วันพุธ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569
(สัปดาห์นี้ “ที่นี่แนวหน้า” ขอนำคำกล่าวและข้อเสนอของ ผศ.ดร.บุญเลิศ วิเศษปรีชา อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในเวทีเสวนา “สังคมไทยจะก้าวพ้นความเหลื่อมล้ำ สู่ความเป็นธรรมในที่ดินอย่างยั่งยืนได้อย่างไร” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในมหกรรม “ที่ดินคือชีวิต ฝ่าวิกฤติที่ดินไทย” ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(ท่าพระจันทร์) เกี่ยวกับการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านที่ดินมาให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบกัน รวมถึงเมื่อจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ ก็อาจเป็นแนวทางให้พรรคต่างๆ นำไปจัดทำนโยบายได้)
ถ้าพูดถึงในระยะยาว พูดถึงเชิงหลักคิดเรื่องพฤติกรรม หรือพูดให้ไกลกว่าการเก็บภาษี หลายๆ ท่านได้พูดบ่อยๆ ว่าปัญหาสำคัญทุกวันนี้คือ “ที่ดินถูกทำให้เป็นสินค้า ที่ดินกลายเป็นสินทรัพย์เพื่การเก็งกำไร” อันนี้เป็นหัวใจสำคัญในการแก้ปัญหา“ทำอย่างไรที่ไม่ให้ที่อยู่อาศัยกลายเป็นสินค้า มันต้องเป็นทรัพยากรที่แจกจ่ายได้อย่างทั่วถึง” ถ้าพูดในเชิงหลักการต้องพูดในเรื่องนี้
หลายท่านพอพูดถึงที่ดินก็จะนึกถึงที่ดินทำกินในภาคเกษตร แต่ “ที่ดินของคนเมืองที่เป็นปัญหาสำคัญคือที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย” นอกจากที่ดินถูกทำให้เป็นสินค้าแล้ว ปัญหาสำคัญที่คนจนไม่สามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่มั่นคงได้ หรือ “คนส่วนใหญ่ที่ซื้อบ้านในราคาแพงรากของปัญหาคือที่อยู่อาศัยถูกทำให้กลายเป็นสินค้าเช่นกัน” ในประเทศที่เป็นสวัสดิการสังคม การศึกษา การรักษาพยาบาล ในสังคมไทยเราค่อนข้างจะยอมรับว่าการศึกษาเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่รัฐต้องจัดให้ การรักษาพยาบาลต้องทั่วถึงทุกคนเข้าถึงได้
เราต้องมองเห็นว่าที่อยู่อาศัยก็ควรเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน “ในประเทศที่มีสวัสดิการที่ดีอย่างเนเธอร์แลนด์ (ฮอลแลนด์) ไม่ยอมให้มีการเก็งกำไรที่ดินอย่างเด็ดขาด” ปัญหาสำคัญคือคนที่มีสตางค์แล้วกลัวว่ามูลค่าของเงินตัวเองจะลดลง อยากจะหากำไรจากเงินก็เอาเงินไปซื้อที่ดินมากักตุนไว้ หัวใจสำคัญคือต้องลดทอนหรือไม่อนุญาตเลยให้กักตุนที่ดิน ให้ทุกคนรู้เหมือนกันหมดว่าเราจะไม่มีการกักตุนที่ดิน ที่ดินมันต้องกระจาย
“การลงทุนในที่ดินมันต่างจากการลงทุนผลิตสินค้าอื่นๆ การลงทุนผลิตสินค้าจะผลิตอะไรคุณก็ไปสร้างเทคโนโลยีมา แต่ที่ดินการลงทุนคือคุณไปฮุบส่วนแบ่งที่ควรแจกจ่ายให้คนอื่น เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องจำกัดไม่ให้มีการเก็งกำไร ขั้นตอนนี้ในระบบทุนนิยมรัฐแทรกแซงได้ด้วยการเก็บภาษีอัตราก้าวหน้า คุณมีที่ดินมากคุณต้องเสียภาษีเยอะๆ มันจะได้ Force (บังคับ) ให้ไม่กักตุน ถ้าลดตรงนี้ปัญหาต่างๆ จะเบาไปได้เยอะ
ที่มีคำพูดว่าคนสลัมบุกรุก การบุกรุกจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าที่ดินถูกใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ มันจะไม่มีที่ดินรกร้างว่างเปล่าให้บุกรุก แล้วผมอยากให้พูดใหม่ ผมทำงานมา 10-20 ปี ชาวบ้านเขาบอกอย่าเรียกว่าบุกรุก ให้เรียกว่าบุกเบิก เขาไม่ได้งัดประตูบ้านเข้าไป ไม่ได้งัดรั้วเข้าไป ที่ดินที่ชาวบ้านเขาบุกเบิกที่ดินที่ปล่อยให้รกร้าง เขาแทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันมีเจ้าของ รากปัญหาสำคัญมันคือการปล่อยให้มีการเก็งกำไร ปล่อยให้มีการถือครองที่ดินอย่างเสรี”
แล้วคนจำนวนมากก็เดือดร้อนไม่ใช่เฉพาะคนจน “คนชั้นกลาง มนุษย์เงินเดือนทั้งหลาย เราซื้อที่อยู่อาศัยในราคาที่แพงมาก” กว่าจะผ่อนหมด แล้วที่สำคัญคือคนที่ผ่อนไม่หมดล่ะ? “คุณเกิดอุบัติเหตุในชีวิต ตกงานก็โดนยึดบ้าน” โครงสร้างทั้งหมดนี้มันทำให้ทุกคนเดือดร้อน “แม้แต่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ก็บอกว่าเหนื่อย ทำบ้านแพงขึ้นทุกปีเพราะที่ดินแพง” ฉะนั้นเราต้องทำลายระบบนี้
เราเลิกเก็งกำไรที่ดินกันไหม? “คุณมีเงินเยอะคุณไปลงทุนอย่างอื่น ไปทำอะไรที่เป็นประโยชน์กับสังคม” คุณผลิตเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าแต่ไม่ใช่ไปยึดที่ดินเพราะที่ดินมีจำกัด “ถ้าผมมีอำนาจผมจะทำเป็นขั้นๆ ให้เวลาภายใน 10 ปี” เรามีแผนอีก 10 ปีข้างหน้า ถ้าหลังปี 2570 จะไม่มีใครถือครองที่ดินเกินความจำเป็น “ระหว่างนี้คนที่คิดจะซื้อกักตุนก็เลิกซื้อเพราะที่ดินจะไม่มีราคา ส่วนคนที่มีอยู่ก็ต้องค่อยๆ ปล่อย” ไม่ต้องเรียกร้องแบบพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน
“ผมมีปัญญาซื้อบ้านเพราะสอนที่ธรรมศาสตร์รังสิต มันก็พอไหว แต่ถ้าผมอยู่ในเมือง ไปดูราคาคอนโดฯติดรถไฟฟ้าที่เป็นความฝันของหลายคน ใครจะไปเชื่อว่าราคา 3.5 ล้าน-4 ล้านบาท กับห้อง 30-40 ตารางเมตร ทำไมมันแพงขนาดนี้? ถ้าเราไม่ทำให้เกิดการเก็งกำไรที่ดิน อย่าทำให้เป็นสินค้าแต่ให้เป็นสิทธิที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ แล้วเราจะได้ประโยชน์ร่วมกัน”
เรากำลังต่อสู้กับวิธีคิดว่าที่ดินเป็นสินค้าหรือที่ดินเป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุนหวังกำไรในอนาคต สิ่งที่เราสู้คือจะปลดความคิดนี้ หากถามว่าอะไรคืออุปสรรค?สิ่งสำคัญคืออุปสรรคเชิงความคิด “เราอยู่ในโลกทุนนิยมที่คิดว่าทรัพยากรถูกเอาไปใช้เพื่อก่อกำไรสูงสุด”ผมคิดว่าถ้าเราตั้งเป้าหมายร่วมกันว่าสัก 10 ปีข้างหน้าเราจะไม่มีโครงสร้างแบบนี้เกิดขึ้นในระยะยาว 10 ปีข้างหน้าเราให้เวลาคุณผ่องถ่าย
หลายๆ ท่านพูดถึงที่ดินเกษตรกรรมของหน่วยงานรัฐ“ในเมืองก็มีที่ดินของหน่วยงานรัฐจำนวนมาก ที่มีประชาชนอยู่อาศัยหรือยังไม่อยู่อาศัยก็ตาม” ผมคิดว่ายังไม่ต้องไปถึงพื้นที่เอกชน “ที่ดินรัฐที่มีคนอยู่ทำอย่างไรจะให้เขาอยู่อย่างถูกกฎหมาย ทำอย่างไรจะคุ้มครองเขา”ประชาชนอยู่ในที่ดินรัฐแต่ไม่มีสัญญาเช่า เขาไม่มีความมั่นคง “ประชาชนอยากจะมีสัญญาเช่ากับรัฐแต่ขอเช่าระยะยาว 30 ปี เขาต่อสู้กับหน่วยงานรัฐที่มองว่าถ้าให้เอกชนเช่าจะได้ค่าเช่าแพงกว่า” ที่เราต้องต่อสู้คือต้องเลิกคำนึงถึงกำไรจะได้มากได้น้อย
การใช้ประโยชน์ในการดำรงชีวิต ให้คนได้มีที่อยู่อาศัย มันควรให้คุณค่าสูงกว่ามูลค่าที่เป็นเม็ดเงินเท่านั้นโดยเฉพาะที่ดินรัฐ ผมอยากจะพูดถึง สิงคโปร์ ตอนที่ ลีกวนยู สร้างประเทศ เขาให้ความสำคัญกับนโยบายที่อยู่อาศัยมาก มันเป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพมาก ประชาชนอยู่ในที่อยู่อาศัยของรัฐที่จัดหาให้ในราคาถูก กลายเป็นพลเมืองที่ภักดีต่อพรรคนี้พรรคเดียว เราจะรู้ว่าพรรคนี้ครอบครองมา 40 - 50 ปี
“เหตุที่สิงคโปร์ทำได้เพราะตอนได้รับเอกราช ที่ดินส่วนใหญ่เป็นของรัฐ แล้วเขาก็ตั้งเป้าว่าที่ดินส่วนนี้จะเอาไปจัดลำดับความสำคัญแรกๆ ว่าให้พลเมืองของเขาได้มีที่อยู่อาศัย เขาสามารถทำที่อยู่อาศัยในราคาถูกให้คนเข้าไปอยู่ได้ นี่คือความสำคัญของการจัดลำดับความสำคัญ ถ้าเราตระหนักเรื่องนี้จริงๆ อันนี้เป็นหลักแรกๆ ในการให้พลเมืองมีที่อยู่อาศัย ซึ่งสิ่งเหล่านี้รับรองอยู่ในรัฐธรรมนูญแต่ว่าไม่ได้ทำ”
แล้วยังมีคนอีกเป็นจำนวนมากที่ผมคิดว่าพวกเขาถูกละเลยคือ “คนที่เช่าที่อยู่อาศัยราคาถูกแต่ด้อยคุณภาพ” เราจัดการที่อยู่อาศัยตามกลไกตลาด “คนจนจะไปเช่าอพาร์ตเม้นท์ดีๆ อยู่ก็ทำไม่ได้ คุณก็จะเห็นบ้านแบ่งเช่า จะเห็นบ้านแบ่งซอยเล็กๆ บ้านหลังหนึ่งซอยเป็นสิบห้อง มีห้องน้ำห้องเดียว” คนเหล่านี้ถูกมองข้ามในสังคมไทย
ผมคิดว่าถ้ามีประชาธิปไตย..ก็คิดว่าจะให้ทุกคนได้คุยเรื่องเหล่านี้กันบ้าง!!!

เสียงจากบุรีรัมย์ ขอรัฐช่วยตรึงดีเซล ค้านปิดปั๊ม 4 ทุ่ม
หนุ่มขับกระบะตกคลอง ร้องขอพลเมืองดีอย่าเรียกตำรวจ เจอยาบ้าตกข้างรถ
ซัมเมอร์เดือด พลอยชมพู เสิร์ฟบิกินี่ตัวจี๊ดโชว์หุ่นฟิตเป๊ะ
เจ้าเดียวกับตึก สตง.! ผู้รับเหมาทิ้งงานศูนย์ราชการแพร่ 539 ล้าน จ่อขึ้นแบล็กลิสต์
ฟ้า พรหมศร อดอาหารในคุก หลังศาลไม่ให้ประกันตัวคดี ม.112

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี