กรณีโครงการ TH-AI Passport หรือโครงการขับเคลื่อนและพัฒนาทักษะปัญญาประดิษฐ์ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐก้จและสังคม (ดีอี) นับเป็นกรณีศึกษาสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงข้อถกเถียงเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐภายใต้หลักเกณฑ์ Price Performance หรือ “ประสิทธิภาพต่อราคา” ซึ่งกำลังถูกสังคมและหน่วยงานตรวจสอบให้ความสนใจอย่างกว้างขวาง
ทั้งนี้สาระสำคัญของประเด็นไม่ได้อยู่เพียงที่วงเงินงบประมาณขนาดใหญ่ แต่ยังรวมถึงคำถามเชิงนโยบายและความคุ้มค่าของการใช้จ่ายเงินแผ่นดิน ว่าโครงการดังกล่าวสามารถสร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชนได้อย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้หรือไม่
อย่างไรก็ตามในทางปฏิบัติ การจัดซื้อจัดจ้างด้วยเกณฑ์ Price Performance มักให้น้ำหนักด้านประสิทธิภาพหรือคุณภาพของข้อเสนอสูงกว่าด้านราคา ส่งผลให้ผู้เสนอราคามีแรงจูงใจในการเพิ่มคุณลักษณะ ระบบ สิทธิประโยชน์ หรือปริมาณบริการให้มากกว่าข้อกำหนดขั้นต่ำใน TOR เพื่อเพิ่มคะแนนด้านเทคนิค แทนที่จะแข่งขันกันด้วยการลดราคาอย่างมีนัยสำคัญ
ตัวอย่างที่ควรนำมาพิจารณา คือกรณีการเชื่อมโยงแพลตฟอร์มต่างๆที่ใน TOR อาจกำหนดขั้นต่ำไว้ 8 ระบบ แต่ผู้เสนอราคาสามารถเสนอการเชื่อมโยงได้มากกว่า 8 ระบบหลายเท่า ไม่ว่าจะเป็น 20, 30 หรือแม้แต่ 100 ระบบก็ตาม ประเด็นที่ควรถามคือ ราคากลางที่กำหนดไว้นั้นสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงของการเชื่อมโยงเพียง 8 ระบบ หรือในความเป็นจริงราคาดังกล่าวสามารถรองรับการเชื่อมโยงได้มากกว่านั้นอยู่แล้ว หากเป็นเช่นนั้นก็ย่อมเกิดข้อสงสัยว่าการกำหนดราคากลางอาจสูงกว่าระดับที่ควรจะเป็นหรือไม่
ในทำนองเดียวกัน หาก TOR กำหนดให้ระบบรองรับผู้ใช้งานพร้อมกันได้ 500,000 คนต่อชั่วโมง แต่ผู้เสนอราคาสามารถเสนอศักยภาพที่รองรับได้ 1 ล้าน 5 ล้าน หรือมากกว่านั้น ก็จำเป็นต้องพิจารณาว่าตัวเลข 500,000 คนที่ใช้เป็นฐานในการกำหนดราคากลางนั้นมีที่มาจากการวิเคราะห์ต้นทุนและความต้องการใช้งานอย่างรอบด้านหรือไม่ เพราะในทางเทคนิค ระบบเดียวกันอาจรองรับผู้ใช้งานได้มากกว่าหลายเท่าโดยไม่ได้เพิ่มต้นทุนในสัดส่วนเดียวกัน หากเป็นเช่นนั้น ราคาที่กำหนดสำหรับการรองรับ 500,000 คนอาจแท้จริงแล้วครอบคลุมศักยภาพระดับ 10 หรือ 20 ล้านคนอยู่แล้วก็เป็นได้
คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า…ภาครัฐได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเชิงลึกเกี่ยวกับต้นทุนและศักยภาพของเทคโนโลยีเหล่านี้มากน้อยเพียงใด หรือเป็นเพียงการขอใบเสนอราคาจากภาคเอกชนแล้วนำมาใช้เป็นฐานในการกำหนดราคากลางโดยไม่ได้วิเคราะห์เปรียบเทียบอย่างละเอียด การประเมินความคุ้มค่าจึงไม่ควรพิจารณาเฉพาะสิ่งที่ผู้เสนอราคาเสนอเพิ่ม แต่ต้องพิจารณาด้วยว่าสิ่งที่ถูกกำหนดเป็นฐานในการคำนวณราคากลางนั้นสอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริงหรือไม่
อีกประเด็นหนึ่งที่ควรได้รับการเปิดเผยและตรวจสอบเพิ่มเติม คือรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดหา AI Version Pro หรือบริการ AI เชิงพาณิชย์ที่นำมาใช้ในโครงการ ว่าภาครัฐได้ทำสัญญาในลักษณะใดกับภาคเอกชน มีค่าใช้จ่ายจริงเกิดขึ้นเท่าใด หรือมีข้อตกลงในรูปแบบ MOU ความร่วมมือเพื่อส่งเสริมการใช้งานที่ทำให้ได้รับสิทธิใช้งานโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายหรือได้รับการสนับสนุนเป็นกรณีพิเศษหรือไม่ ประเด็นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะหากมีการได้รับสิทธิหรือบริการโดยไม่มีต้นทุนจริง แต่กลับถูกนำมาคำนวณเป็นมูลค่าในโครงการ ก็อาจก่อให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความเหมาะสมของการใช้งบประมาณภาครัฐได้
ท้ายที่สุด ไม่ว่าผลการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะออกมาในทิศทางใด กรณี TH-AI Passport ได้สะท้อนบทเรียนสำคัญว่า การใช้เกณฑ์ Price Performance จำเป็นต้องควบคู่ไปกับการประเมินความจำเป็น ความคุ้มค่า ผลสัมฤทธิ์ และผลประโยชน์สาธารณะที่ประชาชนจะได้รับอย่างแท้จริง เพราะเป้าหมายสูงสุดของการใช้งบประมาณแผ่นดินมิใช่เพียงการจัดหาสิ่งที่ “มากกว่า” แต่ต้องเป็นสิ่งที่ “เหมาะสม คุ้มค่า และตอบโจทย์ประเทศ” มากที่สุดด้วย

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี