วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569

เมื่อต้นเดือน ต.ค. 2561 ที่ผ่านมา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน (ศวช.) คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น และเครือข่ายอีกหลายหน่วยงาน ร่วมกันจัดงานเวทีสุดยอดผู้นำชุมชนท้องถิ่น “วาระ :ลดปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ เพิ่มปัจจัยเสริมสุขภาวะ”ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานีอ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี
บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้คนทั้งที่มาจากภาครัฐคือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)และที่เป็นปราชญ์ชาวบ้าน-ผู้นำชุมชนจากทั่วประเทศมารวมตัวกันเนืองแน่นนับพันคน ซึ่งนอกจากจะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้และหาพันธมิตรเครือข่ายสร้างพลังชุมชนแล้ว ยังได้รับฟังข้อคิดดีๆ มากมาย โดย “ที่นี่แนวหน้า” ขอเลือกข้อคิดจาก สุริยา ยีขุน นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบล (ทต.) ปริก อ.สะเดา จ.สงขลา ที่ว่าด้วย “คุณลักษณะของผู้นำชุมชนท้องถิ่นที่พึงประสงค์” มาบอกเล่าให้ท่านผู้อ่านได้พิจารณากัน
คุณสุริยา กล่าวถึง “บัญญัติ 10 ประการของการเป็นผู้นำที่ดี” ประกอบด้วย 1.มองประโยชน์ผู้อื่นสำคัญกว่าตนเอง เรื่องนี้พิสูจน์ได้ชัดเจนว่า ถ้าผู้นำตั้งใจทำงานเพื่อชุมชนส่วนรวมจริงๆ ย่อมได้รับความเคารพนับถือจากผู้คนหมู่มาก ตรงกันข้ามกับผู้นำที่มาแล้วมุ่งหวังผลประโยชน์ของตนเองอย่างเดียวย่อมอยู่ได้ไม่ยืนยาว และเมื่อพ้นจากสถานะผู้นำไปแล้วก็ยากที่จะกลับมาได้อีก
2.รับผิดชอบต่อหน้าที่ เมื่อได้เป็นผู้นำแล้วก็ต้องแสดงให้เห็นว่าจะทำอย่างไรให้ชุมชนหรือสังคมอยู่ดีมีสุขเช่น ตามอำนาจหน้าที่ที่ต้องดูแลประชากรทุกกลุ่มตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ 3.ซื่อสัตย์สุจริต การดำเนินโครงการที่ใช้จ่ายงบประมาณจากเงินลงขันของส่วนรวม หากสามารถทำให้สังคมเห็นว่าทำอย่างโปร่งใสตรวจสอบได้ ก็ไม่ต้องกลัวการตั้งข้อสังเกตจากใครทั้งสิ้น
“จากประสบการณ์การทำงานเป็นนายกเทศมนตรีบนพื้นฐานการให้ประชาชนได้เห็นตั้งแต่กระบวนการจัดทำแผน การจัดลำดับความสำคัญของโครงการ เราเปิดเผยหมด ตั้งแต่ผมเข้าไปทำงานเมื่อปี 2542 กระทรวงมหาดไทยยังไม่กำหนดให้การจัดซื้อจัดจ้างต้องมีกรรมการจากภาคประชาสังคม ผมตั้งมาตั้งแต่ตอนนั้น ชี้ให้เห็นว่าถ้าเราจะทำอะไรเพื่อความปลอดภัยของตัวเองคือต้องให้คนอื่นรู้เห็น
เมื่อเขารู้เห็นว่าเราทำโดยความซื่อสัตย์สุจริต แน่นอนที่สุดย่อมเป็นเกราะกำบังให้เรา ไม่ต้องกลัว สตง.(สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน) หรือหน่วยงานตรวจสอบอื่นๆของภาครัฐจะมาบั่นทอนกำลังใจการทำงาน บั่นทอนความรับผิดชอบในบทบาทหน้าที่ของเรา เราก็จะสามารถเดินหน้าขับเคลื่อนได้อย่างปลอดภัย” นายกเทศมนตรี ทต.ปริก กล่าว
4.มีคุณธรรมจริยธรรม โดยเฉพาะการดำเนินการเรื่องต่างๆ ที่ไม่เป็นการเลือกปฏิบัติ 5.สร้างการยอมรับ ผู้นำจะอยู่ได้ต้องได้รับความเชื่อมั่นจากสังคม อย่างไรก็ตาม หากทำงานโดยตั้งอยู่ในหลัก 4 ข้อแรกข้างต้นอย่างต่อเนื่อง การยอมรับจากสังคมย่อมตามมาเองโดยที่ไม่จำเป็นต้องสร้าง 6.ตัดสินใจบนพื้นฐานข้อเท็จจริง จะทำโครงการอะไรต้องมาจากการประเมินข้อมูลต่างๆ อย่างครบถ้วนรอบด้าน ไม่ใช่นึกอยากจะทำอะไรก็ทำ เพื่อให้โครงการที่ผลักดันออกมาสามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด
7.ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ การได้แต่ลอกเลียนตามคนอื่นอย่างเดียวคงเป็นผู้นำที่ไม่ดีเท่าไหร่ โดยเฉพาะโลกยุคปัจจุบันที่มีความผันผวนด้านต่างๆ ค่อนข้างสูง การติดตามข้อมูล ศึกษาหาความรู้ใหม่ๆ เทคโนโลยีใหม่ๆ ให้รู้เท่าทัน เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาชุมชนหรือสังคมได้ แต่นอกจากความรู้แล้วผู้นำยังต้องมีจินตนาการด้วย ดังตัวอย่างโครงการ “สนามเด็กเล่นสร้างปัญญา” ที่เกิดจากแนวคิดของ ดิสสกร กุนธร ประธานมูลนิธิสนามเด็กเล่นสร้างปัญญา ในการสร้างสนามเด็กเล่นที่ทำให้เด็กๆ ทั้งสนุกสนานและส่งเสริมทักษะชีวิตไปพร้อมกัน
“แต่เดิมถ้าจะให้เด็กไปเล่นน้ำเราจะให้เล่นในสระสี่เหลี่ยม มีลู่สำหรับการแข่งขัน แต่พอเล่นสระน้ำกลมๆ เด็กมันเล่นโดยที่ไม่มีสิ่งบอกว่าจะต้องแข่งขันไปให้ถึงเส้นชัย มันทำให้เด็กเกิดความรักกัน เกิดความสมัครสมานกัน ช่วยกันเล่นด้วยกันสนุกด้วยกัน ไม่มีการแย่งว่าฉันต้องไปถึงเส้นชัยก่อน เราไปเปลี่ยนความคิดของเด็กจากการเรียนการศึกษาที่นำไปสู่การแข่งขัน มันทำให้เด็กคิดว่าการอยู่ร่วมกันทางสังคมมันสัมพันธ์กับการแข่งขัน
การเป็นผู้นำก็เช่นกัน มันต้องมีความคิดริเริ่มในเชิงสร้างสรรค์ว่าเราที่อยู่ร่วมกันในสังคม เรื่องของการแข่งขันมันน่าจะพอแล้ว จะทำอย่างไรให้ประคองสังคมให้เติบโตไปด้วยกัน ก้าวไปด้วยกัน เดินไปข้างหน้าด้วยกัน แก้ไขปัญหาไปด้วยกัน ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์การจินตนาการ การวิเคราะห์ปัญหา ถือเป็นความสำคัญของผู้นำท้องถิ่นที่ต้องรู้เท่าทันปัญหาทั้งเศรษฐกิจ สังคมสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยี” คุณสุริยา ยกตัวอย่าง
8.สร้างคนรุ่นใหม่มาทดแทน เพราะอย่างไรเสียผู้นำก็เป็นมนุษย์ธรรมดาๆ คนหนึ่งที่ไม่อาจอยู่ยงคงกระพันค้ำฟ้าไปตลอดกาล ดังนั้นต้องสร้างให้คนอื่นๆ มีบทบาทมีส่วนร่วมด้วย ซึ่งสามารถทำได้ เช่น เมื่อครั้งเริ่มโครงการสร้างผู้นำชุมชนรุ่นในพื้นที่ ทต.ปริก ระยะแรกๆ ชาวบ้านหลายคนไม่กล้าแสดงออก มีอะไรก็ยกให้เทศบาลทำหรืออย่างดีที่สุดคือขอช่วยงานเบื้องหลัง แต่เมื่อผ่านการฝึกอบรมแล้วก็กล้าที่จะขึ้นเวทีแสดงความคิดเห็นหรือสะท้อนปัญหา และความต้องการต่อหน้าสาธารณชน มีความมั่นใจในตนเอง เป็นผู้นำการพัฒนาของชุมชนได้
9.สร้างเครือข่าย เพราะงานใหญ่ไม่อาจสำเร็จได้ด้วยมือคนคนเดียว ต้องอาศัยแรงพลังจากทุกภาคส่วนทั้งจากภายในและภายนอกพื้นที่หรือองค์กร และ10.มีแนวทางที่ชัดเจน ว่าจะพัฒนาองค์กรหรือพื้นที่อย่างไร ไม่ใช่เห็นกระแสอะไรมาก็ทำตามไปก่อน เรื่องของการออกแบบ วางแผน และนำแผนที่วางไว้ไปสู่การปฏิบัติจริง เป็นทักษะสำคัญของผู้นำหรือผู้บริหาร
ทั้ง 10 ข้อนี้แม้จะเป็นการกล่าวในเวทีประชุมผู้บริหาร อปท. รวมถึงผู้นำชุมชนท้องถิ่น แต่ก็สามารถนำไปเป็นหลักปฏิบัติสำหรับคนเป็นผู้นำทุกระดับได้เช่นกัน..ว่าแล้วท่านทั้งหลายที่มีบทบาทเป็นผู้นำไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ ก็ขอให้ลองสำรวจตนเองดูว่ามีครบทุกข้อแล้วหรือยัง?

เกรด 4.00 อาจไม่ใช่คำตอบ! ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ชี้ทางรอดเด็กไทยยุค AI 2026
แฟนคลับส่งกำลังใจ อ้ายสติ๊ก อินฟลูฯดัง หัวใจเต้นผิดจังหวะอยู่ไอซียู
หนุน อนุทิน เดินตลาดฟังเสียงจริง! เทพไท จี้อัปวงเงินคนละครึ่ง 5,000 บาท ช่วย ปชช.
เศรษฐกิจสงกรานต์ซบเซา? ผลโพลชี้คนไทยปรับแผนงดฉลอง ประหยัดงบ เซ่นพิษน้ำมันแพง
ร้อนปรอทแตก! ทั่วไทยร้อนจัด เตือนเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี