วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
เมื่อช่วงเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2562 ที่ผ่านมา “ที่นี่แนวหน้า” มีโอกาสไปร่วมสังเกตการณ์การหารือร่วมกันระหว่างฝ่ายประชาชนกับฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ ณ สน.ศาลาแดง เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร (กทม.) กรณีพื้นที่ “ถนนเลียบคลองทวีวัฒนา” ถูกห้ามไม่ให้
ยานพาหนะบรรทุกถังน้ำ รวมถึงบรรทุกคนเข้าไปเพื่อเล่นสาดน้ำในเทศกาลสงกรานต์ ขณะที่บนทางเท้าก็ถูกห้ามตั้งเต็นท์ ถังน้ำหรือเครื่องสูบน้ำ และห้ามขายสินค้าในช่วงสงกรานต์ มาตั้งแต่ปี 2560 ซึ่งฝ่ายประชาชนนั้นไม่เห็นด้วย เนื่องจากบริเวณนั้นมีการเล่นสาดน้ำกันมาไม่ต่ำกว่า 20 ปี
บทสรุปในการหารือ..ฝ่ายประชาชนยังคงต้องอดเล่นสาดน้ำวันสงกรานต์ในพื้นที่ของตนเป็นปีที่ 3 เพราะแม้ตำรวจจะไม่ได้ห้ามเล่นสาดน้ำโดยตรง แต่ด้วย “ข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรในเขตกรุงเทพมหานครว่าด้วยการห้ามรถทุกชนิดหรือบางชนิดเดิน ห้ามหยุดหรือจอด กำหนดให้รถเดินได้ทางเดียว และกำหนดระเบียบการใช้ทาง ในถนนบางสาย ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2562” ซึ่งออกโดย กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) นั้นมีถนนเลียบคลองทวีวัฒนาอยู่ด้วย ตำรวจท้องที่จึงต้องทำตามหน้าที่ ไม่อาจผ่อนผันได้
เรื่องนี้ในมุมหนึ่ง “เข้าใจและเห็นใจเจ้าหน้าที่” เนื่องด้วย “ตำรวจท้องที่ไม่มีอำนาจตัดสินใจหรืออนุญาตโดยตรง จึงไม่สามารถรับคำร้องขอของฝ่ายประชาชนไว้ได้” แม้ฝ่ายประชาชนจะมีการเตรียมแผนรับสมัครจิตอาสาในพื้นที่ร่วมดูแลการจราจรและความสงบเรียบร้อยกับฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐกันมาอย่างดีแล้วก็ตาม (ส่วนทางเขตทวีวัฒนานั้นไม่มีตัวแทนเข้าร่วมประชุม ทั้งที่ฝ่ายประชาชนได้ประชาสัมพันธ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว)
แม้เทศกาลสงกรานต์จะผ่านพ้นไป แต่สำหรับประชาชนหลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ เชื่อว่าหลายคนยัง “คาใจ” กับมาตรการ “ห้ามยานพาหนะบรรทุกถังน้ำและบรรทุกคนเพื่อการเล่นสงกรานต์” เข้าถนนสายต่างๆ ในระดับที่ “แทบจะทุกจุดของเมืองหลวง” เพราะเป็นที่ทราบกันว่า “สงกรานต์ท้ายรถกระบะอยู่คู่สังคมไทยมานาน” ดังนั้น แม้ไม่ห้ามเล่นสาดน้ำโดยตรง แต่การห้ามยานพาหนะบรรทุกถังน้ำก็ทำให้บรรยากาศดู “กร่อย” ไปโดยปริยาย
ที่ต้องเน้นว่า “เป็นเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ” เพราะหากย้อนไปเมื่อ 2 เม.ย. 2562 ที่ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ระบุว่า “ตำรวจไม่ห้ามประชาชนเล่นน้ำสงกรานต์ท้ายรถกระบะ แต่ต้องดูความเหมาะสมไม่สุ่มเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ” จึงสรุปได้ว่า “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ที่ดูแลความสงบเรียบร้อยในภาพรวมทั่วประเทศ ไม่ได้ห้ามประชาชนใช้รถกระบะเล่นสงกรานต์” เป็นเพียงมาตรการที่ออกโดย บช.น. อันเป็นหน่วยงานตำรวจที่มีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยในเมืองหลวงเท่านั้น

เรื่องนี้ได้รับการยืนยันโดยภาพจากสื่อมวลชนทุกแขนง เพราะ “ตลอด 3 วัน 13-15 เม.ย. 2562 ทั่วทั้งประเทศไทย ไม่ว่าเหนือ กลาง อีสาน (ตะวันออกเฉียงเหนือ) ใต้ ภาคไหนๆ จังหวัดใดๆ ประชาชนก็ใช้รถกระบะออกมาเล่นสาดน้ำอย่างสนุกสนาน” จนเกิดคำประชดประชัน “สงสัย กทม. ไม่ได้อยู่ในประเทศไทย จึงไม่ให้เล่นสงกรานต์ท้ายรถกระบะ” ประชาชนไม่น้อยใช้ช่องทางออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์มาตรการของ บช.น. ในเชิงไม่เห็นด้วย
ไม่เพียงเท่านั้น “ยังมีความพยายามแจ้งพิกัดสถานที่ที่ทางการไม่ห้ามใช้ยานพาหนะบรรทุกน้ำเพื่อการเล่นสงกรานต์” ในหลายจุดที่อยู่นอกเขต กทม.“บางจุดแม้ไม่ปรากฏในฐานข้อมูลแผนที่ของ GoogleMaps แต่ประชาชนโดยเฉพาะวัยรุ่นคนหนุ่มสาวก็ช่วยกันบอกทางแบบปากต่อปาก (หรือตัวอักษรต่อตัวอักษร) เพื่อชักชวนให้ไปสนุกสนานกัน” โดยให้เหตุผลว่าเพราะที่บ้านของตนเองไม่มีการเล่นสาดน้ำด้วยข้อห้ามข้างต้น
ที่ต้องขอใช้พื้นที่คอลัมน์สัปดาห์นี้เขียนถึงเรื่องการห้ามเล่นสงกรานต์ท้ายรถกระบะในพื้นที่ กทม. ก็เพราะ 1.มีเสียงจากผู้คนไม่น้อยที่เกิด เติบโต ทำงานและมีครอบครัว ในชุมชนที่เคยมีการเล่นสาดน้ำวันสงกรานต์มาหลายสิบปี บางคนบ่นว่า “สงสารลูกๆ หลานๆ ไม่รู้มันจะไปเล่นที่ไหน เพราะบรรยากาศหน้าบ้านนั้นเงียบเหงา” จากมาตรการห้ามรถบรรทุกถังน้ำเข้าพื้นที่
2.หรือต่อไปคนเมืองหลวงต้องเสียเงินเพื่อเล่นสาดน้ำวันสงกรานต์? เรื่องนี้เป็นข้อสังเกตจากการพูดคุยกับบรรดา “คนขับแท็กซี่” ในช่วง 2-3 ปีล่าสุด หลายคนบอกว่า “สงกรานต์กลางวันหาลูกค้าจากห้างส่วนกลางคืนหาจากร้านเหล้า” นั่นเพราะเมื่อบนถนนถูกห้าม คนที่ต้องการเล่นสาดน้ำก็จะต้องไปร่วมกิจกรรมที่ทางห้างสรรพสินค้าหรือสถานบันเทิงยามราตรีจัดขึ้น “กลายเป็นเอื้อทุนใหญ่ไปอีก” ต่างจากสงกรานต์บนท้องถนนตามชุมชน ที่พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยจะมาขายสินค้าทั้งอาหารและอุปกรณ์เล่นสาดน้ำ เป็นการกระจายรายได้ให้คนระดับฐานราก
อนึ่ง..ยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน นั่นคือ “การเล่นน้ำท้ายรถกระบะเป็นประเพณีผิดเพี้ยนที่เพิ่งเกิดขึ้น” ทั้งที่ในความเป็นจริง “คนไทยใช้ยานพาหนะเล่นสาดน้ำวันสงกรานต์มาไม่ต่ำกว่ากึ่งศตวรรษ” ซึ่งท่านผู้อ่านสามารถค้นหาคำว่า “ภาพเก่าสงกรานต์เชียงใหม่” ได้จากอินเตอร์เนต ก็จะพบภาพงานสงกรานต์ที่ จ.เชียงใหม่ มีผู้ใช้รถบรรทุกบ้าง รถซาเล้งบ้าง บรรทุกถังหรือโอ่งตระเวนสาดน้ำไปตามท้องถนน เช่นเดียวกับคลิป “สงกรานต์ลำปาง พ.ศ.250x” ที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ยูทูบ (Youtube) โดยคุณ Nantawat Kittiwarakul ก็มีภาพอย่างเดียวกัน
ดังนั้นขอให้เข้าใจตรงกันก่อนว่า “การใช้ยานพาหนะบรรทุกถังน้ำตระเวนเล่นสงกรานต์มีมานานแล้ว” จากนั้นค่อยมาถกเถียงกันต่อ “แล้วยุคนี้ยังควรมีต่อไปหรือไม่?โดยเฉพาะใน กทม.” ซึ่งประชาชนคนเมืองหลวงคงต้องยกขึ้นมาพูดคุยกันอย่างจริงจังตั้งแต่วันนี้ เพื่อนำเสนอหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องไม่ว่า บช.น. รวมถึง กทม. หรือแม้แต่ต่อรัฐบาล ก่อนที่เทศกาลสงกรานต์ในปีถัดไปจะเวียนมาถึง!!!

ยุไอซ์อย่าถอย! เพิ่มสิทธิ์ต่างด้าว นั่งบอร์ดประกันสังคม
ปชน.บุกน่าน ศิริกัญญา ขอประชาชนกาส้มทั้งสองใบเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง
แห่ฟังล้นเวที! จูรี ปราศรัยใหญ่ เมืองคอน ขอโทษประชาชนแทนปชป.ในอดีต
ธนาธรเดือด! ซัด กกต.ทำงานพลาด กระทบพรรคประชาชน ลั่นงานนี้ต้องมีคนติดคุก
ชื่นชอบ หลั่งน้ำตา ลั่นยอมชนปลวกพลังงานคืนเงินแสนล้านให้ประชาชน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี