พาณิชย์​ เตรียมเพิ่มสินค้าควบคุม​เป็น 71 รายการ​ ต้องขออนุญาต​ก่อนขึ้นราคา 13 รายการ

พาณิชย์​ เตรียมเพิ่มสินค้าควบคุม​เป็น 71 รายการ​ ต้องขออนุญาต​ก่อนขึ้นราคา 13 รายการ

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.40 น.

"ศบก.” เผยพณ.จ่อเพิ่มสินค้าควบคุมเป็น 71 รายการ ต้องขออนุญาตก่อนขึ้นราคา 13 รายการ ชี้ ก๋วยเตี๋ยว-ข้าวแกง ราคายังปกติ พบดีดตัวเพียง หมู-ไก่สด ขึ้น 10 บาท

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 25 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน โดยนายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) และโฆษกกระทรวงพาณิชย์ แถลงว่า จากการลงพื้นที่ของพาณิชย์จังหวัดทั้ง 16 จังหวัดทั่วประเทศ โดยการบูรณาการร่วมกับพลังงานจังหวัด และผู้ว่าราชการจังหวัด ตั้งแต่วันที่ 5 - 24 มีนาคม 2569 รวมทั้งสิ้น 2,726 แห่ง แบ่งเป็นสถานีน้ำมัน 1,650 แห่ง ร้านจำหน่ายปุ๋ย 569 แห่ง ตลาดห้างค้าปลีก 57 แห่ง ตรวจพบการกระทำความผิดตามกฎหมายพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการปี 2542 ใน 9 จังหวัด รวมทั้งสิ้น 14 ราย พบการกระทำความผิดคือไม่ปิดป้ายประกาศราคาสินค้า โดยมีการแจ้งข้อกล่าวหาและเปรียบเทียบค่าปรับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนการติดตามเรื่องร้องเรียนผ่านสายด่วนของกรมการค้าภายใน 1569 รวมทั้งสิ้น 372 คำร้อง ตรวจพบไม่ติดป้ายราคา 14 ราย ราคาไม่ตรงป้าย 3 ราย ติดป้ายไม่ชัดเจน 1 ราย ไม่พบการกระทำความผิด 119 ราย อยู่ระหว่างการตรวจสอบ 235 คำร้อง และมีการร้องเรียนอีก 33 คำร้อง ที่จำหน่ายสินค้าเกินราคาสมควร ซึ่งอยู่ระหว่างการวิเคราะห์ราคาต้นทุนตามข้อเท็จจริง และจะดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย


ส่วนการลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ และส่วนกลางรวมถึงผู้บริหาร เพื่อติดตามสถานการณ์ ทั้งราคาและปริมาณสินค้าในตลาด พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อที่จะปรับมาตรการให้สอดคล้องในการให้ความช่วยเหลือลดค่าครองชีพ และลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ โดยพบ 2 ส่วน คือปริมาณสินค้าตรวจพบว่ามีความเพียงพอ และส่วนที่ 2 คือระดับราคาสินค้า อยู่ในระดับทรงตัว โดยเฉพาะอาหารจานเดียวก๋วยเตี๋ยว ข้าวแกง แต่ก็มีในส่วนที่ปรับเพิ่มตามโครงสร้างของราคาสินค้า เนื้อสุกร ไก่ ไข่ไก่ ปรับขึ้นตามต้นทุน ทั้งค่าขนส่งและวัตถุดิบ

และส่วนที่ 2 คือบรรจุภัณฑ์ ถุงพลาสติก ปรับขึ้นตามห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งจากการลงพื้นที่ของกระทรวงพาณิชย์ มีการปรับมาตรการ ให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศประชาชนและต้นทุน โดยขยายพื้นที่จำหน่ายสินค้าธงฟ้าให้มากขึ้น และการลดต้นทุนมีมาตรการธงเขียว ลดราคาปุ๋ย โดยจะทำงบประมาณให้มากขึ้น และความถี่มากขึ้น มีการขยายพื้นที่มากขึ้น

และอีกส่วนคือ "ไทยช่วยไทย" เชื่อมโยงผู้ประกอบการรายใหญ่และรายเล็กเข้าด้วยกันเพื่อที่จะนำเสนอสินค้า และมาตรการกำกับดูแลเจรจาเพื่อตรึงราคาสินค้าที่จำเป็น เพื่อไม่ให้ราคาสินค้าและต้นทุนนั้นสูงเกินไป

นอกจากนี้ในส่วนของบ่ายวันนี้นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้เรียกประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เพื่อพิจารณาสินค้าควบคุมเพิ่มอีก 12 รายการ ตั้งแต่สินค้าที่เกี่ยวข้องกับค่าครองชีพ เช่น น้ำขวด และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับต้นทุนซึ่งจากเดิมมี 59 รวมเป็น 71 รายการ

โดยสินค้าที่ต้องขออนุญาตกระทรวงพาณิชย์ก่อนที่จะขึ้นราคา ซึ่งแต่เดิมมี 8 รายการ จะเพิ่มอีก 13 รายการ รวม 21 รายการ อาทิ กระดาษชำระ ผลิตภัณฑ์ล้างจาน สบู่ แชมพู ซึ่งหากได้รับการอนุมัติภายใต้กกร. ก็จะนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอีกครั้งในวันที่ 31 มีนาคมนี้

เมื่อถามว่ามีบางพื้นที่ปรับขึ้นของราคาสินค้า แต่ในกระทรวงพาณิชย์อาจยังไม่เข้าไปตรวจสอบอย่างทั่วถึง โฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้น หากดูในตลาดจะเห็นว่าส่วนใหญ่จะประกอบด้วย 3 ส่วนหลักคือ ส่วนอาหารสดเช่น ไก่ หมู เพิ่มประมาณ 10 บาท เกิดจากราคาโครงสร้างราคาต้นทุนเช่น พลังงาน และค่าขนส่ง และส่วนที่เหลือ 2 น้ำมันขวด มีอยู่ 2 ระดับ ระดับที่ 1 คือระดับที่เพิ่มขึ้นตามยี่ห้อ และระดับที่ 2 คือ คุณภาพคงเดิม แต่ราคาที่ได้ระดับ 40-50 บาท และส่วนที่ 3 คือเกิดขึ้นจากต้นทุนของเม็ดพลาสติก คือถุง ทั้ง 3 ส่วนนี้เป็นสัญญาณบ่งชี้ราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นหรือเงินเฟ้อ และมาตรการที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง คือการลดค่าครองชีพ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top