วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569
533.jpg
อยู่ไม่ได้ก็ลาออก! อธิบดีฝนหลวงฯ ชิงลาออกก่อนเกษียณ เผยปมพิรุธคนอ้างคุยงบซ่อมอากาศยาน

อยู่ไม่ได้ก็ลาออก! อธิบดีฝนหลวงฯ ชิงลาออกก่อนเกษียณ เผยปมพิรุธคนอ้างคุยงบซ่อมอากาศยาน

วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.56 น.

อธิบดีกรมฝนหลวง ชิงลาออกก่อนเกษียณ หลังมีคำสั่งย้ายฟ้าผ่า ยืนยันตั้งใจอยู่ถึงวันครบอายุ แต่ถูกติดต่อขอเข้าพบผิดปกติ-พัวพันประเด็นงบซ่อมอากาศยาน ยอมไม่ได้ ยืนยันทำงานโปร่งใส พร้อมเปิดหลักฐาน ยันตัดสินใจลาออกเพื่อศักดิ์ศรีราชการและครอบครัว

วันที่ 29 เมษายน 2569 ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายราเชน​ ศิลปะรายะ​ อธิบดี​กรม​ฝนหลวง​และ​การบิน​เกษตร​ เดินทางเข้ายื่นหนังสือลาออกจากราชการ พร้อมเปิดเผยถึงการตัดสินใจ ลาออกก่อนเกษียณ ทั้งที่เดิมวางแผนจะยุติบทบาทในวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ซึ่งเป็นวันครบอายุราชการ 60 ปี


โดยนายราเชน​ กล่าวว่า เดิมตั้งใจจะลาออกในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อให้มีคุณสมบัติครบในการรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ถือเป็นความภาคภูมิใจของข้าราชการ แต่สุดท้ายได้หารือกับครอบครัว และตัดสินใจลาออกทันที โดยให้มีผลในวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ซึ่งการย้ายครั้งนี้ยอมรับว่า เป็นเรื่องการคัดสินใจของผู้ใหญ่ และไม่ขอขยายความเพิ่มเติม เพราะเกรงจะกลายเป็นประเด็นบานปลาย

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ถูกจับตา คือการเปิดเผยว่ามีบุคคลพยายามติดต่อเข้าพบอย่างผิดปกติ โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการโทรศัพท์เข้ามาหลายครั้งถึง 5–6 ครั้ง แต่เมื่อมีการนัดหมายกลับไม่มาตามนัด และมีบุคคลอื่นอ้างตัวเข้ามาแทน  มีการอ้างว่าจะเข้ามาคุยเรื่องซ่อมอากาศยานของหน่วยงาน แต่ตัวจริงที่นัดกลับไม่มา เป็นคนอื่นมาแทน ซึ่งไม่ได้เป็นคนนัด มีบันทึกการติดต่อและหลักฐานครบถ้วนและยืนยันว่ามีบุคคลเรียกไปคุยที่อาคารแห่งแถวย่านวิภาวดี ชั้น4  ไม่ใช่รัชดา 

ส่วนของประเด็นงบประมาณซ่อมอากาศยานปี 2570 นายราเชน ยืนยันว่า เป็นกระบวนการปกติของราชการ ทุกหน่วยต้องเสนอคำของบประมาณ โดยหน่วยงานมีอากาศยานกว่า 30 ลำ และมีงบซ่อมบำรุงปีละประมาณ 300 ล้านบาท บางรายการอาจสูงถึง 30–40 ล้านบาท ซึ่งจำเป็นต้องดำเนินการตามมาตรฐานความปลอดภัย ซ่อมต้องซ่อมจริง ไม่ซ่อมไม่ได้ เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของชีวิตและย้ำอีกว่า กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปตามระเบียบ โปร่งใส และเปิดเผย

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตถึงการโยกย้ายตำแหน่งก่อนเกษียณ นายราเชนกล่าวว่าเป็นนโยบายของผู้บริหาร โดยให้เหตุผลว่าใกล้เกษียณแล้วต้องการปรับตำแหน่งให้เหมาะสม แต่ยืนยันว่าไม่ติดใจ และพร้อมปฏิบัติตามในฐานะข้าราชการมืออาชีพ ถ้าให้ไปอยู่ตรงไหน ไปได้หมด ถ้าเป็นประโยชน์ต่อประเทศ

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจลาออกครั้งนี้ ยืนยันไม่ใช่เรื่องความผิดหรือความด่างพร้อยในชีวิตราชการ แต่เป็นการตัดสินใจด้วยตัวเอง เพื่อเปิดทางให้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน และเพื่อกลับไปดูแลครอบครัว ทำงานมาทั้งชีวิต วันนี้ขอทำเพื่อตัวเองบ้าง ไม่อยากมีปัญหากับใคร อยู่ไม่ได้ก็ลาออกแค่นั้น ยืนยันว่าไม่ยึดติดตำแหน่ง และยังคงมีศักดิ์ศรีในฐานะข้าราชการ

นายราเชน บอกอีกว่า ตอนนี้มีความห่วงใยสถานการณ์ประเทศ โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น จากเดิมลิตรละ 39 บาท เพิ่มเป็นกว่า 52–53 บาท ซึ่งได้รายงานไปแล้ว แต่ยังไม่มีการตอบสนองที่ชัดเจน

ส่วนประเด็นที่สังคมตั้งข้อสงสัยว่าที่ไม่ได้ไปต่อเพราะไม่ใช่เด็กของนายใหม่ นายราเชน ยอมรับว่าเติบโตมาจากสายงานที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายการเมือง เริ่มต้นจากการเป็นหัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี ก่อนขยับขึ้นเป็นรองอธิบดี และทำงานใกล้ชิดผู้บริหารหลายยุค ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา เคยถูกมองว่าเป็นคนของนักการเมือง แต่ยืนยันว่าในฐานะข้าราชการมืออาชีพ หน้าที่คือการสนองนโยบายของผู้บริหาร ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามใครมาเป็นผู้บริหาร เราก็ต้องทำงานสนองนโยบาย แต่ต้องอยู่ในกรอบของความถูกต้อง

นายราเชน ย้ำชัดว่า แม้จะทำงานกับฝ่ายการเมือง แต่มีเส้นแดงที่ไม่ก้าวข้าม คือการไม่ทำในสิ่งที่ผิดกฎหมายหรือไม่ถูกต้อง อย่ามาให้ทำในสิ่งที่ผิด มีจุดยืนของตัวเอง หากมีข้อสงสัยหรือข้อกล่าวหาใด ๆ ก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบทันที เพราะมั่นใจในความบริสุทธิ์ถ้าผิด ให้ตรวจสอบได้เลย รับได้เสมอแต่ในทางกลับกัน หากต้องอยู่ในสถานการณ์ที่กดดันหรือไม่สามารถยืนอยู่บนหลักการได้ ก็ยืนยันว่าการลาออกคือทางเลือกที่ชัดเจนที่สุดไม่ผิดแล้วอยู่ไม่ได้ ก็ลาออก

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top