วันเสาร์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569
เมื่อภาระของผู้หญิง ครอบครัว และวิกฤตพลังงานเชื่อมโยงกัน ทางออกอาจเริ่มจากการหยุดเดินทางเพียงสัปดาห์ละหนึ่งวัน ในฐานะที่ดิฉันทำงานเป็นที่ปรึกษาองค์กร มีโอกาสได้พูดคุย รับฟัง และทำงานร่วมกับพนักงานจำนวนมาก โดยเฉพาะ “ผู้หญิงวัยทำงาน” ซึ่งวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงแรงงานสำคัญขององค์กร แต่ยังเป็นเสาหลักของครอบครัวไปพร้อมกัน สิ่งที่ได้ยินซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ใช่เพียงเรื่องงาน หากแต่เป็น “ความเหนื่อยล้าของชีวิต” ผู้หญิงจำนวนมากต้องเริ่มต้นวันตั้งแต่เช้ามืด เตรียมอาหาร ดูแลลูก ก่อนออกจากบ้านไปเผชิญการจราจรอันหนาแน่น เพื่อไปส่งลูกที่โรงเรียน แล้วจึงเร่งเดินทางต่อไปทำงานให้ทันเวลา ชีวิตในแต่ละวันเต็มไปด้วยความเร่งรีบ และความกดดันที่แทบไม่มีช่วงพัก เหนือสิ่งอื่นใด คือความกังวลที่ไม่ได้พูดออกมาง่าย ๆ คือ ความกังวลเรื่องค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะค่าน้ำมัน ความกังวลเรื่องสุขภาพของลูก ที่ต้องเติบโตท่ามกลางอากาศที่เต็มไปด้วยฝุ่น PM2.5 และความกังวลของการเป็น “ผู้ดูแลทุกอย่าง” ทั้งบ้านและงานไปพร้อมกัน
มีแม่หลายคนเล่าให้ฟังว่า ทั้งตัวเขาและลูกของเขากลายเป็นภูมิแพ้เรื้อรัง ไอ จาม หายใจไม่สะดวก บางคนต้องพบแพทย์เป็นประจำ แต่ก็ยังไม่สามารถหายขาดได้ คำถามที่ตามมาจึงไม่ใช่เพียง “จะรักษาอย่างไร” แต่คือ “เราจะใช้ชีวิตแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน” หากมองให้ลึกลงไป ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้แยกออกจากกัน แต่เชื่อมโยงกันอย่างซับซ้อน การเดินทางที่ต้องใช้รถทุกวัน ทำให้เกิดต้นทุนค่าน้ำมัน การใช้รถจำนวนมาก นำไปสู่ปัญหาสิ่งแวดล้อมและฝุ่น PM2.5 ซึ่งกระทบต่อสุขภาพของคนในครอบครัว และทั้งหมดนี้ย้อนกลับมากดดันเศรษฐกิจครัวเรือน โดยเฉพาะผู้หญิงซึ่งมักเป็น “ผู้จัดการชีวิต” ของบ้าน
ในขณะเดียวกัน ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายระดับโครงสร้าง ทั้งวิกฤตพลังงาน ราคาน้ำมันที่ผันผวน และปัญหาคุณภาพอากาศในเมืองใหญ่ ขณะที่เรายังต้องการส่งเสริมประเทศให้เป็น “จุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวโลก” แต่หากอากาศของเรายังติดอันดับไม่ปลอดภัย คำถามคือ—เราจะเชิญชวนใครให้มาเยือนได้อย่างภาคภูมิใจ
จากอีกบทบาทหนึ่งที่ได้ร่วมทำงานในคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบข้าราชการของสำนักงาน ก.พ. ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่หลายองค์กรจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานอย่างฉับพลัน สิ่งที่หลายฝ่ายกังวลในขณะนั้น คือการทำงานจากที่บ้าน หรือ Work from Home จะทำให้ประสิทธิภาพลดลง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับตรงกันข้าม ในหลายหน่วยงาน “ผลิตภาพไม่ได้ลดลง และในบางกรณียังเพิ่มขึ้น” ประสบการณ์นี้ทำให้เห็นว่า รูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อประสิทธิภาพเสมอไป หากได้รับการออกแบบและบริหารจัดการอย่างเหมาะสม จึงนำไปสู่คำถามสำคัญว่า เราจำเป็นต้องใช้ชีวิตในรูปแบบเดิม—เดินทางไปทำงานและไปโรงเรียน 5 วันเต็มทุกสัปดาห์—จริงหรือไม่
จึงอยากเสนอแนวคิดหนึ่ง ซึ่งอาจดูเรียบง่าย แต่มีศักยภาพในการสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม นั่นคือ การกำหนด “วันอยู่บ้านร่วมกัน” สัปดาห์ละ 1 วัน โดยให้ภาครัฐและภาคเอกชนร่วมมือกันกำหนดให้พนักงาน Work from Home และให้นักเรียนระดับโรงเรียน Study from Home ในวันเดียวกัน เพียงแค่ลดการเดินทางจาก 5 วัน เหลือ 4 วันต่อสัปดาห์ อาจช่วยลดการใช้น้ำมันลงได้ในระดับ 10–20% ซึ่งหมายถึง ค่าใช้จ่ายของครัวเรือนที่ลดลง การลดภาระการนำเข้าน้ำมันของประเทศ และการลดภาระงบประมาณในการอุดหนุนพลังงาน
แต่สิ่งที่มีคุณค่าไม่แพ้ตัวเลขเหล่านี้ คือ “คุณภาพชีวิต” หนึ่งวันของการอยู่บ้าน คือวันที่พ่อแม่ไม่ต้องแข่งกับเวลา เด็ก ๆ ได้เรียนรู้จากบ้านอย่างผ่อนคลายมากขึ้น คือวันที่ครอบครัวได้กลับมาใช้เวลาร่วมกันอย่างแท้จริง สำหรับผู้หญิงซึ่งต้องบริหารทั้งบทบาทการทำงานและบทบาทในครอบครัว นโยบายเช่นนี้อาจช่วยลดภาระที่มองไม่เห็น ลดความเครียดและเพิ่มพื้นที่ของความสุขในชีวิต ประจำ วัน ในมิติของสิ่งแวดล้อม การลดจำนวนรถบนถนนสัปดาห์ละหนึ่งวัน ย่อมส่งผลโดยตรงต่อการลดมลพิษทางอากาศ และในมิติของสังคม คือคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของครอบครัว คือรากฐานของสังคมที่เข้มแข็งในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอนี้ไม่ได้มุ่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแบบถาวรในทันที แต่ควรเริ่มจาก “การทดลอง” เป็นระยะเวลา 3 เดือนโดยมีการ ติดตามและประเมินผลอย่างรอบด้าน ได้แก่ ปริมาณการใช้น้ำมัน คุณภาพอากาศ ประสิทธิภาพการทำงาน ผลลัพธ์ทางการศึกษาและ คุณภาพชีวิตของครอบครัว รวมทั้งผลกระทบต่อผู้ประกอบการรายย่อย เช่น ร้านค้าและผู้ค้าบริเวณโรงเรียน เพื่อให้สามารถปรับมาตรการรองรับได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ แต่ละจังหวัดสามารถเลือกวันที่สอดคล้องกับบริบทของตนเอง เพื่อให้การดำเนินนโยบายมีความยืดหยุ่นและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
บางครั้ง การแก้ปัญหาระดับประเทศ อาจไม่ได้เริ่มจากนโยบายที่ซับซ้อนหรือใช้งบประมาณมหาศาลแต่อาจเริ่มจากการตั้งคำถามง่าย ๆ ว่าเราจะทำอย่างไรให้ “ชีวิตของผู้หญิงและครอบครัวไทยดีขึ้น” เพราะเมื่อผู้หญิงซึ่งเป็นหัวใจของครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลูกหลานก็เติบโตอย่างมีคุณภาพ ครอบครัวมีความเข้มแข็ง และสุดท้าย สังคมและประเทศก็จะเติบโตอย่างยั่งยืน และบางทีการเปลี่ยนแปลงนั้นอาจเริ่มต้นจาก “หนึ่งวันเล็ก ๆ” ที่เราทุกคนเลือกจะอยู่บ้านพร้อมกัน
รองศาสตราจารย์ ดร. ศิริยุพา รุ่งเริงสุข
ที่ปรึกษาบริหาร รพ. บำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล

จากคำรับสั่งในวันวิกฤต 'ฉันอยากไปช่วยให้เข้าใจ' สู่ 'เพื่อนพึ่ง (ภาฯ)' เคียงข้างคนไทยยามยาก
DSI รับ 8 คดีกักตุนน้ำมัน จ่อออกหมายเรียกครั้งที่ 2 บิ๊กผู้ค้าน้ำมัน เบี้ยวรับข้อหา
พรุ่งนี้! น้ำมันปรับลดราคา ดีเซลลงแรง 1 บาท-เบนซินลด 80 สตางค์
เดือดทะลุโซเชียล ทรัมป์เปิดศึกฉะ อิหร่าน คำแถลงอ่อนแอน่าสมเพช จี้หยุดพฤติกรรมด่วน
กทม. เตรียมพร้อม อำนวยความสะดวกปชช. ถวายน้ำสรงพระศพและเฝ้าฯส่งเสด็จฯ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี