วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569
กรณีปรับรื้อ แก้ไขทีโออาร์ประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม “กลางอากาศ”
โครงการมูลค่ากว่า 1.2 แสนล้านบาท!
แม้จะล้มเลิกการประมูลดังกล่าวไปแล้ว แต่ดูเหมือนเรื่องจะไม่จบเท่านั้น
เพราะการกระทำดังกล่าวถือว่า “สำเร็จไปแล้ว”
รายงานข่าวล่าสุด ระบุว่า อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พันตำรวจโทกรวัชร์ ปานประภากร ได้เห็นชอบส่งเรื่องต่อให้ ป.ป.ช. พิจารณาความผิดเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคำร้องของนายศรีสุวรรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เรียบร้อยแล้ว
เนื่องจากคณะทำงานเห็นว่า เป็นเหตุกรณีที่เกิดขึ้นกับโครงการรถไฟฟ้าสีส้ม เป็นผลสืบเนื่องจากการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ จึงส่งเรื่องต่อให้ป.ป.ช. ดำเนินการไต่สวนสอบสวนต่อไป
1.กรณีรถไฟฟ้าสายสีส้ม ภายหลังคณะกรรมการคัดเลือก ตามมาตรา 36 รฟม. รื้อแก้ไขทีโออาร์การประมูลโครงการ จนนำไปสู่การฟ้องร้องเอาผิดในหลายทาง
1.1 บริษัทเอกชนที่เป็นผู้เสียหาย ได้ยื่นฟ้องร้องต่อศาลปราบโกง เพื่อเอาผิดทางอาญาเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องหลายราย
ศาลอาญาคดีทุจริตฯ นัดฟังคำสั่ง 5 พ.ค.นี้
1.2 สส.พรรคฝ่ายค้านยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กรณีมีหนังสือส่งไปยังหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงคมนาคม ให้ส่งร่าง TOR ของการประมูลโครงการต่างๆ ให้ตรวจสอบก่อน และเมื่อประมูลเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก่อนลงนามในสัญญาจะต้องแจ้งให้รัฐมนตรีรับทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป โดยข้อสั่งการของนายศักดิ์สยามดังกล่าว ฝ่ายค้านระบุว่า แสดงให้เห็นถึงการแทรกแซงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างกระทำการนอกเหนือจากที่ พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐฯกำหนดไว้ ทำให้ทราบข้อมูลภายในเกี่ยวกับกำหนดคุณลักษณะเฉพาะของงานก่อนที่จะดำเนินการก่อสร้าง อาจเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการที่เป็นพวกพ้องของตน และยังทำให้ข้าราชการในสังกัดไม่กล้าที่จะกำหนดคุณลักษณะเฉพาะของงานให้แตกต่างเป็นอย่างอื่น การกระทำดังกล่าวส่อเป็นความผิดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 186 ว่าด้วยการขัดกันแห่งผลประโยชน์ และความผิดตาม พ.ร.บ.การเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 (พ.ร.บ.ฮั้ว)
1.3 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยยังได้ร้องเรียนต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่าคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม มีมติเห็นชอบเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขเอกสารประกวดราคาใหม่(TOR) เป็นการกระทำไม่ชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงน่าเชื่อว่าจะมีการกีดกันการเสนอราคา อันอาจเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542
ในส่วนนี้ กองคดีความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ดำเนินการสืบสวนมาอย่างต่อเนื่อง
ทั้งการสอบข้อมูลจากผู้ร้อง หรือนายศรีสุวรรณ จรรยา
ทั้งการให้ถ้อยคำในรายละเอียดที่เกี่ยวกับความผิดปกติในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขเอกสารประกวดราคาใหม่ (TOR) ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ในเรื่องหลักเกณฑ์การพิจารณาผู้ชนะการประมูลที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายและมติคณะรัฐมนตรีจากผู้บริหาร BTSC
และยังเชิญนายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการ รฟม. และผู้เกี่ยวข้อง มาให้ถ้อยคำในรายละเอียดที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขเอกสารประกวดราคาใหม่ (TOR) โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม และในประเด็นต่างๆ ตามที่
คณะพนักงานสืบสวนต้องการทราบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมด้วย
กระทั่ง ล่าสุด อธิบดีดีเอสไอได้ส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.
2.นายศรีสุวรรณ จรรยา เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความผิดของพนักงานเจ้าหน้าที่ในองค์กรของรัฐ ซึ่งองค์กรที่มีหน้าที่โดยตรง คือ ป.ป.ช. แต่การที่ตนตัดสินใจไปร้องดีเอสไอ เนื่องจากว่าเป็นกรณีที่มีความสลับซับซ้อนของเนื้อหาแห่งคดี แต่เมื่อดีเอสไอรวบรวมพยานหลักฐานแล้ว มีมติเห็นว่ากรณีดังกล่าวน่าจะอยู่ในขอบเขตอำนาจของป.ป.ช. ตนก็ไม่ติดใจ เพราะ ป.ป.ช. ก็เป็นหน่วยอิสระที่มีขอบเขต อำนาจ ทำหน้าที่โดยตรง
แต่ประเด็นสำคัญเมื่อเรื่องไปถึง ป.ป.ช. แล้วอยากให้ได้ดำเนินการไต่สวนและวินิจฉัยโดยเร็ว เพื่อสร้างบรรทัดฐานที่ดีในเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่อาจส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อประโยชน์ของสาธารณชนและประโยชน์ของประเทศชาติ อันเนื่องมาจากวิธีการที่อาจจะส่อไปในทางที่ตุกติก ในเรื่องของการใช้ดุลพินิจหรือการใช้อำนาจ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการพัฒนาประเทศ
“อยากจะฝากไปถึง คณะกรรมการคัดเลือก ตามมาตรา 36 และผู้บริหาร รฟม. ผมคิดว่าในยุคสมัย หรือในยุค พ.ศ.นี้ เป็นยุคของข้อมูลข่าวสาร เป็นยุคของการติดตามตรวจสอบการใช้อำนาจของประชาชนอย่างเข้มงวด รฟม.เองก็เป็นรัฐวิสาหกิจที่เป็นหน่วยงานหนึ่งของรัฐ รวมทั้งคณะกรรมการตามมาตรา 36 เองก็ประกอบด้วย พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นตัวแทนจากหน่วยงานรัฐทั้งสิ้น ดังนั้นการใช้อำนาจ การใช้ดุลพินิจใด ก็แล้วแต่ต้องยึดถือผลประโยชน์ของชาติผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก อย่าไปยึดถือผลประโยชน์ของนักการเมือง หรือพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งเป็นการเฉพาะ มิฉะนั้น ท่านทั้งหลายเหล่านี้อาจจะต้องถูกฟ้องร้องเป็นคดี หรือถูกหน่วยงานอิสระอย่าง ป.ป.ช. วินิจฉัย หากการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิด ซึ่งเป็นผลร้ายหรือเป็นผลเสียต่อตัวเอง...ขณะที่ในส่วนของรัฐบาล โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี ส่วนตัวคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ และเป็นเรื่องที่รับรู้ของสาธารณชนค่อนข้างกว้างขวาง ท่านนายกฯไม่ควรปล่อยให้เป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรี เจ้ากระทรวงทำงานไปแต่เพียงฝ่ายเดียว หากเกิดความเสียหายเกิดขึ้น จะส่งผลกระทบต่อท่านนายกฯ,ครม. และประเทศชาติ ซึ่งนายกฯต้องลงมาดู ไม่ใช่ล้วงลูก แต่ต้องลงมาดูอย่างใกล้ชิด ไม่ปล่อยให้รัฐมนตรีหรือนักการเมืองเข้าไปดำเนินการจนก่อให้เกิดผลเสียต่อประเทศชาติในเรื่องดังกล่าว...” – นายศรีสุวรรณกล่าว
3.กรณีโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มที่เป็นประเด็นปัญหากันนี้ คือ เส้นทางเชื่อมกรุงเทพฯ ฝั่งธนบุรีกับฝั่งพระนคร จากย่านบางขุนนนท์ ฝั่งธนบุรี ผ่าน รพ.ศิริราช ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา ข้ามเข้าสู่ฝั่งพระนคร โดยผ่านใต้ดินเกาะรัตนโกสินทร์จากนั้นไปทางตะวันออก ผ่านย่านมหาวิทยาลัยรามคำแหง (หัวหมาก-บางกะปิ) จนไปสุดสายที่ ถ.สุวินทวงศ์ ย่านมีนบุรี รวมระยะทาง 35.9 กิโลเมตร
จะมีเส้นทางอุโมงค์ลอดใต้ดิน 27 กิโลเมตร และยกระดับ 8.9 กิโลเมตร
การที่มีเรื่องร้องเรียนรุงรังขนาดนี้ สะท้อนว่า ต้องมีอะไรบางอย่างไม่ปกติ
เพราะไม่ใช่แค่นักการเมืองเท่านั้น ยังมีเสียงทักท้วงจากองค์การต่อต้านการคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)
แม้แต่คนในแวดวงเอกชน ภาคประชาสังคมที่ทำงานเกี่ยวกับธรรมาภิบาล ยังแสดงท่าทีที่ชัดเจนถึงความกังขาการเปลี่ยนเงื่อนไขหลักเกณฑ์การให้คะแนนกลางอากาศอย่างที่เกิดขึ้นนั้น โดยคุณวรวรรณ ธาราภูมิ ถึงขนาดเขียนบทความไว้ก่อนหน้านี้ว่า “รถไฟฟ้าสายสีส้ม เอกชนซื้อซอง TOR แล้ว รัฐเปลี่ยนเงื่อนไขได้ด้วยหรือ?”
บางตอนระบุว่า
“...ที่ประหลาดคือแม้จะมีคำสั่งศาลปกครองกลาง มีเสียงทักท้วงจากองค์การต่อต้านการคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) และพี่ศรีสุวรรณ ให้คณะกรรมการคัดเลือกฯ กลับไปใช้หลักเกณฑ์เดิม แต่ รฟม.ก็ยังคงเดินหน้าอุทธรณ์ต่อโดยหวังว่าจะสามารถใช้หลักเกณฑ์ใหม่ได้ จึงน่าสงสัยว่ามีความพยายามเอื้อประโยชน์แก่เอกชนบางรายหรือไม่ การเดินหน้าไปในหนทางที่ไม่น่าจะชอบธรรมโดยไม่สนใจกฎ กติกา มารยาท และความถูกต้องชอบธรรมแบบนี้ มันจะไหวไหม
กรณีเปลี่ยน TOR แบบนี้ ไม่ว่า รฟม. จะออกมาประชาสัมพันธ์ไปในประเด็นอื่นอย่างไร ก็ไม่พ้นเป็นที่สงสัยแก่สาธารณชนว่าท่านน่าจะเอื้อประโยชน์แก่เอกชนบางราย
ใครจะรับผิดชอบ เรื่องอย่างนี้ ไม่เฉพาะ รฟม. กับคณะกรรมการคัดเลือก ที่จะต้องรับผิดชอบ เอกชนที่ขอให้เปลี่ยนเงื่อนไขโดยส่งหนังสือไปถึงสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ให้พิจารณาปรับปรุงการประเมินข้อเสนอเพื่อหาผู้ชนะการคัดเลือกของโครงการก็ต้องรับผิดชอบด้วย
ข้าพเจ้าไม่อยากให้มีบริษัทที่ได้ชื่อว่าไร้ความสามารถจนต้องเอาเปรียบคนอื่นอย่างไม่เป็นธรรม หรือใช้กลโกง ไร้ธรรมาภิบาล เพราะจะทำให้บริษัทนั้นๆ เข้าเกณฑ์ปฏิบัติ “ระงับลงทุน” (Negative List Guideline) สำหรับ
ผู้ลงทุนสถาบันอย่าง กบข. กองทุนรวม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ฯลฯ ที่กำหนดไว้เพื่อยกระดับการลงทุนของประเทศไทยสู่การลงทุนอย่างรับผิดชอบ
การที่ใครจะชนะไม่ใช่เรื่องใหญ่หากทุกคนทำตามกติกา แข่งขันกันอย่างเป็นธรรม
แต่ถ้าชัยชนะได้มาด้วยกลโกง หรือด้วยการซื้อตัว มันก็เป็นเรื่องอัปยศ
และมันคงจะอัปยศอย่างยิ่ง หากเรื่องแก้ไข TOR กลางอากาศแบบนี้เกิดขึ้นในรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ได้ชื่อว่าเป็นรัฐบาลที่ซื่อตรงและไม่คอร์รัปชั่น
งานนี้ไม่ต้องถามหาใบเสร็จ เพราะการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข TOR หลังจากที่มีการปิดการขายซองประมูลไปแล้ว ก็คือใบเสร็จนั่นเอง
หากเรื่องนี้ไม่ได้รับการพิจารณาและปฏิบัติอย่างถูกต้อง และเป็นธรรม เราจะอยู่ในประเทศนี้อย่างสงบสุขได้อย่างไร … มันคงยากที่คนดีๆ ที่ให้ความร่วมมือแก่ส่วนรวม และหวังจะได้รับความยุติธรรม จะทำใจได้”
4.สุดท้าย แม้จะล้มเลิกการประมูลนั้นไปแล้ว และกำลังเริ่มต้นใหม่ โดยพยายามจะใช้หลักเกณฑ์อันใหม่ ตามที่เคยแก้ไขกลางอากาศนั่นเอง
งานนี้ เชื่อว่า สังคมที่ไม่ทนต่อความอุกอาจ จะไม่ปล่อยเรื่องนี้แน่นอน
สารส้ม

LABANOON อินกระแสบอล เปลี่ยนโปรไฟล์เอาใจช่วยอาร์เซนอลปลุกกระแสเพลง ยาม
สมชัย สู้กลับ! จ่อหอบคำพิพากษาศาล บุก กกต. เอาผิด กม.เลือกตั้ง หนึ่งในพยานคดีบาร์โค้ด
เคลียร์ชัดปมปลาตายแม่ฮ่องสอน ผลแล็บชี้ไม่พบสารเคมีเกษตร แต่เจอแบคทีเรียอื้อ
เอิง นิศามาศ พรรคส้ม ประกาศถอนตัวลงสมัครนายกเมืองพัทยา
สมมงตัวแม่ ม้า อรนภา นั่งแท่นกรรมการคัดเลือกนักศึกษา สถาบันพระปกเกล้า

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี