วันศุกร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
533.jpg
กต.แจงชัด ขั้นตอนการนำร่าง ฮลุน โซโล่ กลับไทย ยันสถานทูตเพิ่งทราบข่าว 29 ก.ค.

กต.แจงชัด ขั้นตอนการนำร่าง ฮลุน โซโล่ กลับไทย ยันสถานทูตเพิ่งทราบข่าว 29 ก.ค.

วันศุกร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 18.59 น.

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ที่กระทรวงการต่างประเทศ นางสาวใจไทย อุปการนิติเกษตร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมนายมังกร ปทุมแก้ว อธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ได้ร่วมแถลงข่าวประจำสัปดาห์ ในหลายประเด็น 

โดยนายมังกร ปทุมแก้ว อธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ได้ให้ข้อมูลสองกรณี นายบวรทัต เป็งสุข หรือ “ฮลุน โซโล่” เสียชีวิต ว่า กระทรวงการต่างประเทศ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต ซึ่งนายสีหศักดิ์ พวงเกดแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศก็จะหาโอกาสพูดคุยกับทางครอบครัว ผู้เสียอีกครั้งหนึ่ง รวมทั้งกระทรวงการต่างประเทศ ขอใช้โอกาสนี้ขอบคุณเครือข่ายคนไทยที่สถาน เอะอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ที่ได้ติดต่อไปตั้งแต่ช่วงต้นๆของการเกิดข้อสงสัยของการขาดการติดต่อไป 


นายมังกร กล่าวว่า สถานะล่าสุดในวันนี้ ทางญาติของผู้เสียชีวิตได้ดำเนินการทำหนังสือมอบอำนาจที่อำเภอในท้องถิ่น แล้วและกำลังจะจัดส่งเอกสารมาให้กรมการกงสุล ซึ่งคาดว่าทางกรมการกงสุลจะได้รับเอกสารดังกล่าวภายในวันจันทร์ที่ 3 ส.ค.นี้ เมื่อได้รับเอกสารมาแล้ว ทางกรมการก็จะดำเนินการรับรองการแปรเอกสาร เพื่อที่จะส่งต่อเอกสารไปให้กับสถานทูต ณ กรุงอังการา เพื่อดำเนินการออกมรณบัตร และประสานงานเกี่ยวกับการส่งร่างของผู้เสียชีวิต ทรัพย์สิน และสิ่งของอื่นๆกับมาประเทศไทยต่อไป 

“สำหรับสาเหตุการเสียชีวิต ยังอยู่ระหว่างการสืบสวน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่สถานทูต ณ กรุงอังการา ได้แจ้งให้ทางครอบครัวผู้เสียชีวิตทราบในรายละเอียดต่างๆ ทั้งขั้นตอนของทางการจอร์เจีย และได้ติดตามขบวนการสอบสวนอย่างใกล้ชิดและจะรายงานให้ทางกระทรวงการต่างประเทศทราบต่อไป ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดมีการรายงานอย่างเป็นทางการ หลังจากมีข่าวว่าผู้เสียชีวิตได้เสียชีวิตแล้ว นั้น ขอชี้แจงว่า เมื่อทางโรงแรมได้พบร่างของผู้เสียชีวิตในช่วงบ่ายของวันที่ 14 กรกฎาคม หลังจากที่ผู้เข้าพักไม่ได้เช็กเอาต์ตามกำหนดเวลา ส่วนระยะเวลา ที่สถานทูตได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการ จากทางการจอเจีย ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่ทางตำรวจจอร์เจียได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานต่างๆก็ประสานข้อมูลผ่านกระทรวงการต่างประเทศจอร์เจีย ก่อนที่จะแจ้งมายังสถานทูต ณ กรุงอังการา และทางสถานทูต ณ กรุงอังการา ก็ได้ติดต่อกับเครือข่ายชุมชนชาวไทยกับทางกงสุลกิตติมศักดิ์จอร์เจียในทันที ที่ปรากฏข้อมูลข่าวสารการหายตัวไปของนายบวรทัต และเมื่อได้รับการยืนยันว่าได้พบร่างผู้เสียชีวิต และอยู่ในการดูแลของทางการจอร์เจียแล้ว ทางสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ได้ดำเนินการในส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้อง จนกระทั่งที่ดำเนินการอยู่ณขณะนี้ และคงจะดำเนินการจนมีการส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับมายังประเทศไทย“

นายมังกร กล่าวว่า หลังจากทางโรงแรม พบร่างของ นายบวรทัต ในวันที่ 14 กรกฎาคม แล้ว ทางการจอเจีย ก็ยังไม่ได้แจ้งมาที่สถานทูต ณ กรุงอังการา เนื่องจากเป็นขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการตรวจสอบก่อนที่จะแจ้งผ่านกระทรวงการต่างประเทศของจอร์เจีย และทางกระทรวงการต่างประเทศของจอร์เจียถึงจะแจ้งมาที่สถานทูต ณ กรุงอังการา และจากที่มีข่าวว่าสถานฑูตไทย ณ กรุงอังการา ได้รับแจ้งการเสียชีวิตตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคมนั้น ขอยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่คาดเคลื่อน ซึ่งทางการจอเจียได้แจ้ง สถานทูตไทย ณ กรุงอังการา ทราบในวันที่ 29 กรกฎาคม ยืนยันว่าเมื่อเริ่มปรากฏข่าว การสูญหายของ ฮลุน สถานทูต ณ กรุงอังการา ก็ได้เริ่มติดต่อเครือข่ายคนไทยที่อยู่ในจอเจียตั้งแต่แรกที่ได้รับข่าวและติดตามอย่างใกล้ชิด และได้รับแจ้งจากทางการจอเจีย ถึงการเสียชีวิตในวันที่ 29 กรกฎาคม ซึ่งขณะนี้ทางสถานทูต ณ กรุงอังการา ได้ส่งเจ้าหน้าที่ผู้แทนสถานทูตดำเนินการในขบวนการต่างๆที่จอร์เจียแล้ว 

ส่วนที่มีข่าวว่าก่อนหน้านี้ทางญาติของฮลุน ได้มีการแจ้งไปที่สถานทูต ณ กรุงอังการา ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม นั้น กระทรวงการต่างประเทศ ไม่มีข้อมูลว่าทางญาติของผู้เสียชีวิตแจ้งไปตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค.                  

ส่วนขั้นตอน ถ้าสถานทูตไทยในต่างประเทศ ได้รับแจ้ง ก็จะมีการตรวจสอบข้อมูลก่อน ซึ่งที่จอร์เจีย ไทยไม่มีสถานทูตอยู่ที่นั่น แต่สถานทูต ณ กรุงอังการา ติดต่อผ่านทางกงสุลกิตติมศักดิ์ และมีเครือข่ายคนไทยติดต่อข้อมูลตรงนี้ แต่ก็เป็นทราบว่า เมื่อทางการจอร์เจียได้รับข้อมูลไปก็จะยังไม่เปิดเผยตั้งแต่ช่วงแรกของการหายตัว ไม่มีการเปิดเผยว่าข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร

จากที่มีการตรวจสอบจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา แล้วไม่พบว่าแจ้งมาตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม ซึ่งทางสถานทูตได้รับแจ้งข่าวนี้ในวันที่ 29 กรกฎาคม และขณะนี้ก็ยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบ การเสียชีวิตของทางเจ้าหน้าที่ของจอร์เจีย 

ถามว่า มีคำอธิบายจากทางจอร์เจียหรือไม่ว่า ทำไมทางการจอร์เจีย ถึงได้ส่งเรื่องล่าช้าประมาณ 10 วัน นางสาวใจไทย กล่าวว่า ทางสถานเอกอัคราทูต ณ กรุงอังการา ก็ตระหนักประเด็นนี้ และหยิบยกกับทางสถานทูตจอร์เจียแล้ว และขอให้ทางจอร์เจียชี้แจงว่าเหตุการณ์ความล่าช้าที่เกิดขึ้นมีสาเหตุมาจากอะไร ซึ่งขณะนี้ก็ยังรอฟังคำชี้แจงอยู่ ที่ผ่านมาเอกอัคราชทูต ณ กรุงอังการา ได้พบกับอธิบดีของทางการจอเจีย และผู้แทนสถานทูตไทยที่เดินทางไปก็ได้พบกับทางตำรวจและกระทรวงการต่างประเทศของจอร์เจีย โดยทางสถานทูตไทยได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด            

สำหรับการพิสูจน์ถึงสาเหตุการเสียชีวิตก็ต้องเป็นทางการของจอร์เจีย เนื่องจากเหตุเกิดที่จอร์เจีย จึงเป็นอำนาจหน้าที่ของทางการจอเจียในการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด 

ถามว่า หลังจากได้รับมอบอำนาจจากทางครอบครัวของผู้เสียชีวิตแล้ว ระยะเวลาในการนำร่างผู้เสียชีวิตกลับมาคงต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง ซึ่งขึ้นอยู่กับทางการจอร์เจียว่าจะออกเอกสารที่เกี่ยวข้องได้รวดเร็วเพียงไหน หลังจากนั้นก็ต้องมีการติดต่อกับบริษัทหรือสายการบินที่รับดำเนินการในส่วนนี้ และเมื่อ กระทรวงการต่างประเทศ ได้รับแจ้งจากสถานสถานทูต ณ กรุงอังการา แล้ว ก็จะชี้แจงให้สาธารณะชนทราบต่อไป

“ขณะนี้สถานทูต ณ กรุงอังการา มีการเตรียมความพร้อม และติดต่อบริษัทที่ดำเนินการส่งร่างไว้แล้ว แต่ขณะนี้ต้องรอเอกสารจากทางการจอร์เจีย เพื่อดำเนินการออกมรณบัตร เพื่อนำไปสู่กระบวนการส่งร่างกลับ”
                 
นายมังกร กล่าวถึงการแผ่นดินไหวที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ทำให้มีผู้เสียชีวิต 34 ราย และบาดเจ็บ กว่า 600 คน นั้น ซึ่งขณะนี้ระบบการสื่อสารและการขนส่งสาธารณะในจังหวัดคุมาโมโตะ ได้กลับมาให้บริการในบางส่วนแล้ว และมีการแก้ไขการขาดแคลนไฟฟ้า น้ำประ ระบบแก๊ส คาดว่าจะกลับมาใช้งานได้ตามปกติในต้นสัปดาห์หน้า ในส่วนผลกระทบต่อคนไทยในจังหวัดกุมาโมโตะ 467 คน ที่ถือวีซ่าระยะยาวตามข้อมูลของทางญี่ปุ่น ที่สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองชูโกฮากะ ได้รับแจ้งว่าติดต่อได้ แล้วทุกคนปลอดภัยดี และปัจจุบันอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัย โดยมี 2 รายที่ประสบปัญหาที่พักพังหรือถล่ม ซึ่งกำลังได้รับความช่วยเหลือเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับแรงงานไทยที่อยู่ใน จังหวัดเดียวกัน มีอยู่ประมาณ 187 คน ทุกคนปลอดภัยดี ซึ่งเป็นข้อมูลที่ทางสำนักงานแรงงานที่กรุงโตเกียวได้ตรวจสอบกับบริษัทที่จ้างงานคนไทย ส่วนนักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวที่เมืองคุมาโมโตะ ทั้ง 11 คน ได้เดินทางออกจากพื้นที่ประสบภัยแล้ว และกำลังเดินทางทยอยกลับจากประเทศญี่ปุ่นต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top