533.jpg
คมนาคมลุยต่อ คุมเข้มอุบัติเหตุ หลังพ้นสาดน้ำ รับมือปชช.กลับ

คมนาคมลุยต่อ คุมเข้มอุบัติเหตุ หลังพ้นสาดน้ำ รับมือปชช.กลับ

วันอาทิตย์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

คมนาคมลุยต่อ
คุมเข้มอุบัติเหตุ
หลังพ้นสาดน้ำ
รับมือปชช.กลับ

ปิดจ๊อบสงกรานต์ 2569 คมนาคม โวยอดเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะกว่า 20 ล้านคน อุบัติเหตุลดลง 16% สั่งคุมเข้มความปลอดภัยต่อเนื่อง รองรับประชาชนที่ทยอยเดินทางกลับ

เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 กระทรวงคมนาคมโดยศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยคมนาคม (ศปภ.คค.)ได้รายงานสรุปข้อมูลการเดินทางบนโครงข่ายคมนาคมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ระหว่างวันที่ 10-17 เมษายน 2569 สะสม 8 วัน (ข้อมูล ณ วันที่ 18 เมษายน 2569 เวลา 07.30 น.) พบว่า ระบบขนส่งสาธารณะสามารถรองรับการเดินทางของประชาชนได้อย่างเพียงพอ โดยมีการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะรวม 20,106,651 คนลดลงร้อยละ 0.65 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา(11-18 เมษายน 2568)


ทั้งนี้ ระบบรางมีสัดส่วนการ ใช้บริการสูงสุด คิดเป็นร้อยละ 45 ขณะที่ผู้ใช้บริการสูงสุดในแต่ละภูมิภาค ได้แก่ ภาคกลาง (ทางอากาศขาออก)369,322 คน ภาคใต้ (ทางราง) 245,334 คน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(ทางถนน) 267,270 คน ภาคเหนือ (ทางถนน) 147,302 คน และภาคตะวันออก (ทางถนน) 148,894 คน

ส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศรวม 1,862,174 คน สำหรับการจราจรเข้า-ออกกรุงเทพฯ บนทางหลวงสายหลัก12 เส้นทาง มีปริมาณ 7,772,199 คันเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.04 และการเดินทางภายในกรุงเทพฯ บนทางพิเศษของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) มีปริมาณ 9,793,313 คัน ลดลง ร้อยละ 5.48

สำหรับสถิติอุบัติเหตุบนโครงข่ายของกระทรวงคมนาคมสะสม 8 วัน พบว่า โครงข่ายทางบกเกิดอุบัติเหตุรวม1,308 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 1,420 คน เสียชีวิต 175 ศพ สาเหตุหลักเกิดจากการขับรถเร็วเกินกำหนด 852 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 65 ยานพาหนะที่เกิดเหตุสูงสุด คือ รถปิกอัพบรรทุก 4 ล้อ662 คัน ลักษณะพื้นที่เกิดเหตุส่วนใหญ่เป็นทางตรงไม่มีความลาดชัน 905 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 69 จังหวัดนครราชสีมา มีผู้เสียชีวิตสูงสุด 8 คน ขณะที่กรุงเทพฯ เกิดอุบัติเหตุสูงสุด 65 ครั้ง

ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา พบว่า อุบัติเหตุลดลงร้อยละ 16 ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 และผู้บาดเจ็บลดลงร้อยละ 7 ส่วนระบบขนส่งรถโดยสารสาธารณะเกิดอุบัติเหตุ 3 ครั้ง และโครงข่ายทางรางเกิดอุบัติเหตุ 4 ครั้ง ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือผู้เสียชีวิต ขณะที่โครงข่ายทางน้ำและทางอากาศไม่มีรายงานอุบัติเหตุ

การดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมเพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนหลังเทศกาลสงกรานต์ แม้ภาพรวมของการเดินทางเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติ แต่ยังคงเข้มงวดเฝ้าระวังความปลอดภัย โดยกรมการขนส่งทางบกได้กำชับผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะ ให้เข้มงวดพนักงานขับรถปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดตรวจสภาพและความพร้อมของรถทุกคันต้องมีอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยพร้อมใช้งาน พนักงานขับรถต้องมีใบอนุญาตขับรถถูกต้องตามประเภทใบอนุญาตขับรถ ตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ต้องเป็นศูนย์มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ก่อนออกเดินทาง และชั่วโมงการขับรถต้องไม่เกินที่กฎหมายกำหนด

กรมการขนส่งทางรางกำชับผู้ให้บริการระบบรถไฟฟ้าทุกสายยังคงมาตรการอำนวยความสะดวกและคุมเข้มความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ดูแลความพร้อมของขบวนรถ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกภายในสถานีต่อเนื่อง

การรถไฟแห่งประเทศไทยนอกจากเพิ่มตู้โดยสารจนเต็มหน่วยลากจูงในขบวนรถประจำแล้ว ได้จัดเตรียมขบวนรถพิเศษช่วยการโดยสารเพิ่มเติมในวันที่ 17 เมษายน 2569 เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนที่ยังคงทยอยกลับเข้าสู่กรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง จำนวน 2 ขบวน ได้แก่ ขบวนที่ 984 ยะลา-กรุงเทพอภิวัฒน์เวลาออก 15.35 น. ขบวนที่ 6 เชียงใหม่-กรุงเทพอภิวัฒน์ เวลาออก 19.35 น.

กรมเจ้าท่าเฝ้าระวังความปลอดภัยจัดเจ้าหน้าที่ประจำท่าเรืออำนวยความสะดวกตามท่าเรือต่างๆ ในแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองแสนแสบ จัดเรือตรวจการณ์ในพื้นที่บริเวณ 6 ท่าเรือ ได้แก่ ท่าเรือท่าช้าง ท่าเรือท่าเตียน ท่าเรือท่าพระจันทร์ ท่าเรือวังหลัง ท่าเรือวัดระฆังฯ และท่าเรือวัดอรุณฯ ในส่วนภูมิภาคได้จัดตั้งศูนย์ปลอดภัยทางน้ำและจุดอำนวยความสะดวกให้บริการและดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการตามท่าเรือต่างๆ ตรวจสอบความพร้อมเรือโดยสาร ท่าเรือ คนประจำเรือ และอุปกรณ์ช่วยชีวิต เช่น เสื้อชูชีพ พวงชูชีพ ให้พร้อมใช้งาน ก่อนออกเดินเรือตามมาตราการความปลอดภัย กำชับนายเรือให้ใช้ความเร็วเรือตามข้อกำหนด ห้ามบรรทุกผู้โดยสารเกินกว่าที่ได้รับอนุญาต และปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

แม้ช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์จะสิ้นสุดลงแล้ว กระทรวงคมนาคมยังคงอยู่ในช่วงดำเนินการตามแผนอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยฯ ซึ่งจะดำเนินการต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 19 เมษายน 2569 รองรับประชาชนที่ทยอยเดินทางกลับและยังคงรักษามาตรฐานความปลอดภัยเพื่อการเดินทางที่สะดวกและปลอดภัยที่สุดให้แก่ประชาชนทุกวัน

วันเดียวกัน นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง ร่วมกับนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานในพิธีเปิดงาน“ประเพณีวันไหลนาเกลือ ประจำปี 2569”ณ สวนสาธารณะลานโพธิ์นาเกลืออำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยมีคณะสมาชิกสภาเมืองพัทยา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

ภายในงาน มีการจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมพิธีตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระภิกษุสงฆ์ จากวัดจิตตภาวันวิทยาลัยจากนั้นเป็นพิธีสรงน้ำพระพุทธรูป และพิธีรดน้ำขอพรผู้สูงอายุ เพื่อแสดงถึงความเคารพและสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีไทย

ต่อมาได้มีการจัดขบวนรถบุปผชาติ และขบวนแห่พระพุทธรูป เคลื่อนออกจากสวนสาธารณะลานโพธิ์นาเกลือ แห่รอบบริเวณตลาดนาเกลือ ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก มีประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมชมและเล่นน้ำตามประเพณี อย่างเนืองแน่น

ทั้งนี้ “วันไหลนาเกลือ” ถือเป็นประเพณีท้องถิ่นของชุมชนชายฝั่งทะเลจังหวัดชลบุรี ที่สืบทอดต่อเนื่องจากประเพณีสงกรานต์ในอดีต สะท้อนวิถีชีวิตของชาวประมงที่มีความผูกพันกับทะเล และเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของเมืองพัทยา

การจัดงานในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ส่งเสริมกิจกรรมด้านวัฒนธรรมและการละเล่นพื้นบ้าน ปลูกฝังจิตสำนึกให้เด็ก เยาวชน และประชาชน เห็นคุณค่าและร่วมสืบสานความเป็นไทย รวมถึงส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยคาดว่าจะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานจำนวนมาก

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top