วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ในยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ “คุณภาพชีวิตในบ้าน” มากขึ้น การพัฒนาเครื่องใช้ภายในบ้านจึงไม่ได้หยุดอยู่ที่ประสิทธิภาพหรือฟังก์ชันพื้นฐานอีกต่อไป แต่ต้องสามารถเชื่อมโยงกับการใช้ชีวิตจริงได้อย่างลงตัว โดยภายในงานสถาปนิก’69 นายสมพล ปรีชาวุฒินันท์ ผู้จัดการทั่วไป บจก.รินไน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า “แนวคิด ‘Heat is Home’ มุ่งเปลี่ยนความร้อนให้เป็นความสะดวกสบายและช่วงเวลาที่มีคุณภาพในบ้าน เราไม่ได้มองเพียงการทำงานของสินค้า แต่ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ที่ผู้ใช้งานได้รับจริงในชีวิตประจำวัน”
ในมุมของการพัฒนาเทคโนโลยี เราให้ความสำคัญทั้งความปลอดภัย การใช้งานที่ง่าย และประสบการณ์ของผู้ใช้ โดยเฉพาะในครัวและเครื่องทำน้ำอุ่น ซึ่งต้องตอบโจทย์การใช้งานจริง และช่วยให้ผู้บริโภคใช้ชีวิตได้สะดวกและมั่นใจมากขึ้น
นายสมพล กล่าวต่อไปว่า ผู้บริโภคในปัจจุบันให้ความสำคัญกับ “คุณค่า” หลังการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการช่วยลดเวลาในการทำอาหาร เพื่อเพิ่มช่วงเวลาร่วมกันของครอบครัว หรือการใช้น้ำอุ่นที่ช่วยให้เกิดความผ่อนคลาย ส่งผลให้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้องตอบโจทย์ทั้งด้านประสิทธิภาพและประสบการณ์ในการใช้งานควบคู่กัน
สำหรับบทบาทของ “ครัว” ในบ้านยุคใหม่ ได้เปลี่ยนจากพื้นที่ใช้งานเฉพาะกิจ ไปสู่พื้นที่ที่สะท้อนวิถีชีวิตของผู้อยู่อาศัยมากขึ้น รินไนจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีที่คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ควบคู่กับความสะดวกในการใช้งาน โดยเฉพาะระบบ Si Sensor ที่ถูกติดตั้งในเตาแก๊ส ซึ่งสามารถตรวจจับอุณหภูมิและควบคุมการทำงานโดยอัตโนมัติ เพื่อลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุในครัวเรือน และสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้งาน
นอกจากนี้ รินไนยังนำองค์ความรู้จากหลากหลายประเทศมาปรับใช้กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับแต่ละตลาด โดยในประเทศไทย บริษัทได้นำเทคโนโลยี Ultra Fine Bubbles (UFB) จากญี่ปุ่นมาประยุกต์ใช้กับเครื่องทำน้ำอุ่น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำความสะอาด และตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคในภูมิภาค ซึ่งการเข้าร่วมงานสถาปนิก’69 ในครั้งนี้ บริษัทมุ่งเน้นการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนแนวคิดการพัฒนาอย่างครบมิติ ทั้งด้านความปลอดภัย การใช้งานที่ง่าย และการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ในครัวที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน
ในด้านแนวโน้มตลาด “Smart Kitchen” แม้จะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากการนำเทคโนโลยี IoT มาใช้งาน แต่รินไนมองว่าความอัจฉริยะต้องสามารถตอบโจทย์การใช้งานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยบริษัทมีแผนพัฒนาเทคโนโลยีที่รองรับการทำงานแบบอัตโนมัติ เช่น ระบบควบคุมการปรุงอาหารผ่านแอปพลิเคชัน รวมถึงอุปกรณ์เสริมที่ช่วยลดขั้นตอนในการทำอาหารและคงคุณค่าทางโภชนาการ นอกเหนือจากฟังก์ชันการใช้งาน ยังให้ความสำคัญกับการสร้าง “ประสบการณ์เชิงความรู้สึก” ผ่านการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค ทั้งในด้านดีไซน์ที่ทันสมัย และความสะดวกในการใช้งาน ซึ่งช่วยเสริมความพึงพอใจและความภูมิใจในการเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์
ทั้งนี้ แนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของรินไนยังคงยึดหลักสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ ความปลอดภัย การใช้งานที่สะดวก และการสร้างประสบการณ์ที่ดี ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายในการยกระดับบ้านให้เป็นพื้นที่ที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้ชีวิตและการพักผ่อน โดยจะเดินหน้านวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับบทบาทของเทคโนโลยีความร้อนให้เป็นมากกว่าพลังงาน และเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความสะดวกสบายและความอบอุ่นในบ้านยุคใหม่อย่างแท้จริง

ทภ.2 แจงปมทหารเขมรรัวปืน 11 นัด แนวชายแดนโอร์เสม็ด คาดฝีมือทหารขาดวินัย
'มิลลิ' ออกโรงขอโทษ ปมกดไลก์ 'มายด์-พาย' ยันไม่สนับสนุนความรุนแรง
รัสเซีย รู้ทัน ทรัมป์ แฉยับวางแผนคุมตลาดพลังงานโลก จ้องฮุบเส้นทางขนส่งทั้งหมด
อนุทิน เปิดทำเนียบฯ ถก CEO ยักษ์ใหญ่ ศุกร์นี้! ผุดเวที ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง ปรับทิศทางเศรษฐกิจไทย
ใครว่า Gen Z ไม่อึด? ดู 2 หนุ่มปราจีนฯ ลุยงานหนักยันเช้า อาสาช่วยวาดกำแพงพ่อหลวงด้วยใจ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี