พิพัฒน์-เอกนิติ ประชุมประเมิน ผลกระทบสู้รบตะวันออกกลาง ครบทุกมิติ

พิพัฒน์-เอกนิติ ประชุมประเมิน ผลกระทบสู้รบตะวันออกกลาง ครบทุกมิติ

วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.55 น.

“พิพัฒน์-เอกนิติ” ถกประเมินสถานการณ์การสู้รบตะวันออกกลาง เผยสามารถยืดระยะน้ำมันได้กว่า 60 วัน จ่อตัดการส่งออกแบบไม่มีสัญญา  นายกฯ สั่งกต.เป็นศูนย์กลางข้อมูล กันข่าวบิดเบือน

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 4 มีนาคม ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ร่วมเป็นประธานการประชุมประเมินสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ครั้งที่ 2/2569 ตามที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย มอบหมาย โดยมี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา นายสมภพ พัฒนอริยางกูล รองปลัดกระทรวงพลังงาน นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ขณะที่ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน ประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เนื่องจากติดภารกิจที่ต่างประเทศ


นายพิพัฒน์ กล่าวช่วงต้นการประชุมว่า นายกฯได้มอบหมายให้มาประชุมเกี่ยวกับสถานการณ์การสู้รบตะวันออกกลาง ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะกระทบหลายๆด้านกับประเทศไทยโดยเฉพาะเรื่องของน้ำมัน ซึ่งอาจจะมีเรื่องของคำถาม คำตอบ เกี่ยวกับ เรื่องราคาสินค้าเป็นอย่างไร ค่าขนส่งเป็นอย่างไร หรือน้ำมันหน้าสถานีบริการเป็นอย่างไร และพวกเราจะอยู่กันอย่างไร ซึ่งเท่าที่ทราบกระทรวงพลังงานบอกว่าเราสามารถอยู่ได้ 60 วัน ซึ่งเป็นเรื่องที่กระทรวงพลังงานประมาณการไว้ แต่เราอาจจะยืดระยะเวลาได้มากกว่านั้น โดยการตัดบางสิ่งบางอย่างได้หรือไม่ เช่น การส่งออกแบบไม่มีสัญญา แต่เราต้องมาดูต่อว่าน้ำมันที่เรากันไว้ในแต่ละวันมันจะมีน้ำมันส่วนเกิน เราต้องมาดูต่อว่า เมื่อมีน้ำมันเกินแล้วเราไม่ส่งออก เราจะเอาแทงค์ที่ไหนมาเก็บน้ำมัน ซึ่งตนคิดว่ากระทรวงพลังงานจะต้องหารือกับผู้ประกอบการในทุกบริษัทว่าควรมีแทงค์เท่าไหร่ ถ้ามีน้ำมันส่วนเกินจริงๆเราช่วยกันเก็บได้หรือไม่ ถ้าเก็บแบบนี้ก็จะถือว่ารัฐบาลเอาน้ำมันมาฝากไว้ ดังนั้นก็ต้องรับผิดชอบในส่วนนี้ด้วย  ไม่ว่าจะเป็น ก๊าซ เบนซิน หรือดีเซล และที่สำคัญที่สุดถ้าหากเรายังช็อตต่อไปอีก ซึ่งตอนนี้ดีเซลใช้ B5 เราจะเพิ่มการผลิต B7 หรือ B10 ได้หรือไม่ หรือในส่วนของแก๊สโซฮอล์ เราจะเพิ่มแอลกอฮอล์ไปผสมให้มากขึ้นในเบนซินได้หรือไม่ ดังนั้นเราต้องหารือกันในหลายรูปแบบ 

ทางด้านนายเอกนิติ กล่าวว่า ตนได้ประชุมกับนายกฯ  วงเล็กเมื่อช่วงสายวันนี้(4 มี.ค.) ซึ่งนายกฯ อยากให้พวกเราทุกหน่วยงานและภาคเอกชนมาอัพเดทสถานการณ์ด้วยกัน ทุกคนจะได้มีข้อมูลที่ตรงกัน อย่างที่นายพิพัฒน์ได้พูดไปเรื่องที่จะต้องอัพเดทคือสภาพัฒน์ฯ ที่จะฉายภาพสถานการณ์ล่าสุดว่าเป็นอย่างไร และนายกฯ ยังได้ฝากกระทรวงการต่างประเทศให้เป็นศูนย์ในการให้ข้อมูลต่างๆเพื่อประสานกับโฆษกกระทรวงต่างๆ ได้ โดยให้กระทรวงการต่างประเทศเป็นแกนกลางในการอัพเดทสถานการณ์ที่อยู่หน้างาน หลังจากที่นายกฯไปประชุมวอร์รูมที่กระทรวงต่างประเทศมา ซึ่งคิดว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคน โดยเฉพาะวันนี้มีสื่อออนไลน์เยอะมาก มีทั้งข่าวจริงและไม่จริงจน ทำให้เกิดการตื่นตระหนก นายกฯ ฝากว่าอยากให้กระทรวงการต่างประเทศอัพเดทสถานการณ์ที่หน้างานว่าเป็นอย่างไร 

นายเอกนิติ กล่าวว่า ตามที่ได้ประชุมวอร์รูมและทางสภาพัฒน์ประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจ ทั้งการค้า การลงทุน ในเรื่องที่ 1.คือเรื่องน้ำมัน ซึ่งจะมีกระทรวงพลังงานเข้ามาดูแล  2.เรื่องการขนส่ง ทางกระทรวงคมนาคมเป็นผู้เข้ามาดู และ3.เรื่องของกระทรวงพาณิชย์ที่จะดูเรื่องผลกระทบราคาสินค้าต่างๆ และวันนี้ได้เชิญสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งคงจะคุยเรื่องตลาดทุน นอกจากนี้ยังมีผู้ว่าฯแบงค์ชาติที่ได้ส่งผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) มาให้ข้อมูลในเรื่องของค่าเงินด้วย ซึ่งจะประเมินผลกระทบในทุกมิติ ว่าสุดท้ายแล้วเราจะมีมาตรการอะไรรองรับบ้าง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top