วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
เครือข่ายทันตบุคลากรไทยเพื่อการควบคุมยาสูบและบุหรี่ไฟฟ้า ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และภาคีเครือข่ายสุขภาพ จัดงาน “Zero Smoke No Vape : โชว์พลังเยาวชน - ทันตบุคลากรสร้างสังคมปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า” เพื่อรณรงค์สร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กและเยาวชนไทยรู้เท่าทันภัยบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์นิโคตินรูปแบบใหม่ พร้อมส่งเสริมบทบาททันตบุคลากรในการช่วยผู้ป่วยเลิกบุหรี่ในคลินิกทันตกรรมทั่วประเทศ เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก ปี 2569
รศ.ทพญ.ดร. ศิริวิมล ศรีสวัสดิ์ นายกทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์บุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและเยาวชนไทยยังน่าเป็นห่วงอย่างมาก โดยเฉพาะการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้ง่ายผ่านช่องทางออนไลน์และสื่อสังคมดิจิทัล ขณะเดียวกันผลิตภัณฑ์นิโคตินก็มีการพัฒนารูปแบบใหม่ให้ดูคล้ายของเล่น ขนม หรืออุปกรณ์การเรียน เพื่อดึงดูดเด็กและเยาวชนให้ทดลองใช้โดยไม่ตระหนักถึงอันตราย
“ข้อมูลทางทันตแพทยศาสตร์พบว่า บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าส่งผลกระทบต่อสุขภาพช่องปากอย่างชัดเจน ทั้งการเพิ่มความเสี่ยงโรคปริทันต์อักเสบ การสูญเสียฟันก่อนวัย ภาวะเลือดออกตามไรฟัน การเสียสมดุลจุลินทรีย์ในช่องปาก รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งช่องปาก นอกจากนี้นิโคตินยังมีผลต่อสมอง หัวใจ และระบบหลอดเลือด โดยเฉพาะในเด็กและวัยรุ่นซึ่งสมองยังพัฒนาไม่สมบูรณ์”
ด้าน นางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า บุหรี่ไฟฟ้าถือเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อเด็กและเยาวชนในยุคปัจจุบัน เนื่องจากธุรกิจบุหรี่ไฟฟ้ามีกลยุทธ์การตลาดที่มุ่งเป้ากลุ่มเยาวชน ทั้งการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีสีสัน กลิ่น และรูปลักษณ์น่าสนใจ รวมถึงการใช้สื่อออนไลน์สร้างค่านิยมที่คลาดเคลื่อน เช่น ความเชื่อว่าบุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยหรือช่วยเลิกบุหรี่ได้
“สพฐ. จึงร่วมมือกับเครือข่ายทันตบุคลากรและภาคีด้านสุขภาพ ขับเคลื่อนมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษา ผ่านการสร้างองค์ความรู้ การพัฒนาสื่อสร้างสรรค์ การเฝ้าระวังในโรงเรียน และการสนับสนุนกิจกรรมที่ส่งเสริมทักษะการปฏิเสธบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กนักเรียนทั่วประเทศ”
ขณะที่ ทันตแพทย์ สุธา เจียรมณีโชติชัย ประธานแผนงานย่อยทันตบุคลากรต้านภัยยาสูบชุดที่ 2 กล่าวว่า การป้องกันนักสูบหน้าใหม่ยังเป็นภารกิจสำคัญของทันตบุคลากรไทย เนื่องจากอายุของผู้เริ่มสูบบุหรี่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง การสร้างทักษะชีวิตและทักษะการปฏิเสธในเด็กจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง พร้อมกันนี้ ยังได้ขับเคลื่อนโครงการช่วยผู้ป่วยเลิกบุหรี่ในคลินิกทันตกรรมควบคู่กับการป้องกันนักสูบหน้าใหม่ในโรงเรียน โดยมุ่งหวังให้ทันตบุคลากรเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสุขภาพช่องปากที่ดี และลดปัจจัยเสี่ยงจากบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าในประชาชนทุกช่วงวัย
“ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา โครงการได้ดำเนินงานครอบคลุมพื้นที่ 20 จังหวัด ใน 12 เขตสุขภาพ และโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขจำนวน 111 แห่ง มีการคัดกรองผู้ป่วยรวม 525,013 คน พบผู้สูบบุหรี่ 29,114 คน และสามารถชักชวนเข้าสู่กระบวนการช่วยเลิกบุหรี่ได้ 5,681 คน โดยจากความร่วมมือของทันตบุคลากรและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน สามารถช่วยให้ผู้ป่วยเลิกบุหรี่ได้สำเร็จ 782 คน คิดเป็นร้อยละ 13.77 สะท้อนบทบาทสำคัญของคลินิกทันตกรรมในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของประชาชน”
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการบรรยายพิเศษหัวข้อ “บุหรี่ไฟฟ้า/นิโคตินรูปแบบใหม่ สู่ยาเสพติด” โดย ผศ.ดร.ศรีรัช ลาภใหญ่ ซึ่งกล่าวเตือนถึงการแพร่ระบาดของผลิตภัณฑ์นิโคตินยุคใหม่ ที่เปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์และวิธีการใช้ไปอย่างรวดเร็วอย่าง nicotine pouch หรือ “นิโคตินแบบซอง” ที่ใช้นิโคตินสังเคราะห์แบบผง ผ่านการดูดซึมทางเหงือกโดยวิธีการเหน็บในช่องปาก หรือ “พอดจมูก” ที่ใช้วิธีการสูดไอระเหยทางจมูกแทน รวมไปถึงบุหรี่ไฟฟ้าผสมยาเสพติด อย่าง “พอดเค” “พอดซอมบี้” ที่ใช้การเสพยาเสพติดหลากประเภทผ่านบุหรี่ไฟฟ้า พร้อมเน้นย้ำให้ครอบครัว สถานศึกษา และหน่วยงานรัฐร่วมเฝ้าระวังและควบคุมอย่างเข้มงวด เพื่อปกป้องเยาวชนจากภัยนิโคตินรูปแบบใหม่ในยุคดิจิทัล
เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี