‘รุ่นเก่า-ใหม่’

พท.ยันของแท้ร่วมครม.หนู รมต.มืออาชีพ เชื่อมพลัง‘รุ่นเก่า-ใหม่’

วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

พท.ยันของแท้ร่วมครม.หนู
รมต.มืออาชีพ
เชื่อมพลัง‘รุ่นเก่า-ใหม่’
‘สะสมทรัพย์’ขอเก้าอี้
อ้อน‘อนุทิน’พิจารณา

“พร้อมพงศ์” ฝากรัฐบาลใหม่เร่งแก้ไขปัญหาราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ-ปัญหาปากท้อง มั่นใจ บุคลากร “เพื่อไทย” มืออาชีพ มีวิสัยทัศน์ พร้อมลุยงานหนักร่วมกับ ครม. “อนุทิน 2” ด้าน “ภูมิธรรม” ส่งสัญญาณ “เพื่อไทย” พร้อมทำงานมืออาชีพ ทั้ง “นิติบัญญัติ-บริหาร” ชี้การเมืองไม่ใช่เรื่องของ“วัยเก่า-ใหม่”แต่อยู่ที่ “วิธีคิด-การทำงานร่วมกัน” ยันเชื่อมสองพลังเข้าด้วยกัน ทั้งงาน “ทีมบริหารมืออาชีพ”

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าโจทย์ใหญ่ของประเทศ หลังจากได้คณะรัฐมนตรี(ครม.)ชุดใหม่ของรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูลคือการเร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้อง ปัญหาราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง มะพร้าว รวมทั้งการวางแผนล่วงหน้าที่คาดว่าในปีนี้ ประเทศไทยจะพบปัญหาภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วง ซึ่งจะส่งผลต่อภาคการเกษตร ที่ต้องวางแผนรับมือแก้ไขให้พี่น้องประชาชน ก่อนหน้าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยลงจาก 1.25% เป็น 1.00% ต่อปีเพื่อหวังให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ ฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ สะท้อนให้เห็นว่าสภาพเศรษฐกิจของประเทศ ปัจจัยภายใน อยู่ในภาวะไม่สู้ดีนักที่เป็นมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ปีนี้ และมีแนวโน้มจะซึมยาวไปถึงปีหน้า เป็นความท้าทายใหญ่ของรัฐบาลชุดใหม่ ที่ต้องเข้ามาสะสาง แก้ไข


‘เด็จพี่’เชื่อมั่น‘พท.’ส่งมืออาชีพ

นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่าการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ยังไม่แล้วเสร็จตนติดตามข่าวจากสื่อมวลชน คาดการณ์รายชื่อรัฐมนตรีที่มาจากพรรคภูมิใจไทย พรรคร่วมรัฐบาล พรรคเพื่อไทยและที่มาจากคนนอกหลายคนคุ้นเคยในแวดวงการเมือง
มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ จับต้องได้ ในส่วนของพรรคเพื่อไทยนั้นไม่ทราบว่า คณะกรรมการบริหารของพรรคพิจารณา ส่งรายชื่อบุคคลใดไปเป็นรัฐมนตรีว่าการ รัฐมนตรีช่วยว่าการ อยู่ในกระทรวงใดบ้างนั้น ไม่ทราบ

“แต่ผมมั่นใจได้เลยว่าพรรคเพื่อไทยที่ผ่านสมรภูมิการเมืองมายาวนาน เคยเป็นทั้งพรรคแกนนำตั้งรัฐบาล และฝ่ายค้าน นักการเมืองพรรคเพื่อไทย นักการเมืองหน้าใหม่ คนรุ่นใหม่ ผู้มีประสบการณ์การเมือง เป็นสส.หลายสมัย ล้วนมีความรู้ ความสามารถ มืออาชีพ มีวิสัยทัศน์ พร้อมลุยงานหนัก มีแนวทางแก้ไขปัญหาที่จะได้รับมอบหมายในอนาคตได้อย่างแน่นอนและพร้อมทำงานอย่างบูรณาการกับทุกภาคส่วนเพื่อเดินหน้าแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน”นายพร้อมพงศ์ กล่าวย้ำ

‘เพื่อไทย’ส่งสัญญาณความพร้อม

นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า เมื่อวันที่ 27 ก.พ.แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ทั้ง 3 คน คือ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้นำทีม สส.เขต ที่ได้รับการเลือกตั้งทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ เข้าไปรายงานตัว ต่อสภาผู้แทนราษฎร เป็นสัญญาณของความพร้อม ในการทำหน้าที่แทนประชาชนอย่างเต็มความสามารถของพวกเราพรรคเพื่อไทย

ชี้การเมืองไม่ใช่เรื่องวัยเก่า-ใหม่

“ผมคิดว่าการเมืองในยุคนี้ ไม่ใช่เรื่องของ “วัย” ไม่ใช่เรื่องของ “เก่า” หรือ“ใหม่” แต่คือเรื่องของ“วิธีคิด” และ “ความสามารถในการทำงานร่วมกัน” นายภูมิธรรม ระบุ

นายภูมิธรรม ระบุอีกว่า พรรคเพื่อไทยเชื่อว่าประสบการณ์ของคนรุ่นใหญ่ คือทุนทางปัญญาที่ผ่านบททดสอบของเวลา ขณะเดียวกัน พลังและความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ คือแรงขับเคลื่อนที่เท่าทันโลก เท่าทันเทคโนโลยี และเข้าใจความเปลี่ยนแปลงของสังคมยุคดิจิทัลเมื่อสองพลังนี้ทำงานร่วมกันการตัดสินใจจะรอบคอบ แต่ไม่ล้าสมัย การขับเคลื่อนนโยบายจะมั่นคง แต่ไม่หยุดนิ่ง

พร้อมทำหน้าที่เชื่อมสองพลัง

นายภูมิธรรมระบุด้วยว่า พรรคเพื่อไทยมีความพร้อมทั้งในด้านการทำงานนิติบัญญัติในสภาพร้อมเสนอ แก้ไข และผลักดันกฎหมายที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจ ปากท้อง และความเป็นธรรมของประชาชน ขณะเดียวกัน ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลเรามีทีม
ผู้บริหาร บุคลากร และนโยบายที่ชัดเจน พร้อมทำงานเชิงบริหารอย่างมืออาชีพ เพื่อให้การตัดสินใจของรัฐเกิดผลเป็นรูปธรรม

“ประเทศต้องการทั้งความมั่นคงของประสบการณ์และ “ความกล้าคิดของคนรุ่นใหม่พรรคเพื่อไทยพร้อมทำหน้าที่เชื่อมสองพลังนี้เข้าด้วยกัน เพื่อพาประเทศก้าวไปข้างหน้า อย่างมั่นคง ทันสมัย และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”นายภูมิธรรม ย้ำ

4สส.ภูมิใจไทยดอดรายงานตัว

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้เปิดให้สส.เข้ารายงานตัว เป็นวันที่ 3 ตั้งแต่เวลา 08.30 น. บริเวณ ที่โถงชั้น B1 อาคารรัฐสภา เพื่อยืนยันสถานะและเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรอย่างเป็นทางการแต่บรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงา

จากนั้นในเวลา 10.30 น.เริ่มมี สส.พรรคภูมิใจไทย เดินทางเข้ามารายงานตัว 4 คน ประกอบด้วยนายล้ำเลิศ พัวพัฒนโชติ สส.สุรินทร์ เขต 6, นายรุ่งโรจน์ ทองศรี สส.บุรีรัมย์ เขต 9, นายพรชัย ศรีสุริยันโยธิน สส.บุรีรัมย์ เขต 7 และนายอนุชา สะสมทรัพย์ สส.นครปฐม เขต 5

‘สะสมทรัพย์’ลุ้นติดโผ1รมต.

นายอนุชา สะสมทรัพย์ สส.นครปฐม พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางเข้ารายงานตัวสส.เพียงสั้นๆว่ากลุ่มของตนได้ที่นั่ง สส. 4 เขต ดังนั้น จะได้ตำแหน่งรัฐมนตรี ที่จากเดิม ตนเคยเป็น รมช.สาธารณสุข แล้วจะขึ้นมาเป็น รัฐมนตรีว่าการฯหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะพิจารณา

ส่วนนายพรชัย ศรีสุริยันโยธิน สส.บุรีรัมย์ กล่าวสั้นๆ เช่นกันว่าวันนี้ยังไม่ขอพูดอะไรขอรอเปิดสภาแล้วค่อยพูด แต่ในวันที่ 7-8 มี.ค.มีการสัมมนา สส.ของพรรคภูมิใจไทย ที่จังหวัดบุรีรัมย์ แน่นอน

สส.กล้าธรรมปัดเป็น‘งูเห่าสีเขียว’

นายสิรภพ สมผล สส.สกลนคร เขต 1 พรรคกล้าธรรม โพต์ข้อความผ่านเฟซบุกส่วนตัวระบุว่าในช่วงหลังจากวันที่ กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการเป็นช่วงเวลาที่ตัวผมวุ่นวายมากทั้งเรื่องสุขภาพที่ไม่เต็ม 100 และการจัดการตารางงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน จึงต้องเดินทางลงมาที่กรุงเทพฯเพื่อเตรียมรายงานตัวต่อสภาฯทันทีและต้องยกเลิกกิจกรรมในพื้นที่ทั้งหมดในช่วงนี้ก่อน

“เช้าวันนี้หลังจากที่ผมเดินทางมาถึงกรุงเทพฯก็ได้เข้าไปรับเอกสารยืนยันการได้รับเลือกตั้งที่กกต.ทันทีและเดินทางกลับมาพักผ่อนที่บ้าน ตกบ่ายมีกระแสดราม่าออกข่าวหลายสำนักว่า ผมมีชื่อติดโผ ว่าที่ สส.งูเห่าสีเขียวซึ่งไม่เป็นความจริงผมและอีกหลายคนที่มีชื่อติดโผต่างงุนงงกับกระแสข่าวที่ออกมา”

พร้อมทำหน้าที่รัฐบาล-ฝ่ายค้าน

นายสิรภพระบุอีกว่า“ผมขอใช้พื้นที่นี้ยืนยันต่อพี่น้องเขต 1 สกลนคร ที่ได้มอบความไว้วางใจให้ผมในฐานะตัวแทนจากพรรคกล้าธรรม เลือกเข้ามาทำหน้าที่ สส.เขต 1 คนใหม่ว่าผมยังคงอยู่ร่วมสังกัดพรรคกล้าธรรม และเดินหน้าทำงานรับใช้พี่น้องประชาชน ไม่ว่าในอนาคตพรรคกล้าธรรมจะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล หรือพรรคฝ่ายค้านก็ตาม”

และย้ำด้วยว่า“ครอบครัวผมทั้งคุณพ่อ คุณแม่ ต่างเคยพลาดหวังในสนาม สส. มาตลอดรวมกันไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา ก็ยังไม่เคยย่อท้อในการทำงานการเมือง ผมเองก็ทำงานการเมืองเต็มตัวมาแล้ว 6-7 ปี เคยเป็น สจ., รองนายกเทศมนตรีฯ และเคยสอบตก สส. มาแล้ว 1 ครั้ง มาครั้งนี้ผมลงสมัคร สส.อีกครั้ง และได้รับเลือกตั้งในนามพรรคกล้าธรรม เพราะฉะนั้นผมไม่มีทางหักหลังพรรค และทรยศต่อความไว้วางใจของพี่น้องที่เลือกผมมาแน่นอน หลังจากนี้ขอให้การทำงานในสภาฯ และนอกสภาฯ เป็นเครื่องพิสูจน์ผลงาน ซึ่งผมจะตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ ไม่ให้ทุกท่านต้องผิดหวังครับ”

‘เทพไท’หนุน‘เสรีพิศุทธ์’ยื่นศาลรธน.

ด้านนายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “เทพไท-คุยการเมือง” ระบุว่า “สร้างบรรทัดฐาน : หนุน เสรีพิศุทธ์ ยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน สืบเนื่องจากกรณีที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยได้ยื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กรณีแต่งตั้งร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในรัฐบาลที่ผ่านมา โดยขอให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายขาดความซื่อสัตย์สุจริต และมีพฤติกรรมผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (4)และ(5) ซึ่งอาจทำให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง ตามมาตรา 170 (4) แม้ว่าในขณะนี้รัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล จะยุบสภาไปแล้ว แต่ยังคงสถานะความเป็นรัฐบาลรักษาการอยู่

ปมสอบ‘หนู’กล้าตั้ง‘ธรรมนัส’เป็นรมต.

“เรื่องนี้ทำให้ผมแปลกใจมากว่าจากกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล แต่งตั้งร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2568 ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา หลังจากนั้นเป็นต้นมา ยังไม่มีบุคคลใด หน่วยงานใด องค์กรใด หรือพรรคการเมืองใด ที่มีความสงสัยในเรื่องนี้และยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความเลย ทั้งที่เรื่องนี้เป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ และมีการวิพากษ์วิจารณ์กันมาโดยตลอดว่า เพราะเหตุใด นายอนุทินจึงกล้าแต่งตั้งร.อ.ธรรมนัส เป็นหนึ่งในคณะรัฐมนตรี ทั้งที่ในสมัยรัฐบาลนางสาวแพทองธาร ชินวัตรยังไม่กล้าแต่งตั้ง ร.อ.ธรรมนัสเป็นรัฐมนตรีเพราะเกรงว่าอาจจะถูกยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยการฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง แต่พอมายุคของนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีจึงกล้าแต่งตั้งร.อ.ธรรมนัส

จึงมีคำถามว่า เพราะนายอนุทินต้องการจะเป็นนายกรัฐมนตรี ต้องการเสียงสนับสนุนจากพรรคกล้าธรรมของร.อ.ธรรมนัส จึงกล้าออฟเฟอร์ ยื่นข้อเสนอ หรือ กล้าให้คำสัญญาไว้ล่วงหน้าว่าถ้าโหวตให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีก็จะแต่งตั้งร.อ.ธรรมนัส เป็นรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลอย่างแน่นอนจึงเกิดภาพการพลิกขั้วจากรัฐบาลที่พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ มาเป็นรัฐบาลที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ และนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี

ลุ้นผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง?

นายเทพไทมองว่า แต่หลังจากการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 มีการฟอร์มรัฐบาลเกิดขึ้น โดยพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ และมีกระแสข่าวมาตลอดว่า เหตุผลหนึ่งที่พรรคภูมิใจไทยไม่กล้าเชิญพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล เพราะเกรงว่าอาจจะมีความจำเป็นต้องแต่งตั้งร.อ.ธรรมนัสเป็นรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง เกรงว่าจะขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 160(4)(5) ว่าด้วยการฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง

คำถามจึงมีอยู่ว่า ทำไมในรัฐบาลอนุทิน1จึงไม่กลัวเรื่องการขัดรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง แต่กลับกลัวเรื่องนี้ในรัฐบาลอนุทิน 2 จึงทำให้หลายคนสงสัยในประเด็นนี้ แม้ว่าเรื่องนี้นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ออกมาให้ความเห็นว่าการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ กรณีนายอนุทินแต่งตั้งร.อ.ธรรมนัส ว่าฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่นั้น ก็น่าจะเป็นเรื่องของการแก้เกี้ยว หรือตีความเข้าข้างรัฐบาล หรือปกป้องนายอนุทินมากกว่า แม้ว่าจะเป็นรัฐบาลรักษาการก็ตาม แต่ถือว่าอายุรัฐบาลของนายอนุทินยังไม่สิ้นสุดลง

ตอกย้ำต้องสร้างบรรทัดฐาน

นายเทพไท ระบุอีกว่า กรณีที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อนำเรื่องนี้ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ก็เป็นเรื่องที่ดี จะได้มีความชัดเจน และเป็นบรรทัดฐานในการแต่งตั้งรัฐมนตรีในโอกาสต่อไป เชื่อว่าสังคมสนับสนุนการยื่นตีความของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ทั้งที่รอคอยบุคคลที่มีความกล้าหาญที่จะยื่นเรื่องนี้ต่อศาลรัฐธรรมนูญมาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว ก็ยังไม่มีใครกล้ายื่น ด้วยเหตุผลอะไรไม่มีใครทราบได้

แต่เมื่อพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ได้ใช้ความกล้าหาญ ยื่นเรื่องนี้ต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยเรื่องนี้ ถือว่าเป็นการดีและสังคมควรจะสนับสนุนภารกิจนี้อย่างเต็มที่”

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top