วันพุธ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ความสับสนประการสำคัญในสังคมไทยเกิดขึ้นเพราะคำพูดและประกาศที่ไม่คงเส้นคงวา หาความชัดเจน แน่นอนไม่ได้ของรัฐบาล และหน่วยงานของรัฐบาล โดยเฉพาะคำพูดของนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีบางราย จนทำให้สังคมตั้งคำถามว่า เหตุใดรัฐบาลจึงไม่สื่อสารกับประชาชนให้ชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดวิกฤตการณ์โควิด-19 แพร่ระบาดหนัก
นับเป็นปีมาแล้วที่หน่วยงานภาครัฐรวมถึงตัวบุคคลในคณะรัฐมนตรีสื่อสารกับประชาชนไม่ชัดเจน จึงเป็นสาเหตุให้เกิดความสับสนอลหม่านวุ่นวายและเกิดความแตกตื่นในสังคมไทยครั้งแล้วครั้งเล่า
เอาแค่เพียงเฉพาะเรื่องวัคซีนป้องกันโควิด-19 ก็ไม่สามารถหาความชัดเจนแน่นอนได้แม้แต่น้อย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข อ้างส่งเดชมาโดยตลอดว่าประเทศไทยมีวัคซีนมากมาย แต่สุดท้ายจนถึงปัจจุบัน คนไทยจำนวนมากก็ยังไม่สามารถได้รับวัคซีนตัวนี้
นอกจากนี้ สังคมไทยยังเกิดความสับสนวุ่นวาย เพราะมีผู้จงใจปล่อยข่าวเท็จและข่าวลือต่างๆ นานาอีกมากมาย ซึ่งมูลเหตุที่สังคมไทยมีข่าวเท็จและข่าวลือเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ก็เพราะว่า ประชาชนไม่มีความเชื่อถือในข่าวที่รัฐบาลนำเสนอ
ขณะเดียวกัน ประชาชนก็มองว่ารัฐบาลไม่ได้พูดความจริงกับสาธารณะ เมื่อเรื่องเป็นเช่นนี้จึงก่อให้เกิดข่าวเท็จและข่าวลือมากมายตลอดเวลา
มีผู้ตั้งคำถามว่า ทำไมรัฐบาลจึงไม่พูดความจริงกับประชาชน ทำไมต้องทำให้ประชาชนเกิดความสับสน แล้วสุดท้ายประชาชนก็ไม่มีความศรัทธาต่อรัฐบาล
ไม่ต้องดูอื่นไกลอะไรมาก ดูจากแค่เพียงประเด็นวัคซีนป้องกันโควิด-19 เพียงประเด็นเดียว ก็สะท้อนให้เห็นถึงความไม่น่าเชื่อถือของรัฐบาลอย่างเกินจะบรรยายได้แล้ว
เมื่อรัฐบาลไม่สามารถทำให้ประชาชนเชื่อถือและศรัทธา สังคมก็จะเกิดความสับสนอลหม่านตามมาในที่สุด แล้วสิ่งที่จะตามมาอีกเรื่องหนึ่งคือข่าวลือและข่าวเท็จซึ่งถูกปล่อยออกมาจากฝ่ายที่ไม่ต้องการเห็นสังคมเกิดความสงบสุข เมื่อมีข่าวลือเกิดขึ้นมากมาย แทนที่รัฐบาลจะพิจารณาว่าอะไรคือต้นตอของเรื่องนี้ก็กลับโทษว่ามีความพยายามจงใจบ่อนทำลายความสงบสุขของประเทศโดยผู้ไม่หวังดี
ขอย้ำยืนยัน ณ ตรงนี้ว่า สังคมที่สาธารณชนไม่ให้ความเชื่อถือศรัทธาต่อคำพูดของรัฐบาล จะเป็นสังคมที่เต็มไปด้วยข่าวเท็จและข่าวลือ แล้วจะเกิดความสับสนโกลาหลตามมาในที่สุด วิธีแก้ปัญหานี้มีอยู่หนทางเดียวคือรัฐบาลต้องพูดความจริงทุกอย่างกับประชาชน อย่าคิดว่าคำโกหกของรัฐบาลจะทำให้ประชาชนเกิดความ
เชื่อมั่นและศรัทธาในตัวรัฐบาล

ลิ่วตัดเชือก!'ช้างศึก'บุกทุบปินส์1-0จ่อแชมป์กลุ่มอาเซียน
สภากทม.ตั้งคกก.วิสามัญงบ 70 วงเงิน 9.3 หมื่นล้าน สก.พรรคประชาชน นั่งประธาน
กอ.รมน. นำสื่อสัญจรชายแดนใต้ 'ฉก.ร.5' กางแผนสกัด 4 ภัยคุกคามข้ามชาติ
หลวงพี่สวดไป ตัวสั่นไป ตรวจเจอฉี่ม่วง 3 เด้ง ซุกเคตามีนหลังมือถือ
เงินสะพัด 4.4 แสนล้าน! ด่านสะเดาแกร่ง ดันส่งออกพุ่ง ฟันดุลการค้าบวก 10%

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี