Logo วันศุกร์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2569
คลิกเข้าชมเว็บไซต์แนวหน้าใหม่!!
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / ที่นี่แนวหน้า
ที่นี่แนวหน้า

ที่นี่แนวหน้า

วิภาวดี หลักสี่
วันเสาร์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 02.00 น.
การศึกษาไทยปัญหามากมายรอให้แก้

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

สัปดาห์นี้ “ที่นี่แนวหน้า” ขอนำเรื่องราวจากงานเสวนา “ชวนพรรคร่วมคิด พลิกห้องเรียน เปลี่ยนไทยทันโลก”ซึ่งจัดโดยสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(TDRI) ร่วมกับภาคีเพื่อการศึกษาไทย (TEP)มาบอกเล่าแก่ทุกท่าน เนื่องด้วยเหลืออีกเพียงไม่กี่เดือนก็จะถึงวันเลือกตั้งแล้ว เชื่อว่าหลายองค์กรคงจะเชิญตัวแทนพรรคการเมืองไปแสดงวิสัยทัศน์ว่าจะขับเคลื่อนประเด็นต่างๆ เพื่อทำให้สังคมไทยดีขึ้นได้อย่างไร รวมถึงเวทีนี้ด้วยเช่นกัน

ภายในงานเปิดประเด็นโดย สมเกียรติตั้งกิจวานิชย์ ประธาน TDRI แบ่งปัญหาออกเป็นในระดับช่วงชั้นต่างๆ ได้แก่ 1.ปฐมวัย (ก่อนประถมศึกษา) รัฐบาลไทยลงทุนกับเด็กปฐมวัยน้อยเกินไปทั้งที่มีงานวิจัย เช่น ศ.เจมส์ เฮ็คแมน (Prof.James Heckman)นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล ศึกษาพบว่า “การลงทุนในเด็กเล็กมีผลตอบแทนสูงที่สุด เฉลี่ยร้อยละ 7-8ต่อปี” เพราะทักษะที่ถูกขัดเกลาตั้งแต่เล็กๆ จะติดตัวไปตลอดชั่วชีวิตของคนคนนั้น


“เป้าหมายอย่างแรกคือลงทุนในพ่อแม่ วิธีหนึ่งที่ภาคสังคมทำได้และถ้าภาคการเมืองสนับสนุนด้วยก็จะไปได้ไกล ก็คือการทำโรงเรียนพ่อแม่ ให้พ่อแม่ได้รู้วิธีและมีทัศนคติที่ดีขึ้นในการดูแลบุตรหลานของตนเอง เรื่องที่สองคือลงทุนครูในศูนย์เด็กเล็กให้มีมาตรฐานสูงขึ้น หมายถึงมีทักษะที่จำเป็น ลงทุนสื่อการเรียนการสอนและของเล่น อย่างที่สามคือลงทุนในศูนย์เด็กเล็กที่ยังมีไม่มากพอ และที่มีคุณภาพก็ยังไม่น่าพอใจ”

ประการต่อมา 2.การศึกษาขั้นพื้นฐาน (ตั้งแต่ ป.1 – ม.3 รวมถึงสายสามัญ ม.4 – ม.6) ปัญหาของช่วงชั้นนี้ไม่เกี่ยวกับงบประมาณ “ประเทศไทยนั้นใช้จ่ายงบด้านการศึกษาลงไปกับการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นสัดส่วนสูงมาก แต่อยู่ที่การบริหารจัดการ” เช่น สารพัดการประเมินที่ทำให้ครูไม่มีเวลาอยู่ในห้องเรียน ดังที่มีข้อค้นพบว่า ใน 1 ปีการศึกษาที่มีจำนวน 200 วันนั้นครูเสียเวลา 84 วัน ไปกับภารกิจอื่นๆ ที่ไม่ใช่การสอนหรือการเตรียมการสอน

ขณะที่โรงเรียนนั้นไม่มีอิสระในการบริหาร ต้องทำตามส่วนกลางอย่างเคร่งครัดไป เช่น เมื่อระบุว่างบประมาณซื้อตำราก็ต้องซื้อตำราเท่านั้น ไม่สามารถนำไปสนับสนุนงานด้านอื่นๆ ของโรงเรียนได้เพราะจะผิดระเบียบราชการ แม้ว่าในเวลานั้นตำราเรียนที่มีก็ยังพร้อมใช้งานอยู่ไม่จำเป็นต้องซื้อเลยก็ตาม ทางออกคือต้องกระจายอำนาจซึ่งทำได้หลายรูปแบบ อาทิ ทำโรงเรียนที่พร้อมให้เป็นนิติบุคคลดูแลตัวเอง หรือโอนย้ายไปขึ้นกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) หรือเน้นการให้งบใช้จ่ายทั่วไปที่ยืดหยุ่นกว่างบเจาะจง

3.อาชีวศึกษา (ปวช. - ปวส.) แม้รัฐบาลจะบอกว่าอยากให้อาชีวศึกษามีเกียรติมีศักดิ์ศรี แต่ก็พบว่า“สื่อการเรียนการสอนมักอยู่ในสภาพเก่าล้าสมัยไม่สอดคล้องกับภาคการผลิตจริง” ปัญหาคือรัฐบาลไทยลงทุนฝั่งอาชีวศึกษาน้อยเกินไป แต่มีทางออกที่เหมาะสมคือ “ต้องส่งเสริมให้สถาบันอาชีวศึกษาต่างๆ จับมือกับสถานประกอบการจัดการเรียนการสอนแบบทวิภาคีให้มากขึ้น” เรียนทฤษฎีในห้องเรียนแล้วไปฝึกปฏิบัติในที่ทำงานจริง

“ถ้าจะให้อาชีวะไทยเท่าสิงคโปร์ TDRI เคยวิจัยแล้วพบว่าต้องลงทุนเพิ่มปีละ 4 หมื่นล้านบาท เป็นเงินมหาศาล อาจจะทำได้ไม่พร้อมกันทั้งประเทศ อาจจะเริ่มทำเป็นบางแห่งก่อน ที่สำคัญคือต้องทำให้อาชีวะทวิภาคีแพร่หลาย วิธีหนึ่งคือตั้งสภาอาชีวะทวิภาคีที่มีกรรมการจากรัฐและเอกชน แต่ให้เอกชน เช่น สภาหอการค้าสภาอุตสาหกรรม นำแล้วให้หน่วยงานรัฐหนุนเสริม เข้าไปช่วยจัดงบประมาณ”

ประการที่ 4.ระดับอุดมศึกษา (มหาวิทยาลัย) และการเรียนรู้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างหลังนั้นจะมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงเร็วและมนุษย์มีอายุขัยยืนยาวขึ้น หากไปดูเพื่อนบ้านอาเซียนอย่างสิงคโปร์ มีหลักสูตรให้ประชาชนเรียนรู้ต่อเรื่อง 24,000 หลักสูตร ส่วนไทยมีเพียง 3,000 หลักสูตร นอกจากนี้สำหรับประเทศไทยยังไม่เอื้อต่อการที่คนวัยทำงานจะไปเรียน

ยังไม่นับว่าจำนวนมากเน้นเพียงทักษะพื้นฐานที่มีแนวโน้มถูกทดแทนด้วยเทคโนโลยี ซึ่งสิงคโปร์นั้นมีการลงทุนแจกคูปองคนละ 500 เหรียญสิงคโปร์ให้ประชาชนนำไปแลกคอร์สเรียนสิ่งต่างๆ ที่แต่ละคนอยากรู้ ส่วนมหาวิทยาลัยไทยก็ต้องมีความเป็นอิสระมากขึ้น การควบคุมมากเกินไป ดังล่าสุดกรณีกรรมการสภามหาวิทยาลัยต้องเปิดเผยทรัพย์สินนั้นอาจทำให้สูญเสียบุคลากรที่มีศักยภาพไป

ส่วนในช่วงให้ตัวแทนพรรคการเมืองแสดงความคิดเห็นนั้น หลายพรรคจะเห็นไปในทิศทางเดียวกันคือ 1.กระจายอำนาจ ให้โรงเรียนมีอิสระในการบริหาร เช่น กรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ยกตัวอย่างการทดลองกับโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.พิษณุโลก นำครูชาวฟิลิปปินส์เข้าไปสอนภาษาอังกฤษตั้งแต่อนุบาล 1 พบว่าหลายปีผ่านไปพัฒนาการของเด็กทั้งโรงเรียนด้านภาษาอังกฤษดีขึ้น ซึ่งปัจจัยมาจากการเรียนแบบเน้นสื่อสารจริงๆ แต่ครูภาษาอังกฤษชาวไทยนั้นทักษะยังไม่ดีเท่าที่ควร

เช่นเดียวกับ เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ตัวแทนจากพรรครวมพลังประชาชาติไทย ที่ยกตัวอย่างโรงเรียนในพื้นที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี มีการทดลองนำฝรั่งตะวันตกเข้าไปสอนภาษาอังกฤษในโรงเรียน ก็พบว่าเด็กในโรงเรียนใช้ภาษาอังกฤษได้ดีขึ้น ฉะนั้นต้องกระจายอำนาจด้านการจัดการศึกษา เพราะที่ผ่านมาปัญหาเกิดจากกระทรวงศึกษาธิการมีอำนาจสั่งการโรงเรียนมากเกินไป

รวมทั้ง คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ที่ยกตัวอย่าง บ้านสามขา จ.ลำปาง ซึ่งโรงเรียนและชุมชนพยายามค้นหาความรู้ที่จะทำให้ผู้คนมีอาชีพที่มั่นคง ไม่ต้องออกไปหางานทำในเมืองแล้วทิ้งคนชราไว้อยู่ลำพัง เช่น การเก็บรักษาเห็ดป่าที่ชาวบ้านเข้าไปหามาได้ทำอย่างไรจะเก็บได้นาน หรือจะทำอย่างไรให้จำนวนเห็ดพอเพียงกับทุกครอบครัว

กับ 2.การทำให้กระทรวงศึกษาธิการปลอดการเมือง เรื่องนี้ เอนก จากพรรครวมพลังประชาชาติไทย และ กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ที่เสนอแนะว่ากระทรวงศึกษาธิการไม่ควรอยู่ในเงื่อนไขโควตาทางการเมือง คนที่มาเป็นรัฐมนตรีต้องเป็นผู้เข้าใจงานด้านการศึกษา และมีเวลาทำงานอย่างต่อเนื่องอย่าเป็นแบบที่ผ่านมาที่ 20 ปี มีรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการถึง 21 คน

นอกจากนี้ยังมีความเห็นในประเด็นอื่นๆ เช่นสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มองว่าการศึกษาไม่ใช่งานของกระทรวงศึกษาธิการฝ่ายเดียวต้องรวมเป็นกลุ่มกระทรวงที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงแรงงาน พะโยม ชิณวงศ์ ตัวแทนจากพรรคภูมิใจไทย ที่เป็นห่วงการศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัยสำหรับคนวัยทำงาน เพราะไม่ค่อยถูกพูดถึงหากเทียบกับการศึกษาในระบบ และ กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ ตัวแทนจากพรรคอนาคตใหม่ เห็นว่าต้องแก้ไขวัฒนธรรมบางอย่างที่เป็นอุปสรรคต่อการสร้างคนที่สามารถคิดวิเคราะห์และคิดสร้างสรรค์

ทั้งหมดนี้คือปัญหาและข้อเสนอจากพรรคการเมืองต่างๆ ซึ่งไม่ว่าพรรคไหนจะได้รับการเลือกตั้ง ประชาชนก็อย่าลืมไปทวงถามติดตามด้วยแล้วกัน!!!

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:21 น. อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
22:05 น. ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
21:10 น. กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
20:40 น. อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
20:31 น. ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.
ดูทั้งหมด
ดูทั้งหมด
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

ข่าวดีสายกู้! จ่ายค่าน้ำ-ไฟ 'ตรงเวลา' ช่วยเพิ่มโอกาสกู้เงินธนาคาร

เตือนภัยด่วน! ระวัง 'แสตมป์เมา' แฝงร่างลายการ์ตูน พุ่งเป้าหลอกเด็กและเยาวชน

มท.4 ลั่นไม่จบแค่ตัดสิทธิ์ ส่ง 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น ให้ 5 หน่วยงาน ลุยสอบต่อ-ดำเนินคดี

ผิดจริง ไล่ออกแล้ว! สิทธิโชติ เผยปม เจ้าหน้าที่ กกต.รับเงิน แต่ไม่สอบสจ.คนสนิทสส. ชี้หลักฐานไม่ถึง

  • Breaking News
  • อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
  • ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569 ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
  • กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
  • อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์ อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
  • ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย. ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

อ.ต.ก.ปลื้ม! ‘อ.ต.ก.แฟร์ 4 ภาค @ภาคกลาง’ ปชช.ร่วมอุดหนุนสินค้าสร้างรายได้ให้เกษตรกร

อ.ต.ก.ปลื้ม! ‘อ.ต.ก.แฟร์ 4 ภาค @ภาคกลาง’ ปชช.ร่วมอุดหนุนสินค้าสร้างรายได้ให้เกษตรกร

8 ส.ค. 2569

เปิดตัว “COOP Financial Center” ก้าวใหม่สหกรณ์ไทย ยกระดับข้อมูล สู่การบริหารจัดการยุคดิจิทัล

เปิดตัว “COOP Financial Center” ก้าวใหม่สหกรณ์ไทย ยกระดับข้อมูล สู่การบริหารจัดการยุคดิจิทัล

25 ก.ค. 2569

‘Coding Thailand 2026’ ปั้นกำลังคนดิจิทัลสู่อนาคต

‘Coding Thailand 2026’ ปั้นกำลังคนดิจิทัลสู่อนาคต

18 ก.ค. 2569

​ร่นระยะเวลา ‘ผ่าตัด-รักษา’ ‘แผ่นปิดกะโหลกศีรษะไทเทเนียม’ นวัตกรรมผลิตโดยฝีมือคนไทย

​ร่นระยะเวลา ‘ผ่าตัด-รักษา’ ‘แผ่นปิดกะโหลกศีรษะไทเทเนียม’ นวัตกรรมผลิตโดยฝีมือคนไทย

11 ก.ค. 2569

ถอดรหัส ‘ระเบียง-กันสาดตึกเก่า’ เปิดมาตรการเชิงรุกสกัดหายนะใจกลางเมือง

ถอดรหัส ‘ระเบียง-กันสาดตึกเก่า’ เปิดมาตรการเชิงรุกสกัดหายนะใจกลางเมือง

4 ก.ค. 2569

​เปิดฉาก! ‘SITE 2026’ ปลุกพลังสตาร์ทอัพไทย ดันนวัตกรรมสู่เวทีโลก

​เปิดฉาก! ‘SITE 2026’ ปลุกพลังสตาร์ทอัพไทย ดันนวัตกรรมสู่เวทีโลก

27 มิ.ย. 2569

AI ระดับโลกแจกใช้ฟรี ภาครัฐไทยควรทบทวน การใช้งบประมาณด้านเทคโนโลยีหรือไม่?

AI ระดับโลกแจกใช้ฟรี ภาครัฐไทยควรทบทวน การใช้งบประมาณด้านเทคโนโลยีหรือไม่?

20 มิ.ย. 2569

หนึ่งวันของการอยู่บ้าน : ทางออกเล็กๆ ที่เปลี่ยนอนาคตครอบครัวไทยและประเทศไทย

หนึ่งวันของการอยู่บ้าน : ทางออกเล็กๆ ที่เปลี่ยนอนาคตครอบครัวไทยและประเทศไทย

13 มิ.ย. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved