วันจันทร์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2569
กรณีโครงการ TH-AI Passport หรือโครงการขับเคลื่อนและพัฒนาทักษะปัญญาประดิษฐ์ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐก้จและสังคม (ดีอี) นับเป็นกรณีศึกษาสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงข้อถกเถียงเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐภายใต้หลักเกณฑ์ Price Performance หรือ “ประสิทธิภาพต่อราคา” ซึ่งกำลังถูกสังคมและหน่วยงานตรวจสอบให้ความสนใจอย่างกว้างขวาง
ทั้งนี้สาระสำคัญของประเด็นไม่ได้อยู่เพียงที่วงเงินงบประมาณขนาดใหญ่ แต่ยังรวมถึงคำถามเชิงนโยบายและความคุ้มค่าของการใช้จ่ายเงินแผ่นดิน ว่าโครงการดังกล่าวสามารถสร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชนได้อย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้หรือไม่
อย่างไรก็ตามในทางปฏิบัติ การจัดซื้อจัดจ้างด้วยเกณฑ์ Price Performance มักให้น้ำหนักด้านประสิทธิภาพหรือคุณภาพของข้อเสนอสูงกว่าด้านราคา ส่งผลให้ผู้เสนอราคามีแรงจูงใจในการเพิ่มคุณลักษณะ ระบบ สิทธิประโยชน์ หรือปริมาณบริการให้มากกว่าข้อกำหนดขั้นต่ำใน TOR เพื่อเพิ่มคะแนนด้านเทคนิค แทนที่จะแข่งขันกันด้วยการลดราคาอย่างมีนัยสำคัญ
ตัวอย่างที่ควรนำมาพิจารณา คือกรณีการเชื่อมโยงแพลตฟอร์มต่างๆที่ใน TOR อาจกำหนดขั้นต่ำไว้ 8 ระบบ แต่ผู้เสนอราคาสามารถเสนอการเชื่อมโยงได้มากกว่า 8 ระบบหลายเท่า ไม่ว่าจะเป็น 20, 30 หรือแม้แต่ 100 ระบบก็ตาม ประเด็นที่ควรถามคือ ราคากลางที่กำหนดไว้นั้นสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงของการเชื่อมโยงเพียง 8 ระบบ หรือในความเป็นจริงราคาดังกล่าวสามารถรองรับการเชื่อมโยงได้มากกว่านั้นอยู่แล้ว หากเป็นเช่นนั้นก็ย่อมเกิดข้อสงสัยว่าการกำหนดราคากลางอาจสูงกว่าระดับที่ควรจะเป็นหรือไม่
ในทำนองเดียวกัน หาก TOR กำหนดให้ระบบรองรับผู้ใช้งานพร้อมกันได้ 500,000 คนต่อชั่วโมง แต่ผู้เสนอราคาสามารถเสนอศักยภาพที่รองรับได้ 1 ล้าน 5 ล้าน หรือมากกว่านั้น ก็จำเป็นต้องพิจารณาว่าตัวเลข 500,000 คนที่ใช้เป็นฐานในการกำหนดราคากลางนั้นมีที่มาจากการวิเคราะห์ต้นทุนและความต้องการใช้งานอย่างรอบด้านหรือไม่ เพราะในทางเทคนิค ระบบเดียวกันอาจรองรับผู้ใช้งานได้มากกว่าหลายเท่าโดยไม่ได้เพิ่มต้นทุนในสัดส่วนเดียวกัน หากเป็นเช่นนั้น ราคาที่กำหนดสำหรับการรองรับ 500,000 คนอาจแท้จริงแล้วครอบคลุมศักยภาพระดับ 10 หรือ 20 ล้านคนอยู่แล้วก็เป็นได้
คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า…ภาครัฐได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเชิงลึกเกี่ยวกับต้นทุนและศักยภาพของเทคโนโลยีเหล่านี้มากน้อยเพียงใด หรือเป็นเพียงการขอใบเสนอราคาจากภาคเอกชนแล้วนำมาใช้เป็นฐานในการกำหนดราคากลางโดยไม่ได้วิเคราะห์เปรียบเทียบอย่างละเอียด การประเมินความคุ้มค่าจึงไม่ควรพิจารณาเฉพาะสิ่งที่ผู้เสนอราคาเสนอเพิ่ม แต่ต้องพิจารณาด้วยว่าสิ่งที่ถูกกำหนดเป็นฐานในการคำนวณราคากลางนั้นสอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริงหรือไม่
อีกประเด็นหนึ่งที่ควรได้รับการเปิดเผยและตรวจสอบเพิ่มเติม คือรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดหา AI Version Pro หรือบริการ AI เชิงพาณิชย์ที่นำมาใช้ในโครงการ ว่าภาครัฐได้ทำสัญญาในลักษณะใดกับภาคเอกชน มีค่าใช้จ่ายจริงเกิดขึ้นเท่าใด หรือมีข้อตกลงในรูปแบบ MOU ความร่วมมือเพื่อส่งเสริมการใช้งานที่ทำให้ได้รับสิทธิใช้งานโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายหรือได้รับการสนับสนุนเป็นกรณีพิเศษหรือไม่ ประเด็นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะหากมีการได้รับสิทธิหรือบริการโดยไม่มีต้นทุนจริง แต่กลับถูกนำมาคำนวณเป็นมูลค่าในโครงการ ก็อาจก่อให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความเหมาะสมของการใช้งบประมาณภาครัฐได้
ท้ายที่สุด ไม่ว่าผลการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะออกมาในทิศทางใด กรณี TH-AI Passport ได้สะท้อนบทเรียนสำคัญว่า การใช้เกณฑ์ Price Performance จำเป็นต้องควบคู่ไปกับการประเมินความจำเป็น ความคุ้มค่า ผลสัมฤทธิ์ และผลประโยชน์สาธารณะที่ประชาชนจะได้รับอย่างแท้จริง เพราะเป้าหมายสูงสุดของการใช้งบประมาณแผ่นดินมิใช่เพียงการจัดหาสิ่งที่ “มากกว่า” แต่ต้องเป็นสิ่งที่ “เหมาะสม คุ้มค่า และตอบโจทย์ประเทศ” มากที่สุดด้วย

พบแล้ว! รถกระบะถูกขโมยที่ยะลา กอ.รมน.ภาค 4 สน. ขอบคุณประชาชนช่วยชี้เบาะแส
ชัชชาติ แจงสภา กทม. จัดงบปี 70 วงเงิน 9.3 หมื่นล้าน ยึดหลักงบสมดุล แม้แบกภาระหนี้ BTS แต่ยังคุมวินัยการคลัง
สีหศักดิ์ ย้ำชัด! รายงานแอนดรูว์ส ไม่ใช่รายงานของ UN ซัดกัมพูชาหยิบมาโจมตี ทำไทยเสียหาย
เปิดกลไกเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน รอบใหม่บ่ายวันนี้ เชื่อต่อยอดจาก MOU เมื่อเดือนมิ.ย.
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นักกีฬาขี่ม้าทีมชาติไทย ทรงทดสอบสมรรถภาพ เตรียมสู้ศึกเอเชียนเกมส์ 2026

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี