Logo วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / กวนน้ำให้ใส
กวนน้ำให้ใส

กวนน้ำให้ใส

สารส้ม
วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.
เอาแค่รอดจากวิกฤติเฉพาะหน้า หรือประเทศไทยจะต้องเติบโตกว่านี้ ?

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

ข่าวว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาจะการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 5 แสนล้านบาทรวมถึงจะขยายเพดานสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีหรือไม่? เพื่อรับมือวิกฤตพลังงานโลกจากสงครามในตะวันออกกลาง

1. ล่าสุด เมื่อวานนี้ (22 เมษายน 2569) รมว.คลัง เอกนิติ เปิดเผยถึงผลการประชุมพิจารณาทบทวนวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณปี 2570 ร่วมกับ 4 หน่วยงานเศรษฐกิจ ที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม


นักข่าวถามว่า มีการหารือถึงการปรับเพดานหนี้สาธารณะจาก 70% เป็น 75%หรือไม่?

รมว.คลังตอบว่า “ยัง อาจจะยังไม่ได้มีการขยาย ยังเป็น 70% เท่าเดิม”

2. สรุปว่า ขณะนี้ มี 2 ประเด็น ได้แก่

หนึ่ง จะขยายเพดานหนี้สาธารณะหรือไม่? ล่าสุด รมว.คลังเผยว่า อาจจะยังไม่ขยาย

สอง จะออก พ.ร.ก.กู้เงินฯ หรือไม่? ล่าสุด ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา

3. ประเทศไทยมีเครดิตด้านเศรษฐกิจดี

บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ Moody’s ได้ปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Outlook)

จากระดับ “เชิงลบ (Negative Outlook)” เป็นระดับ “มีเสถียรภาพ (Stable Outlook)”

และคงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Sovereign Credit Rating) ที่ Baa1

โดยการปรับมุมมองในครั้งนี้ สะท้อนถึงการปรับดีขึ้นของสมดุลความเสี่ยง (Balance of Risks) ต่อเศรษฐกิจไทย และความเชื่อมั่นต่อทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของประเทศ

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รมว.คลัง ชี้ว่า “การปรับมุมมองความน่าเชื่อถือในครั้งนี้สะท้อนว่า พื้นฐานเศรษฐกิจและเสถียรภาพของประเทศไทยยังคงแข็งแกร่ง และแนวทางนโยบายที่รัฐบาลดำเนินการอยู่นั้นมาถูกทาง โดยเรามุ่งดูแลเศรษฐกิจและประชาชนในระยะสั้นอย่างมุ่งเป้าควบคู่กับการเร่งสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ในระยะยาว สิ่งสำคัญต่อจากนี้คือการเดินหน้านโยบายอย่างต่อเนื่องและทำให้เกิดผลจริง เพื่อยกระดับศักยภาพการเติบโตและความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว”

ในรายละเอียด Moody’s ได้ชี้แจงเหตุผลและปัจจัยที่สำคัญ ระบุว่า

“1. เสถียรภาพของรัฐบาล ช่วยลดความไม่แน่นอนทางการเมืองที่เคยเป็นปัจจัยลบของเศรษฐกิจไทย และสนับสนุนความต่อเนื่องของนโยบายที่มีแนวทางการปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อสร้างเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจใหม่อย่างชัดเจน

โดยในระยะข้างหน้า หากรัฐบาลสามารถดำเนินการปฏิรูปเชิงโครงสร้างได้ตามแผน อาทิ การปรับปรุงกฎระเบียบให้มีความยืดหยุ่นและเอื้อต่อการประกอบธุรกิจมากขึ้น รวมถึงการเปิดเสรีตลาดพลังงานเพื่อเพิ่มการแข่งขันและส่งเสริมบทบาทของภาคเอกชน จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทย และเอื้อให้ฐานะการคลังทยอยปรับตัวดีขึ้นต่อไป

2. การคลี่คลายของความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะความไม่แน่นอนจากนโยบายการจัดเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ที่ลดลงภายหลังการเจรจา ส่งผลให้อัตราภาษีศุลกากรต่อสินค้าไทยถูกปรับมาอยู่ในระดับใกล้เคียงกับประเทศในภูมิภาค

นอกจากนี้ แม้ว่าวิกฤตราคาพลังงานโลกจะเพิ่มแรงกดดันให้กับเศรษฐกิจไทยและอาจส่งผลต่อภาระหนี้ของรัฐบาล แต่ระดับความเสี่ยงดังกล่าวยังคงอยู่ในกรอบที่เทียบเคียงได้กับกลุ่มประเทศที่มีอันดับความน่าเชื่อถือระดับเดียวกัน (Peers)

3. การลงทุนภาคเอกชนฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนที่เพิ่มขึ้น ควบคู่กับการดำเนินมาตรการสนับสนุนของภาครัฐอย่าง Thailand Fast Pass ซึ่งมีส่วนช่วยให้การลงทุนภาคเอกชนเร่งตัวขึ้นในช่วงไตรมาส 4ของปีที่ผ่านมา

โดยการลงทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างศักยภาพการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว ซึ่งที่ผ่านมาถูกมองเป็นจุดอ่อนของเศรษฐกิจไทย

4. หนี้ภาครัฐบาลต่ออัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (Government Debt to GDP) คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 60 และ 62 ในปีงบประมาณ 2569 และ 2571 ตามลำดับอันเป็นผลจากการดำเนินนโยบายการคลังแบบขาดดุลเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ดี ประเทศไทยยังคงมีความสามารถในการชำระหนี้อยู่ในระดับที่ดี โดยมีตลาดทุนและตลาดตราสารหนี้ในประเทศที่มีความลึก สามารถรองรับการระดมทุนของภาครัฐได้ในทุกวัฏจักรเศรษฐกิจ

อีกทั้งโครงสร้างหนี้ส่วนใหญ่เป็นสกุลเงินบาท และมีอายุเฉลี่ยของหนี้ค่อนข้างยาว ซึ่งเอื้ออำนวยต่อการบริหารจัดการภาระหนี้

ทั้งนี้ สัดส่วนภาระดอกเบี้ยต่อรายได้รัฐบาล (Interest Payment to Government Revenue) คาดว่าจะอยู่ที่ร้อยละ 6 ในปีงบประมาณ 2569 ซึ่งอยู่ในระดับที่ต่ำกว่ากลุ่มประเทศที่มีอันดับความน่าเชื่อถือระดับเดียวกัน

5. ประเทศไทยยังคงมีฐานะการเงินต่างประเทศที่แข็งแกร่ง และมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศในระดับสูง

โดย ณ เดือนมีนาคม 2569 มีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศกว่า 23.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสามารถรองรับการนำเข้าสินค้าและบริการได้มากถึง 7 เดือน

ขณะเดียวกัน สัดส่วนหนี้ที่จะครบกำหนดในระยะสั้นและระยะยาวต่อเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ คาดว่าอยู่ที่ประมาณร้อยละ 45 ถึง 50 ในปี 2569 ซึ่งเป็นระดับที่เพียงพอกับการรองรับความผันผวนจากปัจจัยภายนอก

6.ปัจจัยสำคัญที่ Moody’s จะติดตามสำหรับการพิจารณาการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย ได้แก่ ศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทย เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มประเทศที่มีอันดับความน่าเชื่อถือระดับเดียวกัน ความคืบหน้าของการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ตลอดจนการบริหารจัดการทางการคลังและภาระหนี้ของรัฐบาล

จากผลการประเมินอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยข้างต้น สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นต่อทิศทางการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ใช้มาตรการทางการคลังแบบมุ่งเป้า (Targeted Fiscal Support) เพื่อบรรเทาผลกระทบในระยะสั้น ควบคู่กับการเร่งการลงทุน การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ และการยกระดับผลิตภาพ เพื่อเพิ่มศักยภาพการเติบโตของประเทศในระยะยาว...”

ตอกย้ำว่า สถานะของประเทศไทยในสายตาสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลก ไม่ได้ขี้เหร่เลย แต่มีเครดิตน่าเชื่อถือ และมีแนวโน้มดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ

4. อดีตรมว.คลัง สมหมาย ภาษี หลังจากแสดงความเห็นเสนอแนะให้รัฐบาลขยายเพดานหนี้สาธารณะ และกู้เงินเพื่อนำมาแก้วิกฤต เพิ่มงบประมาณในการลงทุน ดูแลรายได้ของคนในประเทศ รักษาอำนาจซื้อของเศรษฐกิจในประเทศ เพื่อให้ประเทศพลิกไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดี ดีกว่าหลับหูหลับตาลากสังขารที่บอบช้ำของประเทศถูลู่ถูกังต่อไป “...เลิกกลัวผีหนี้จะทะลุเพดานได้แล้ว ตอนนี้ถ้ายังไม่เข้าไปกู้เงินบาทมาให้มากพอที่จะมาใช้ลงทุนและยกระดับรายได้ของคนไทยทั้งชาติให้พ้นระดับที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ลูกหลานของคนไทยก็จะรับกรรมและมีปมด้อยตลอด...”

ล่าสุด คุณสมหมาย ภาษี ยังโพสต์เฟซบุ๊ก Sommai Phasee ตอกย้ำอีกว่า “การกู้เงินโดยการออกพระราชกำหนด 500,000 ล้านบาท ยังไม่พอที่จะแก้วิกฤตของประเทศในช่วง 1 ปีข้างหน้า”

ใจความสำคัญบางตอน ระบุว่า

“...ผมจึงใคร่ขอเข้าไปวิเคราะห์การคลังภาครัฐที่ยอบแยบ ให้เห็นถึงความจำเป็นที่ต้องมีการออกพระราชกำหนดเป็นกรณีพิเศษ เพื่อให้รัฐบาลกู้เงินจำนวนมาก โดยใช้วิธีการออกเป็นพระราชกำหนดโดยมีเหตุผลที่แจงวัตถุประสงค์ได้ และรัฐบาลสามารถทำได้ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ

1. ข้อจำกัดของสถานะการคลังที่ทำให้รัฐบาลต้องยืนหลังพิงกำแพง

สถานการณ์คลังของภาครัฐ ไม่ว่าเพดานหนี้จะกำหนดไว้แค่ไหนก็ตาม ก็ไม่สามารถที่รัฐบาลจะกู้เงินมาใช้ได้ง่ายๆ เพราะประเทศไทยมีกฎหมายควบคุมด้านการคลังไว้รัดกุมมาก นับตั้งแต่กฎหมายพ.ร.บ. วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 พ.ร.บ. การบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม อีกทั้งยังมี พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 อีกด้วย

กฎเหล็กในการควบคุมงบประมาณแผ่นดินก็คือ การก่อหนี้เพื่อกู้เงินมาชดเชยการคลังขาดดุล(Deficit Financing) ในแต่ละปี ที่ได้กำหนดไว้ชัดเจนว่า จะกู้ได้ไม่เกินร้อยละ 20 ของงบประมาณรายจ่าย บวกกับร้อยละ 80 ของงบชำระหนี้เงินต้นของปีงบประมาณนั้น นี่คือเกณฑ์ปกติที่มี 4 ปัจจัยสำคัญ ผูกโยงติดพันกันไป คือรายได้รายจ่าย การขาดดุล และการเติบโตของ GDP....

2. การจัดสรรงบประมาณปี 2570 เพื่อเสริมพลังให้คนไทยสามารถอยู่เหนือระดับน้ำท่วม และให้รัฐบาลมีทางออกในการรักษาความมั่นคง และเพิ่มอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจได้

วิกฤตจากสงครามจนกลายเป็นการกระโดดสูงขึ้นของราคาน้ำมัน และตามมาด้วยอัตราเงินเฟ้อที่จะสูงขึ้นถึง 4–5% แล้วลงเอยด้วยราคาสินค้าและบริการต้องถูกปรับให้สูงขึ้นมากในครั้งนี้ ถ้าจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดก็เหมือนภาวะน้ำท่วมแล้วลดยาก ทำให้สิ่งของทุกอย่างต้องลอยสูงขึ้น แต่ประชาชนที่อยู่ใต้ถุนบ้าน ดำรงชีพพออยู่ได้ไปวันๆหนึ่ง เสมือนคนป่วยอยู่แล้ว ดังนั้น น้ำท่วมครั้งนี้ ถ้าไม่มีใครช่วยและผลักดันให้ไปอยู่ที่ชั้นบนได้ ก็จะตายกันเป็นเบือลูกเดียว

ผมขอเรียนตรงๆ ว่า ถ้าผู้นำของไทยยังวิเคราะห์ผลกระทบจากวิกฤตหนนี้ไม่ออก คิดแต่ประหยัดด้วยงบประมาณที่จำกัด จะอดออมก็ช่วยไม่ได้แล้ว ยิ่งไปกันใหญ่นะครับ

เพราะภาคประชาชนที่มีอำนาจซื้อน้อยอยู่แล้ว จะยิ่งลดน้อยลงไปอีก การลงทุนภาคเอกชนก็มีแต่จะซบเซา ประสิทธิภาพการผลิตที่สู้ชาติอื่นไม่ค่อยได้ก็จะยิ่งทรุดลงไปอีก

ส่วนการส่งออกแม้จะขายเก่งก็ตาม ดีที่สุดแค่ไม่ให้ติดลบ

ส่วนสาขาหลักเรื่องการท่องเที่ยว การพัฒนาโครงสร้างและสาธารณูปการโดยภาครัฐที่จะอำนวยความสะดวกและดีขึ้นก็ไม่ค่อยมี ทำให้ความสามารถในการแข่งขันของไทยเมื่อเทียบกับเวียดนามลดลง

สรุปได้ว่า เครื่องยนต์หลักที่จะทำให้ประเทศมี GDP โตถึง 3% ต่อปี เป็นไปไม่ได้ เพราะเครื่องยนต์ที่ใช้ได้ของประเทศมีเหลืออยู่หนึ่งเครื่อง แค่ภาครัฐเท่านั้น

การกระตุ้นการบริโภคนั้นงัดไม่ขึ้นแล้วครับ ซึ่งก็รู้ๆ กันอยู่ว่าต้องใช้เงินตามงบปีนี้ที่ขาดอยู่ให้เต็มที่ เพื่อใช้ในการช่วยผู้ที่เปราะบางตามนโยบายเดิม รวมทั้งเร่งการลงทุนที่ทำได้เร็ว เพราะรัฐบาลที่ทำงานเป็นไม่ควรทำงานช้า จำเป็นต้องเตรียมเงินให้พอใช้สำหรับงบปีนี้ นี่คือเหตุผลหลักประการแรกที่ชี้ว่าทำไมรัฐบาลต้องออก พ.ร.ก.กู้เงิน 500,000 ล้านบาท

แล้วปี 2570 ที่กำลังจะถึงในเดือนตุลาคมนี้ มองดูตามเกณฑ์และกฎหมายที่กล่าว งบประมาณที่จะตั้งตามกรอบวินัยการคลังก็จะไม่สามารถกู้วิกฤตและผลักดันให้ผู้คนมีระดับสูงขึ้นเหนือน้ำได้

นี่ก็คือเหตุผลหลักประการที่สองที่จะนำมาอ้างในการออก พ.ร.ก. กู้เงินครั้งนี้ ซึ่งตรงกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 172 ที่มีเงื่อนไขให้อำนาจแก่คณะรัฐมนตรีตราพระราชกำหนดกู้เงินได้ คือ เพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ เรื่องนี้ใครจะค้านอย่างไรก็ให้ว่ากันไป แต่รัฐบาลก็ต้องเดินหน้า

ความเห็นผมในเรื่องนี้ อาจต่างกับนักวิชาการและผู้ใหญ่ในรัฐบาลหลายคน คือ ผมเห็นว่า เมื่อถึงขั้นนี้แล้ว ไหนๆ ก็ไหนๆ การออกพระราชกำหนดกู้เงินครั้งนี้ ต้องมีวงเงินเพื่อนำมาชดเชยส่วนที่ขาดของปี 2569 เสียส่วนหนึ่ง และทั้งต้องนำมากู้วิกฤตจากสภาพผู้ป่วยหนักในเอเชียให้มีสภาพเหมือนนักกีฬาน้องใหม่ในเอเชียอีกส่วนหนึ่ง

เงินกู้ที่รัฐจะออก พ.ร.ก. ในครั้งนี้จำเป็นต้องเพิ่มให้สูงกว่า 500,000 ล้านบาท ด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตาม วงเงินที่ต้องกู้เป็นกรณีพิเศษให้คนทั้งโลกเห็นนี้ ผมขอให้พรรคการเมืองที่เป็นรัฐบาล และตัวนักการเมืองที่เข้ามาบริหารประเทศ จงละเว้นสิ่งที่บางพรรคคุ้นเคยในการถอนทุนที่เคยทำต่องบประมาณมาตลอด แล้วหันมาสร้างบรรยากาศใหม่ของการบริหารราชการแผ่นดินไร้สีเทา ให้เป็นที่ประจักษ์ทั่วต่อคนไทยและนานาชาติด้วยขอสิ่งเดียวนี้แหละ GDP จะได้โตถึง 3-4% ได้สักที...” - สมหมาย ภาษี

สารส้ม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:05 น. เลขนี้มาแน่! มัดรวมเลขเด็ด 16 พ.ค.69 สถิติวันเสาร์ทำถึงมาก ใครพลาดมีร้อง
22:00 น. ดร.ธนพร เข้าขอโทษ ภูมิธรรม หลังเจอฟ้อง ยกเป็นบทเรียนเตือนสตินักวิพากษ์วิจารณ์
21:58 น. จุดธูปขอเลขสร้างเจดีย์ อึ้งผลลัพธ์ตรงเป๊ะ ทะเบียนรถช่าง-อายุคนตาย!
21:49 น. ทรัมป์ คุยกับ สี จิ้นผิง ปมอิหร่านแค่ย้ำจุดยืน ไม่ได้ขอความช่วยเหลือจากจีน
21:33 น. ทร.ลุ้นรัฐบาลไฟเขียวแจงงบ ฟริเกตลำที่ 2 ปี 70 ผบ.ทร.ระบุ นายกฯ กำชับให้เลือกสิ่งที่ที่ดีที่สุด
ดูทั้งหมด
1 เจ้าฟ้า 1 สามัญชน ผู้ต้องดั้นด้นสู่ ‘รัสเซีย’
อ่านแล้วจุก! แอ๊ด คาราบาว ฝากข้อความถึง แม่หมู-นาย ณภัทร
ส่องบ้านสวน เท่ง เถิดเทิง ใช้ชีวิตเรียบง่ายกลางธรรมชาติ
พาย เคลื่อนไหวแล้ว! หลัง ทราย สก๊อต เปิดเรื่องอดีตทำชาวเน็ตสงสัยหนัก
ยิปซี 12 นักษัตร : พยากรณ์ระหว่างวันที่ 10-16 พฤษภาคม พ.ศ.2569
ดูทั้งหมด
วีรบุรุษหมาหัวหน้าคอก
ต้องเด็ดหัว‘ข้าราชการ’ปล่อย‘ยิว’ยึดเกาะพะงัน
โครงการ Land Bridge แห่งความเพ้อเจ้อ เพ้อฝัน
โป๊กเกอร์บันลือโลก
ฟุตบอลโลก 2026 ที่ไม่ค่อยสะดวก สำหรับประเทศเอเชีย
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เลขนี้มาแน่! มัดรวมเลขเด็ด 16 พ.ค.69 สถิติวันเสาร์ทำถึงมาก ใครพลาดมีร้อง

จุดธูปขอเลขสร้างเจดีย์ อึ้งผลลัพธ์ตรงเป๊ะ ทะเบียนรถช่าง-อายุคนตาย!

ดร.ธนพร เข้าขอโทษ ภูมิธรรม หลังเจอฟ้อง ยกเป็นบทเรียนเตือนสตินักวิพากษ์วิจารณ์

ทรัมป์ คุยกับ สี จิ้นผิง ปมอิหร่านแค่ย้ำจุดยืน ไม่ได้ขอความช่วยเหลือจากจีน

ครบรอบ 48 ปี ปตท. ชวนร่วมส่งประกวดผลงานศิลปะดิจิทัล ‘PTT Digital Arts 2026’ ภายใต้หัวข้อ ‘ส่งพลัง สร้างอนาคต’ ชิง 16 รางวัล เงินรางวัลรวมกว่า 270,000 บาท พร้อมโอกาสในการต่อยอดผลงาน สู่การออกแบบสินค้าชุมชน

ทร.ลุ้นรัฐบาลไฟเขียวแจงงบ ฟริเกตลำที่ 2 ปี 70 ผบ.ทร.ระบุ นายกฯ กำชับให้เลือกสิ่งที่ที่ดีที่สุด

  • Breaking News
  • เลขนี้มาแน่! มัดรวมเลขเด็ด 16 พ.ค.69 สถิติวันเสาร์ทำถึงมาก ใครพลาดมีร้อง เลขนี้มาแน่! มัดรวมเลขเด็ด 16 พ.ค.69 สถิติวันเสาร์ทำถึงมาก ใครพลาดมีร้อง
  • ดร.ธนพร เข้าขอโทษ ภูมิธรรม หลังเจอฟ้อง ยกเป็นบทเรียนเตือนสตินักวิพากษ์วิจารณ์ ดร.ธนพร เข้าขอโทษ ภูมิธรรม หลังเจอฟ้อง ยกเป็นบทเรียนเตือนสตินักวิพากษ์วิจารณ์
  • จุดธูปขอเลขสร้างเจดีย์ อึ้งผลลัพธ์ตรงเป๊ะ ทะเบียนรถช่าง-อายุคนตาย! จุดธูปขอเลขสร้างเจดีย์ อึ้งผลลัพธ์ตรงเป๊ะ ทะเบียนรถช่าง-อายุคนตาย!
  • ทรัมป์ คุยกับ สี จิ้นผิง ปมอิหร่านแค่ย้ำจุดยืน ไม่ได้ขอความช่วยเหลือจากจีน ทรัมป์ คุยกับ สี จิ้นผิง ปมอิหร่านแค่ย้ำจุดยืน ไม่ได้ขอความช่วยเหลือจากจีน
  • ทร.ลุ้นรัฐบาลไฟเขียวแจงงบ ฟริเกตลำที่ 2 ปี 70 ผบ.ทร.ระบุ นายกฯ กำชับให้เลือกสิ่งที่ที่ดีที่สุด ทร.ลุ้นรัฐบาลไฟเขียวแจงงบ ฟริเกตลำที่ 2 ปี 70 ผบ.ทร.ระบุ นายกฯ กำชับให้เลือกสิ่งที่ที่ดีที่สุด
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ฟุตบอลโลก 2026 ที่ไม่ค่อยสะดวก  สำหรับประเทศเอเชีย

ฟุตบอลโลก 2026 ที่ไม่ค่อยสะดวก สำหรับประเทศเอเชีย

14 พ.ค. 2569

อนาคตอ่าวไทย หลัง MOU 2544

อนาคตอ่าวไทย หลัง MOU 2544

13 พ.ค. 2569

ทักษิณออกจากเรือนจำ  ไปแล้ว ไม่คืนกลับมา แน่หรือ?

ทักษิณออกจากเรือนจำ ไปแล้ว ไม่คืนกลับมา แน่หรือ?

12 พ.ค. 2569

หากทำลาย ‘แลนด์บริดจ์’ ด้วยความเท็จ  คือ ทำลายโอกาสของประเทศ

หากทำลาย ‘แลนด์บริดจ์’ ด้วยความเท็จ คือ ทำลายโอกาสของประเทศ

11 พ.ค. 2569

‘แลนด์บริดจ์’ มีสร้างโอกาส-มีผลกระทบ

‘แลนด์บริดจ์’ มีสร้างโอกาส-มีผลกระทบ

8 พ.ค. 2569

กู้ 4 แสนล้าน จำเป็นเร่งด่วน หรือไม่?

กู้ 4 แสนล้าน จำเป็นเร่งด่วน หรือไม่?

7 พ.ค. 2569

พูดแล้วทำโว้ย  ครม.อนุทิน 2 ยกเลิก MOU 2544

พูดแล้วทำโว้ย ครม.อนุทิน 2 ยกเลิก MOU 2544

6 พ.ค. 2569

‘แลนด์บริดจ์’ พูดกันมานานแล้ว  ถึงเวลาตัดสินใจจริง เพราะค่าเสียโอกาสมหาศาล

‘แลนด์บริดจ์’ พูดกันมานานแล้ว ถึงเวลาตัดสินใจจริง เพราะค่าเสียโอกาสมหาศาล

5 พ.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved