วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
ประธานาธิบดี บารัค โอบามา ในฐานะประธานการประชุมสุดยอดผู้นำ “ถกปัญหาผู้อพยพ” ระหว่างการประชุมสหประชาชาติ ครั้ง 71 ดราม่าเรียกน้ำตาในห้องประชุมที่มีผู้นำจาก 45 ประเทศเข้าร่วม รวมทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีประเทศไทย ที่ได้รับเชิญกล่าวปาฐกถา หารือปัญหาที่ยังแก้ไม่ตกในเวลานี้
สหรัฐฯที่ไปก่อสงครามนอกบ้านไว้ทั่วโลก ตั้งแต่ทวีปเอเชีย ตะวันออกกลาง ถึงแอฟริกา ซึ่งเป็นต้นตอปัญหาที่ทำให้เหยื่อสงครามจากอีรัก ซีเรีย แอฟริกา ฯลฯ หลายสิบล้านคน หนีตายทะลักเข้าสู่ทวีปยุโรปและอื่นๆ สร้างปัญหาเศรษฐกิจ สังคมและความมั่นคง จนเจ้าของประเทศลุกขึ้นมาต่อต้านขับไล่
เพื่อเรียกร้องความเห็นใจให้ประเทศต่างๆ รับผู้อพยพมากขึ้น ประธานาธิบดีโอบามา นำจดหมายซึ่งอ้างว่าเป็นของเด็กหกขวบคนหนึ่งขึ้นมาอ่านในที่ประชุม จดหมายรำพันถึงชะตากรรมเด็กจากซีเรียในเมืองอาเลบโป อ้อนวอนให้โอบามา เมตตารับเด็กคนนั้นมาอุปถัมภ์ ทั้งๆ ที่ตั้งแต่เกิดปัญหาผู้อพยพหนีตายสงคราม ทะลักเข้าสู่ยุโรปและทวีปอื่น สหรัฐฯเพิ่งรับผู้อพยพชาวซีเรีย เพียง 10,000 คน แต่บทดราม่าที่นำจดหมายอ้างว่าเป็นของเด็กหกขวบ ซึ่งน่าจะจัดฉากขึ้นมา ก็เรียกน้ำตาได้หลายหยด
ด้านนางออง ซาน ซู จี ที่ปรึกษาแห่งรัฐจากสหภาพพม่า กับนางซีก ฮาเซนา นายกรัฐมนตรีบังกลาเทศ ต้นตอของผู้อพยพโรฮิงญานับล้านคนที่สร้างความเดือดร้อนแก่ประเทศในภูมิภาครวมทั้งประเทศไทย ต่างโยนกลองไปมาว่าผู้อพยพเหล่านั้นไม่ใช่พลเมืองของตน นางซู จี ทำได้เพียงเรียกร้องให้ประเทศที่เกี่ยวข้อง “อดกลั้นต่อการแก้ปัญหาที่เรากำลังร่วมมือกันแก้ไข”
พล.อ.ประยุทธ์นายกฯไทยกล่าวในที่ประชุมว่า 40 ปีที่ผ่านมา ไทยซึ่งเป็นประเทศกลางทาง รับภาระช่วยเหลือผู้อพยพหลายล้านคนตั้งแต่ครั้งสงครามอินโดจีนจนถึงสงครามกลางเมืองในพม่า ทุกวันนี้ประเทศไทยยังดูแลผู้หนีภัยจากการสู้รบกว่า 100,000 คน
“...การให้ความช่วยเหลือผู้หนีภัยไม่ใช่หน้าที่ของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ของทุกคน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ผมขอชื่นชมประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ได้แสดงบทนำด้านการแก้ไขปัญหาผู้ลี้ภัย การรักษาสันติภาพและการส่งเสริมมนุษยธรรมในโลก...” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวสรุป
ประเทศไทยถูกสหรัฐแทรกแซงกดดันให้รับผู้ลี้ภัยและผู้เคลื่อนย้ายถิ่นฐานผิดปกติ จากประเทศเพื่อนบ้านและภูมิภาคอื่นๆ ตลอดมา แม้รู้ว่าการประชุมเรื่องผู้ลี้ภัยของนายโอบามาเป็นเพียงคำพรรณนาก่อนลาจากตำแหน่ง แต่พล.อ.ประยุทธ์ก็เลือกใช้วาทะการทูตอย่างมีอารยะ ชื่นชมผู้นำสหรัฐ อย่างเลิศเลอจึงไม่แปลกใจที่ นายแพททริก เมอร์ฟี่อุปทูตสหรัฐฯ ผู้แนบแน่นกับคนเสื้อแดง และเป็นไม้เบื่อไม้เมากับคสช. โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ว่า “ขอบคุณผู้แทนจากประเทศไทยที่ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลผู้อพยพอย่างสร้างสรรค์”
คนไทยในสหรัฐฯที่ได้เข้าพบนายกฯหลังการประชุม แสดงความงุนงงสงสัยท่าทีที่เปลี่ยนไปของสหรัฐ และได้รับคำอธิบายจากพล.อ.ประยุทธ์ว่า “รัฐบาลได้รับการยอมรับมากขึ้น แม้จะพูดไม่ได้ว่า ยอมรับ เพราะติดที่ที่มาของรัฐบาลและความเป็นโลกประชาธิปไตย เขาพูดชื่นชมไม่ได้ แต่เขายอมรับเมื่อเห็นผลงานรัฐบาล”
ท่าทีเปลี่ยนไปในทางบวกของสหรัฐ ได้รับการตอกย้ำจากนายเกล็น ที เดวี่ส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย ที่กล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังจากเข้าพบพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหมว่า “สหรัฐชื่นชมความก้าวหน้าของไทย ในปัญหาการค้ามนุษย์และการช่วยเหลือผู้อพยพ...เราเห็นว่าการลงประชามติมีเสรีภาพ และความยุติธรรมพอสมควร อีกทั้งคิดว่าประชามติครั้งนี้ จะขับเคลื่อนประเทศไทยตามโรดแมป...” นี้เป็นครั้งแรกที่ทูตสหรัฐฯรับรองการลงมติฯและไม่เร่งรัดให้จัดการเลือกตั้ง
น่าสังเกตว่าการมีปฏิสัมพันธ์กับรัฐบาลไทยของสหรัฐ เกิดขึ้นพร้อมๆ กับความสงบนิ่งของระบอบทักษิณ องค์กรสิทธิมนุษยชน แดงพลัดถิ่น นักวิชาการรับจ้างสื่อฝรั่งผีโม่แป้ง ที่เคยประท้วงต่อต้าน พล.อ.ประยุทธ์ทุกครั้งที่เข้าร่วมการประชุมนานาชาติ ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆระหว่างการประชุมสหประชาชาติ ครั้งที่ 71
หลายคนคิดว่าท่าทีสหรัฐที่เปลี่ยนไป อาจเป็นเพราะอเมริกาได้สำเหนียกว่า กว่า 80% ใน 65 ล้านคนไทยสนับสนุน คสช.ให้เดินหน้าปฏิรูปประเทศ บังคับใช้กฎหมายเข้มงวด ขจัดนักการเมืองไร้ธรรมาภิบาลให้หมดไปจากแผ่นดิน ปิดโอกาสกลับมามีอำนาจของนักธุรกิจการเมืองทุนสามานย์
หรือไม่ก็อาจเป็นสถานการณ์บังคับ เพราะสหรัฐฯกำลังเป็นอีแร้งหัวเน่าในอาเซียน ที่มีประธานาธิบดี โรดิโกดูเตอร์เต นักเลงโบราณจากเมืองดาเวา ฟิลิปปินส์ กับ นายกฯฮุนเซ็น นักเลงใหญ่แห่งกรุงพนมเปญ เป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน ในสงครามต่อต้านจักรวรรดินิยมอเมริกา
ฟิลิปปินส์ซึ่งเคยเป็นเหมือนรัฐที่ 51 ของสหรัฐอเมริกา เป็นหุ่นเชิดที่วอชิงตัน ใช้ในปฏิบัติการต่อต้านปิดกั้นจีนมาหลายยุคหลายสมัย แต่พอนายดูเตอร์เตเข้าครองทำเนียบมาลากันยัง แทนนักการเมืองสมุนบริวารอเมริกา นักเลงโบราณจากเมืองดาเวา ก็ประกาศปลดแอกจากกรงเล็บอีแร้งแก่ หันมาเป็นญาติดีกับมังกรยักษ์
ฮุนเซ็น นายกตลอดกาลของกัมพูชา ชี้หน้าท้าทายสหรัฐฯและประเทศอียู ที่วุ่นวายแทรกแซงกิจการในประเทศ นายฮุนเซ็น เป็นแนวหน้าสนับสนุนจีนอย่างแข็งขันในทุกเวทีประชุมนานาชาติ เวียดนาม 1 ใน 4 ประเทศอาเซียนที่มีข้อพิพาทดินแดนในทะเลจีนใต้กับจีน ที่สหรัฐมุ่งหวังผูกมัดด้วยข้อตกลง หุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) ได้ประกาศเลื่อนพิจารณาลงนามในข้อตกลง TPP ไปถึงเดือนตุลาคมปีหน้า สร้างความผิดหวังให้โอบามาซึ่งกำลังพ้นจากตำแหน่งเป็นอย่างมาก
นายกรัฐมนตรีราจิบ นาซัก แห่งมาเลเซีย ที่เคยเป็นหุ้นส่วนใกล้ชิดกับอเมริกา ก็มีข้อบาดหมางกันขึ้น เมื่อรัฐบาลของนายโอบามาอายัดทรัพย์สินมูลค่ากว่า หนึ่งพันล้านดอลลาร์ ของบุคคลใกล้ชิดนายราจิบ ส่วนนางอองซาน ซู จี ปรึกษาแห่งรัฐและรัฐมนตรีต่างประเทศสหภาพพม่า ที่อเมริกา ยกย่องเอาใจผ่อนคลายการคว่ำบาตรทางการค้าที่เคยมานานกว่า 20 ปีให้ ทั้งๆ ที่ยังมีปัญหาสิทธิมนุษยชน แต่สหรัฐฯจัดอันดับความล้มเหลวในการแก้ปัญหาค้ามนุษย์อยู่เทียร์ 3
แต่นางออง ซาน ซู จี ก็ตกอยู่ในฐานะเจ๊กลากไปฝรั่งลากมา เพราะเธอต้องสร้างความสมดุลด้านความสัมพันธ์กับจีน เพื่อนบ้านใกล้ชิดที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ และความมั่นคงมากกว่า สหรัฐกับประเทศตะวันตกผลักดันให้นางซู จี จัดประชุมสมัชชาปรองดองแห่งชาติ ที่เรียกว่า “ปางหลวงศตวรรษที่ 21” ซึ่งมีผู้แทนกองกำลังชาติพันธุ์ติดอาวุธ 17 กลุ่มเข้าร่วมแต่การประชุมเมื่อปลายเดือนส.ค. ต่อมาถึงเดือน ต.ค.ก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า เมื่อผู้แทนจากกลุ่มว้า (United Wa State Army=UWSA) Walked out จากที่ประชุมตั้งแต่วันแรก
UWSA อดีตพรรคคอมมิวนิสต์พม่า มีกองกำลังติดอาวุธกว่า 30,000 คน แข็งแกร่งที่สุดในบรรดากองกำลังติดอาวุธกลุ่มชาติพันธุ์ ที่ต่อสู้กับรัฐบาลกลางพม่านานกว่า 60 ปี UWSA ซึ่งใกล้ชิดกับจีนอ้างว่าผู้แทน UWSA ถูกจัดให้นั่งในส่วนของผู้สังเกตการณ์ จึงไม่มีประโยชน์ที่จะร่วมประชุมต่อ แต่นักวิเคราะห์ทางการเมืองชาวพม่าชี้ว่า เพราะจีนหมั่นไส้ผู้จัดการประชุม ที่ให้ความสำคัญกับตัวแทนจากตะวันตก มากกว่ากลุ่มชาติพันธุ์ จึงสะกิดผู้แทน UWSA ให้ผละจากที่ประชุม
ฟิลิปปินส์กับกัมพูชา ประกาศตัวเป็นศัตรูกับสหรัฐออกหน้า สปป.ลาว ยังขยาดกับระเบิดกว่า 80 ล้านลูกที่ทิ้งมาจากเครื่องรบอเมริกัน ที่ยังตกค้างอยู่ในชนบทลาว ตั้งแต่สงครามอินโดจีน มาเลเซีย เริ่มบาดหมางเรื่องอายัดทรัพย์สิน เวียดนาม คลางแคลงใจในข้อตกลง TPP พม่าก็ตกที่นั่งเจ๊กลากไปฝรั่งลากมา
การที่สหรัฐฯทำดราม่า หันมาเป็นญาติดีกับรัฐบาลทหารไทย จึงไม่ได้มาจากความปรารถนาดีและจริงใจ แต่เป็นเพราะสถานการณ์บังคับ เมื่อพบว่าระบอบทุนทักษิณที่เคยอุปถัมภ์ค้ำชูกำลังล่มสลายถ้าไม่รีบฟื้นฟูความสัมพันธ์กับรัฐบาล คสช.ตั้งแต่วันนี้ประธานาธิบดีทุนสามานย์วอลล์สตรีท ที่มาจากการเลือกตั้งปลายปีนี้ ก็จะเป็นอินทรีย์หัวเน่าที่เข้าใครไม่ได้ในอาเซียนความกระเหี้ยนกระหือรือปักหมุดเอเชีย ก็จะเป็นหมุดหลุดไฟสงครามในทะเลจีนใต้จุดไม่ติดด้วยประการฉะนี้
การที่สหรัฐฯทำดราม่า หันมาเป็นญาติดีกับรัฐบาลทหารไทย จึงไม่ได้มาจากความปรารถนาดีและจริงใจ แต่เป็นเพราะสถานการณ์บังคับ เมื่อพบว่าระบอบทุนทักษิณที่เคยอุปถัมภ์ค้ำชูกำลังล่มสลาย

เกรด 4.00 อาจไม่ใช่คำตอบ! ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ชี้ทางรอดเด็กไทยยุค AI 2026
แฟนคลับส่งกำลังใจ อ้ายสติ๊ก อินฟลูฯดัง หัวใจเต้นผิดจังหวะอยู่ไอซียู
หนุน อนุทิน เดินตลาดฟังเสียงจริง! เทพไท จี้อัปวงเงินคนละครึ่ง 5,000 บาท ช่วย ปชช.
เศรษฐกิจสงกรานต์ซบเซา? ผลโพลชี้คนไทยปรับแผนงดฉลอง ประหยัดงบ เซ่นพิษน้ำมันแพง
ร้อนปรอทแตก! ทั่วไทยร้อนจัด เตือนเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี