วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569
“สนธิญา” ยื่นคำร้องต่อศาลอาญา ถอนประกันตัว “ไอซ์-รักชนก” ต่อศาลอาญา โดยพบการกระทำผิดซ้ำ ปอ.มาตรา 112 กระทบต่อพระมหากษัตริย์ กระทบประชาชนหมู่มาก
วันที่ 11 มิถุนายน 2569 ที่ศาลอาญา นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ,อดีตที่ปรึกษา ปธ. กมธ.กฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้เดินทางมายื่นคำร้องขอถอนประกันนางสาวรักชนกหรือไอซ์ ศรีนอก จำเลย ต่อศาลอาญา ในคดีอาญา หมายเลขแดงที่ อ.2739/2566 โดยศาลอาญาพิพากษาจำคุก 6 ปี ในฐานความผิดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น อาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เพื่อให้ศาลอาญาส่งให้ศาลอุทธรณ์พิจารณามีคำสั่งให้ถอนประกัน
นายสนธิญา กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 เวลา 17.28 น. นางสาวรักชนกฯ โพสต์กล่าวหาใส่ร้ายพระมหากษัตริย์ โดยอาศัยจังหวะใช้ละครซีรีย์เรื่อง “สอดสร้อยมาลา” มาเป็นเครื่องมือในการกล่าวหาพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบัน ในหลายประเด็น โดยตนได้รวบรวมพยานหหลักฐานแล้วได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการกองปราบปราม ในความผิดฐานนำเข้าในระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ก่อให้ตื่นตระหนกตกใจแก่ประชาชน ในประการที่กระทบต่อความมั่นคงในราชอาณาจักร และเป็นการเผยแพร่ข้อมูลโดยรู้อยู่แล้ว ว่าเป็นความเท็จ และกระทำความผิดในฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น อาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ถือเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน โดยประชาชนพบเห็นการกระทำ สามารถกล่าวโทษต่อผู้กระทำความผิดได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 2(8) โดยตนได้กล่าวโทษจำเลยในคดีนี้ ต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๙ ที่ผ่านมา โดยพนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อดำเนินคดีอาญากับจำเลยในคดีนี้ตามกฎหมายแล้ว อันเป็นการกระทำโดยสุจริต ตามที่ประสบพบเจอเหตุการณ์มาจริง ไม่ได้มีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อน
ต่อมาตนได้ตรวจสอบ เงื่อนไขในการปล่อยตัวชั่วคราวของนางสาวรักชนกฯ ในการปล่อยตัวนางสาวรัชนกฯ จำเลยชั่วคราว โดยศาลระบุเงื่อนไข ห้ามกระทำผิดซ้ำในข้อหาเดียวกันอีก วันนี้ตนจึงได้ยื่นคำร้องขอให้ถอนประกันตัวนางสาวรักชนกฯต่อศาลอาญาเพื่อให้ศาลอาญาส่งคำร้องไปยังศาลอุทธรณ์ เพื่อให้ศาลอุทธรณ์ได้โปรดมีคำสั่งให้ถอนประกันตัวนางสาวรักชนกฯต่อไป
ตนขอเรียนต่อสื่อมวลชนและพี่น้องประชาชนว่า ความผิดที่ตนได้พบเห็นการกระทำ เป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงในราชอาณาจักร เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ภาค 2 ที่บัญญัติคุ้มครองพระมหากษัตริย์ พระราชินี องค์รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ถือเป็นการคุ้มครองพระเกียรติยศ องค์พระประมุขของประเทศในระบอบการปกครองระอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทั้งในการคุ้มครองพระมหากษัตริย์ โดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 6 บัญญัติว่า “องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใดๆ มิได้” ทั้งความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 คุณธรรมทางกฎหมาย มุ่งคุ้มครองพระเกียรติยศพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาทและผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เพื่อมิให้บุคคลใดจวบจ้วง กระทำฝ่าฝืนกฎหมายโดยมีเจตนาลดทอนพระเกียรติพระองค์ท่าน ทั้งกระทำล้มล้างการปกครอง เซาะกร่อน บ่อนทำลาย พระมหากษัตริย์ หรือกระทำต่อปฏิปักษ์ต่อพระมหากษัตริย์จะกระทำไม่ได้ ซึ่งจำเลยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ย่อมทราบเป็นอย่างดี เพราะในการเปิดประชุมสามัญครั้งแรกที่พระมหากษัตริย์ ทรงพระราชดำเนินในการเปิดประชุมสมัยสามัญ จำเลยเข้าร่วมประชุมจะต้องกล่าวคำปฏิญาณตน จะจงรักภักดี ต่อชาติ พระมหากษัตริย์ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560
ทั้งในขณะที่จำเลยกระทำผิดในคดีนี้ จำเลยมีสถานะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ย่อมมีสามัญสำนึกมากกว่าประชาชนทั่วไป ทั้งเห็นได้จากการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 โดยสถิติโดยตรวจสอบจากข้อมูลของศาลยุติธรรม พบว่า เป็นกลุ่มคนเฉพาะกลุ่ม ที่เป็นเครือข่ายของจำเลยที่กระจายกันกระทำผิดทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ถือเป็นภัยร้ายแรงของประเทศ ทั้งย่อมมีผลต่อกระทบต่อรูปแบบการปกครองเป็นอย่างอื่น โดยจำเลยได้กระทำผิดซ้ำ โดยอาฆาตแค้นพระมหากษัตริย์ในรัชกาลปัจจุบัน อันเป็นแรงจูงใจในการกระทำหมิ่นประมาท อาฆาต มาดร้าย แม้จำเลยจะกลบเกลือนการกระทำ แต่ผู้ร้องและประชาชนรายอื่น ย่อมเก็บหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับจำเลยได้ ภายในอายุความตามกฎหมาย การกระทำความผิดซ้ำของจำเลย เป็นเจตนาที่กระทำเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ พระวชิรเกล้า เจ้าอยู่หัว ทำให้ประชาชนหมู่มากเกิดความไม่สบายใจและรับไม่ได้กับพฤติกรรมของจำเลย ถือเป็นภัยร้ายแรงต่อสังคมส่วนรวม และกระทบต่อองค์พระประมุขของประเทศ ก่อให้เกิดความเสียหายในวงกว้าง ทั้งยังเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงอีกด้วย โดยตนเล็งจะยื่นต่อ ปปช.ให้ไต่สวนต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี