วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2569
‘พิพัฒน์’ เตรียมเรียกประชุมรับมือราคาค่ากลั่นน้ำมันเพิ่มขึ้นมา 4 บาทพรุ่งนี้ พร้อมคุย ‘กองทุนน้ำมัน’ หากสถานการณ์ตะวันออกกลางยืดเยื้อ ยันยังตรึงราคาน้ำมันถึง 16มี.ค.นี้ แจงเหตุระเบิด ‘เรือมยุรี นารี’ ยังอยู่ในขั้นตอนหาข้อมูล รับยากที่จะรู้สาเหตุได้ เผยไร้เรือไทยตกค้างในช่องแคบฮอร์มุชแล้ว
วันนี้ 12 มี.ค.2569 เมื่อเวลา 15.45 น. ที่พรรคภูมิใจไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ผอ.ศบก.) เผยถึงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาเรื่องพลังงาน จากผลกระทบของสงครามตะวันออกกลาง ว่า เหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นในตะวันออกกลางระหว่าง อิสราเอล สหรัฐอเมริกา และอิหร่าน พ่วงด้วยประเทศต่างๆ อีกหลายประเทศในตะวันออกกลาง ที่ความรุนแรงยังไม่ลดน้อยถอยลง และเหตุการณ์เมื่อวาน (11มี.ค.) เรือสัญชาติไทยชื่อ มยุรีนารี ส่งสินค้าเสร็จเรียบร้อยที่ UAE ขณะเดินทางกลับถูกระเบิดเข้าที่ส่วนท้ายของเรือ ในเรือมีทั้งลูกเรือทั้งหมด 23 คน หน่วยนาวิกโยธินของโอมาน ได้ช่วยเหลือลูกเรือทั้ง 20 คนเป็นที่เรียบร้อย ส่วน 3 คนน่าจะตกค้าง เมื่อคืนได้ข่าวว่ามีการลงไปค้นหาและช่วยเหลือแต่ยังไม่ได้รับรายงานเพิ่มเติมว่าเป็นอย่างไร
นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ส่วนปัญหาราคาน้ำมันเมื่อมีเหตุการณ์แบบนี้ น้ำมันทั่วโลกก็จะขยับขึ้น ราคาน้ำมันดิบก็ไต่ราคาขึ้นอีก ส่วนต่างๆ ไม่แน่ใจว่าจะเป็นอย่างไร แต่จากที่นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม เราจะตรึงราคาน้ำมันดีเซลให้อยู่ในราคา 29.94 บาท เป็นเวลา 15 วัน จนถึงวันที่ 16 มีนาคม แล้ววันที่ 17 มีนาคม จะมีการประกาศราคาว่าจะขยับขึ้นอย่างไร สำหรับน้ำมันเบนซิน เราไม่ได้ตรึงราคาแต่ก็มีการขยับราคาเบนซิน E10 95 และ 91 ขึ้นลิตรละ 50 สตางค์ ส่วน E20 E85 เราลดราคาลงมา น้ำมันดีเซลราคาคงที่โดยเฉพาะน้ำมันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในขณะนี้ ต้องเข้ามาชดเชยวันละ 3,000 ล้านบาท จากที่เงินกองทุนบวกอยู่ 2,500 ล้านบาท แต่หลังจากชดเชยก็จะติดลบ ตนเชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศและสื่อมวลชนกำลังตั้งคำถามกับกระทรวงพลังงาน และ ศบก. กับนายกรัฐมนตรี ว่าราคาค่ากลั่นทำไมจาก 2 บาทขึ้นไปถึง 6 บาท ตนจะมีการเชิญให้ผู้บริหารมาประชุมร่วมกันวันพรุ่งนี้ 13 มีนาคม เวลา 10.00 น. หารือว่าเขาใช้เหตุผลอะไรในการที่เพิ่มราคาเป็น 6 บาท เมื่อประชุมเสร็จน่าจะมีการแถลงข่าวที่ทำเนียบรัฐบาลในช่วงเที่ยง
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า สำหรับแนวทางที่เกี่ยวข้องจะมีมาตรการอย่างไรที่จะดูแล ผู้ประกอบการเบื้องต้น นทยพิพัฒน์ เผยว่า เราต้องฟังโรงกลั่นก่อนว่าใช้เหตุผลอะไรในการถ่างราคาเพิ่ม 4 บาท เมื่อหารือแล้วคงจะต้องหารือต่อว่าแก้ปัญหาร่วมกันได้อย่างไร อย่าโยนภาระทั้งหมดให้กับผู้ใช้ เพราะผู้ได้รับผลกระทบทันทีก็คือกองทุนน้ำมัน ไม่ใช่ผู้ใช้ แต่ผู้ใช้จะได้รับผลกระทบเมื่อราคามีการขยับลอยตัวขึ้นไปหลังจากครบ 15 วัน กองทุนคือเงินของพวกเรา แต่เมื่อราคาน้ำมันดิบถูกลงราคาขายในประเทศสูงกว่า เราจะนำเงินที่มีส่วนต่างกลับเข้าไปในกองทุน ในภาวะปัจจุบันราคาน้ำมันดิบลอยตัวสูงขึ้นเราต้องนำเงินกองทุนมาชดเชยเพื่อไม่ให้เกิดการกระทบทันทีทันใด ”เหตุการณ์ปัจจุบันพวกเราไม่อยากให้เกิด นายกฯ ก็ไม่อยากเห็นเหตุการณ์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้ แต่เมื่อเกิดแล้วถึงแม้เราจะไม่ใช่คู่สงคราม แต่เราก็ได้รับผลกระทบจากสงคราม“
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า กระทรวงพลังงานมีความมั่นใจและสามารถตอบได้ว่า น้ำมันนอกตลาดที่เราซื้ออยู่ในตลาดผ่านช่องแคบฮอร์มุซประมาณ 50% ที่ไม่ได้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ กระทรวงพลังงานโดย ปตท. ยังสามารถซื้อได้ตามปกติ แต่ราคาก็ยังขึ้นกับตลาดกลางของแต่ละภูมิภาค การที่ผู้ประกอบการตามมาตรา 7 ซื้อน้ำมันจากโรงกลั่นในประเทศไทยจะใช้ราคาเฉลี่ย 3 วันของราคาตลาดกลางมาตั้งราคา แต่ถ้าหากติดวันเสาร์-อาทิตย์ ก็จะใช้วันถัดไป
เมื่อถามว่า กองทุนน้ำมันจะเฟ้อขาดทุน 120,000 ล้านบาท เหมือนปี 65 หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า กองทุนน้ำมันตอนนี้ไม่สามารถตอบได้ เพราะเราไม่สามารถกำหนดได้ว่าสงครามจะยุติเมื่อไหร่ แต่เรื่องของกองทุนน้ำมัน นายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายว่าเราต้องพยายามดูแลและให้ความยุติธรรมทั้งผู้ใช้คนไทยทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้ทั่วไปหรือภาคอุตสาหกรรม รวมถึงภาคการเกษตร และภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ซื้อน้ำมันผ่านทางจ็อบเบอร์ หรือซื้อจากบริษัทขายส่ง ซึ่งไม่ได้ซื้อตรงจากบริษัทแม่ที่เหลืออยู่ 3 บริษัท ปตท บางจาก และคาลเท็กซ์ เป็นบริษัทใหญ่ขายส่ง มั่นใจว่า พีที ไม่มีแน่นอน เพราะตนได้ตรวจสอบมาแล้ว เราขายเฉพาะให้ลูกค้าแฟรนไชส์เท่านั้น ใครที่เป็นอุตสาหกรรมที่ซื้อจากจ็อบเบอร์ขอให้รวบรวมบิล แจ้งกับพลังงานจังหวัดหรือผู้ว่าราชการจังหวัด ถ้าเป็นที่กรุงเทพฯ ให้แจ้งที่ ปตท. สำนักงานใหญ่ หรือต่างจังหวัดให้แจ้งที่สำนักงานจังหวัดหรือผู้ว่าราชการจังหวัด และกระทรวงพลังงานได้มีการหารือไปยังบริษัทแม่ทั้งหมดแล้วว่าเมื่อรวบรวมบิลต้องมีหน้าที่ในการจ่ายน้ำมันให้กับจ็อบเบอร์รายนั้นให้กับภาคอุตสาหกรรมที่เคยขาย ทั้งนี้รัฐบาลก็พยายามที่จะเข้าไปช่วยดูแลในส่วนนี้เพราะราคาหน้าโรงกลั่น กับหน้าสถานีบริการต่างกันประมาณ 10 บาท ก็ต้องดูว่ารัฐบาลจะเข้าไปช่วยเหลืออย่างไร หรือบริษัทจะจะช่วยซัพพอร์ตได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ผู้ค้าต้องรับผิดชอบตัวเอง เพราะจ็อบเบอร์ขายถูกกว่าหน้าสถานีบริการ แต่ขณะนี้หน้าสถานีบริการถูกกว่าขายส่ง
เมื่อถามว่าการที่บริษัทมันมีกำไรหลายหมื่นล้าน แต่กองทุนติดลบ จะมีการช่วยประชาชนอีกทางหนึ่งอย่างไร รองนายกฯ และรมว.คมนาคม กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของรัฐบาลเป็นคนกลางในการดูราคา ในอดีตเคยติดลบแสนล้าน ปัจจุบันก็คงจะหลายพันล้าน ขอให้ช่วยภาวนาให้เหตุการณ์จบโดยเร็ววัน เพื่อจะได้ไม่ต้องให้กองทุนน้ำมันติดลบ
เมื่อถามถึงความคืบหน้าเรื่อง เรือมยุรี นารี มีการพูดคุยกับเจ้าของเรือแล้วหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ได้มอบให้ปลัดกระทรวงคมนาคม และอธิบดีกรมเจ้าท่า เป็นผู้ประสานตลอดเวลา อธิบดีก็ยังไม่ได้รายงานความคืบหน้าว่าเป็นไปอย่างไร สำหรับสาเหตุที่แน่ชัดยังไม่รู้ ไม่รู้มั่นใจว่าสาเหตุจะหามาจากไหน แต่ทราบแล้วว่าอิหร่านยอมรับว่าเขาเป็นผู้ยิงระเบิด แต่สาเหตุเกิดจากอะไรคงจะเป็นเรื่องยากที่จะทราบได้ เป็นความรุนแรงที่เขาได้ประกาศว่าถ้าใครจะขับไล่ เอกอัครราชทูตของอิสราเอลออกจากประเทศ เขาก็จะปล่อยให้เรือของประเทศนั้นผ่านช่องแคบ ตนมองว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ถูกต้อง ประเทศไทยเราคงไม่สามารถที่จะยอมรับในการข่มขู่ลักษณะนี้ เพราะไม่ใช่แค่เรือประเทศไทยประเทศเดียว ยังมีเรืออีกหลายลำหลายของประเทศที่เดินผ่านเข้าออก เพราะการขนส่งสินค้าไม่ว่าจะน้ำมัน น้ำมันดิบ แก๊ส หรือสินค้าอย่างอื่นก็ต้องผ่าน
เมื่อถามย้ำว่า ยังมีเรือลำอื่นสัญชาติไทยตกค้างในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซหรือไม่ นายพิพัฒน์ ยืนยันว่า เรือสัญชาติไทยลำสุดท้าย เมื่อวานได้ผ่านช่องแคบฮอร์มุชเรียบร้อยปลอดภัย ไม่มีเรือไทยหรือเรือที่ชักธงไทยอยู่แล้ว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี