วันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
สมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย จับมือสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และเครือข่ายภาคเอกชน จัดการแถลงข่าวและการเสวนา “1 ปีผ่านไปจากเหตุแผ่นดินไหวใหญ่ ตึก สตง. ถล่ม โครงสร้างไทยจะปลอดภัยเมื่อไร” ณ โรงแรม จูบีลี เพรสทีจน์ รัชดาภิเษก เพื่อสะท้อนบทเรียนจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา รวมถึงวิเคราะห์สถานการณ์ความปลอดภัยของโครงสร้างในประเทศไทย ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่างๆ ในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของโครงสร้างอาคารและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ
ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวมัณฑะเลย์ขนาด 7.7 เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ส่งผลกระทบมาถึงกรุงเทพฯ ทำให้ตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่กำลังก่อสร้างพังถล่มลงมา ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวผ่านไปแล้ว 1 ปี สมาคมฯ ร่วมกับภาคเอกชนนำโดย ประเสริฐ ธรรมมนุญกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บจก.เข็มเหล็ก ร่วมกันจัดงานแถลงข่าวและเสวนา เรียนรู้จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและตึกถล่ม เพื่อนำไปสู่การสร้างความร่วมมือทุกภาคส่วนในสังคมไทย ได้แก่ ภาควิจัย ภาควิชาการ ภาควิชาชีพ และภาคเอกชน โดยไฮไลต์สำคัญของงานคือ การค้นหาความจริงกรณีตึก สตง. ถล่ม ผ่านมุมมองเจาะลึกและการวิเคราะห์จากวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ
ด้าน ผศ.ดร.พูลศักดิ์ โกษียาภรณ์ รองผู้อำนวยการ สกสว. เผยถึงบทบาทของกองทุน ววน. ในการส่งเสริมความปลอดภัยสาธารณะ ว่า สกสว.ในฐานะเลขานุการกองทุน ววน. มีนโยบายในการจัดสรรงบประมาณการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อการรับมือกับภัยพิบัติแผ่นดินไหวอย่างครบวงจร ทั้งการเตรียมความพร้อมการตอบสนองเหตุฉุกเฉิน และการฟื้นฟูชุมชนหลังเกิดภัย โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ งบประมาณสำหรับการพัฒนานโยบายและต้นแบบเพื่อลดความเสี่ยงและลดผลกระทบที่เกิดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ และงบประมาณเพื่อการแก้ไขปัญหาและตอบสนองภาวะวิกฤติเร่งด่วนของประเทศ
ซึ่งหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวปี 2568 ที่ประชุม กสว. ได้อนุมัติงบประมาณสนับสนุนงานเชิงกลยุทธ์ในการจัดการปัญหาวิกฤติแผ่นดินไหว ทำให้เกิดการนำองค์ความรู้มาใช้ประโยชน์ในการแก้ปัญหาหลากหลายประเด็น อาทิ เกิดแพลตฟอร์มอัจฉริยะที่บูรณาการข้อมูล SRI Alert (ศรีเตือนภัย) ซึ่งรวบรวมผู้เชี่ยวชาญ องค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านภัยพิบัติเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของหน่วยงานภาครัฐโดยการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมถึงการฟื้นตัวจากภัยแผ่นดินไหวโดยใช้ผลสำเร็จจากงานวิจัย การสร้างฐานข้อมูลสำหรับการเตรียมความพร้อมที่ดีขึ้นในอนาคตโดยศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ
ทั้งนี้ นับตั้งแต่ปีงบประมาณ 2563-2569 กองทุน ววน. สนับสนุนโครงการวิจัยและนวัตกรรมกว่า 106 โครงการเพื่อยกระดับการบริหารจัดการภัยพิบัติของประเทศ นอกจากนี้ สกสว.ยังทบทวนและยกระดับแผนด้าน ววน.ของประเทศให้ตอบโจทย์ปัญหาท้าทายด้านภัยพิบัติ นำองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมไปสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานหลักด้านการบริหารจัดการสาธารณภัย สนับสนุนภารกิจการสร้างความตระหนักรู้ ป้องกัน และเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ อีกทั้งขับเคลื่อนบทบาทในการเป็นกลไกลดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์ของประชาชน
ผศ.ดร.ประกิต ชมชื่น ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานพัฒนาระบบตรวจวัดการสั่นไหวในอาคาร และ อ.วัฒนพงศ์ หิรัญมาลย์ เลขาธิการสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย กล่าวเสริมว่า ในงานดังกล่าวได้เปิดตัว “ระบบตรวจวัดแผ่นดินไหวและแจ้งเตือนผู้ใช้อาคาร” เพื่อใช้ตรวจจับการสั่นไหวของอาคารและการแจ้งเตือนผู้ใช้งานอาคารอย่างทันท่วงที โดยระบบดังกล่าวได้มีการติดตั้งจริงแล้วที่โรงเรียนบ้านป่าก่อดำ จ.เชียงราย และ อาคารโรงพยาบาลสูง 25 ชั้นใน กทม. ระบบดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่ผู้อาศัยในเขตเสี่ยงแผ่นดินไหวและผู้ที่ต้องพำนักในอาคารสูง
ประเสริฐ ธรรมนุญกุล ในฐานะตัวแทนภาคเอกชน เผยว่า งานนี้ถือเป็นการร่วมมือกันของภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจก่อสร้างที่จะระดมสมอง เพื่อพัฒนาวัสดุ อุปกรณ์ก่อสร้างที่ต้านแผ่นดินไหว รวมทั้งแนวทางการสนับสนุนภาควิชาการและวิชาชีพ เพื่อสร้างสังคมอัจฉริยะที่โครงสร้างปลอดภัยต่อไปอีกด้วย
“แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ยังไม่ใช่แผ่นดินไหวตัวสุดท้ายและตัวใหญ่สุดที่ประเทศไทยจะเผชิญ อนาคตข้างหน้าประเทศไทยยังคงต้องประสบกับแผ่นดินไหวได้อีก ซึ่งอาจจะใหญ่กว่าที่เราเคยเจอมา เพียงแต่กำหนดเวลาแน่ชัดที่จะมาอีกครั้งไม่ได้ ดังนั้นการเตรียมพร้อมรับมืออาคารให้แข็งแรง การมีระบบเตือนภัยที่เหมาะสม การที่ประชาชนตื่นตัวแต่ไม่ตื่นตระหนก จะเป็นทางรอดของประเทศไทยต่อแผ่นดินไหวที่ดีที่สุด” ศ.ดร.อมร กล่าวสรุป

อิหร่าน ประกาศขยายเขตควบคุมใหม่ ช่องแคบฮอร์มุซ ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม 10 เท่า
ขอโทษจากใจ! ปอนด์ Pondonnews ยอมรับผิดปมดรามาคอนเทนต์ จากนี้ให้เครดิตต้นฉบับชัดเจน
น้าเดชแรงได้ใจ! บอก พักโทษ ไม่ใช่ พ้นโทษ เปรียบเทียบเจ็บจนเห็นภาพ
คุมตัวผู้ต้องสงสัย หลังพยานหลักฐานเชื่อมโยง เหตุบึ้ม อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส
ราชทัณฑ์ แจง เคสหนุ่มจีนคลังแสง ชักเกร็งหมดสติคาเรือนจำ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี