วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
สมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย (TABBA) ร่วมกับสมาคมผู้ประกอบธุรกิจคราฟท์เบียร์ (สมาคมคราฟท์เบียร์) จัดงานเสวนาในหัวข้อ “32 Civilized, No More Total Ban : ยกเครื่องกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สู่สังคมที่ดีกว่า” เมื่อช่วงกลางเดือน ส.ค. 2567 เพื่อบอกเล่าความคืบหน้าของ (ร่าง) พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ...) พ.ศ. ..... ที่ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนตามกลไกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ในสภาผู้แทนราษฎร
ผศ.ดร.เจริญ เจริญชัย อดีตอาจารย์สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และอดีตผู้ก่อตั้ง
เพจ “Surathai” เครือข่ายผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เป็นผลิตภัณฑ์ระดับชุมชนท้องถิ่น ในฐานะตัวแทนประชาชนผู้เสนอแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 เปิดเผยว่า กว่า 200 ชั่วโมงที่หารือกันในชั้นกรรมาธิการ มีการถกเถียงในลักษณะที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน จนประธานการประชุมต้องขอแขวนเรื่องไว้ก่อน
แต่การพูดคุยก็ทำให้แต่ละฝ่ายได้นำหลักการมาแชร์กัน อีกฝ่ายเห็นแบบนี้ ฝ่ายเราเห็นอย่างไร ก็พยายามอธิบายให้ฝ่ายที่เห็นต่างได้เข้าใจ ในขณะที่ฝ่ายเห็นต่างก็พยายามยกหลักฐานมาสนับสนุนว่าเหตุใดต้องควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการอ้างงานวิจัยซึ่งสำหรับตนแล้วไม่สามารถยอมรับได้ เพราะเป็นงานวิจัยในลักษณะ “ตั้งธง” ผลลัพธ์ไว้ล่วงหน้า ไม่ได้ทำขึ้นจากบุคคลหรือองค์กรที่เป็นกลาง
แม้กระทั่งประเด็นที่ดูเหมือนจะเห็นตรงกัน คือ “การยกเลิกประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 253 ลงวันที่ 16 พฤศจิกายนพ.ศ. 2515 เรื่องการกำหนดให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้เฉพาะเวลา 11.00-14.00 น. และ17.00-24.00 น.” ซึ่งมีคำถามว่าใครอยากดื่มซื้อเก็บไว้ก่อนไม่ได้หรือ? ก็มีประเด็นเรื่องนักท่องเที่ยวต่างชาติมาถึงในช่วงบ่าย อยากดื่มแต่ไม่สามารถดื่มได้เพราะเป็นช่วงเวลาที่กฎหมายห้ามขาย อีกทั้งในทางปฏิบัติก็บังคับใช้ไม่ได้จริงด้วย
“มันช่วยไม่ได้ คนก็ยังกินอยู่ คุณไม่สามารถไปควบคุมร้านเล็กร้านน้อยที่เขาเปิดขายได้ แทนที่คุณจะขายให้ร้านสะดวกซื้อที่เป็นมาตรฐาน หรือทำเป็นร้านใหญ่ๆ หรือมีสาขาทั่วประเทศ คุณก็ไปซื้อเขาไม่ได้เท่านั้นเองเพราะเขาเข้าระบบ แต่คุณก็ไปเดินหาซื้อตามร้านน้อยได้” ผศ.ดร.เจริญ กล่าว
อาทิตย์ ศิวะหรรษาพันธ์ ตัวแทนภาคประชาชน เปิดเผยว่า ตนเป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบจากกฎหมาย “ห้ามโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์” จากกรณี “เขียนรีวิวรสชาติเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็เป็นความผิดทางอาญาได้” ซึ่งกฎหมายแบบนี้ไม่มีที่ไหนในโลกยกเว้นประเทศไทยตนมองว่าเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นซึ่งแม้จะเข้าใจว่าศาลต้องตัดสินไปตามที่ระบุในตัวบทกฎหมาย แต่ตนก็มองว่ากฎหมายข้อนี้ไม่เป็นธรรม
สุวิสุทธิ์ โลหิตนาวี เลขาธิการสมาคมผู้ประกอบการไวน์ไทย (TWA) กล่าวถึงประเด็น “ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 22/2558 ที่ส่วนหนึ่งนำไปสู่มาตรการห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใกล้สถานศึกษาทุกระดับตั้งแต่อนุบาลถึงมหาวิทยาลัย” ว่า ข้อนี้จะถูกนำไปไว้ในกฎหมายลูกที่ประกาศโดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยหวังว่า ครม. จะใช้หลักคิด “กระจายอำนาจ” ให้แต่ละจังหวัดในการตัดสินใจว่าจะห้ามในบริเวณใดบ้าง
เขมิกา รัตนกุล นายกสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย (TABBA) กล่าวเสริมโดยยกตัวอย่างมีห้างสรรพสินค้าตั้งอยู่ใกล้มหาวิทยาลัย แต่ร้านอาหารในห้าง
ไม่สามารถขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ ในขณะที่ร้านเหล้าในละแวกใกล้เคียงกลับขายได้ทั้งที่ไม่ได้ขอใบอนุญาตซึ่งตนเห็นด้วยกับการกระจายอำนาจ โดยในระดับชาติมีเพียงกรอบนโยบาย ส่วนอะไรทำได้-ไม่ได้ควรให้จังหวัดเป็นผู้ตัดสินตามบริบทของเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่
อนึ่ง ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ ครั้งที่ 3/2567 วันที่ 5 ก.ค. 2567 มีสาระสำคัญอย่างหนึ่งคือ “การห้ามขายในวันพระใหญ่” ประกอบด้วย วันอาสาฬหบูชา วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชา วันเข้าพรรษา และวันออกพรรษา โดย “อนุญาตให้ขายในพื้นที่ผู้โดยสารขาออกในสนามบินนานาชาติได้” ซึ่งจากเรื่องนี้ ตนมองเห็นความพยายามของรัฐบาลในการผ่อนคลาย แต่ก็เป็นห่วงในกระบวนการทำประชาพิจารณ์
“ตอนนี้เรากลัวนิดหนึ่ง ก่อนที่เขาจะประกาศเป็นกฎหมายออกมา ยกเลิกการห้ามขายที่สนามบิน ก็มีการเวียนให้มีการทำประชาพิจารณ์ เราทราบว่ามีฝ่ายที่ไม่ชอบใจในเรื่องนี้อยากให้นักท่องเที่ยวที่จะออกจากประเทศไทยไม่ได้ดื่ม ไปลงความเห็นว่าไม่เห็นด้วย ทีนี้ใครที่มีความสะดวก ช่วยไปลงความเห็นว่าเห็นด้วยหน่อยเถอะ ว่าการปลดล็อกอย่างสมเหตุสมผลอย่างนี้มันควรจะทำ” เขมิกา กล่าว
ศุภพงษ์ พรึงลำภู ตัวแทนผู้ผลิตสุรารายย่อย ให้ความเห็นถึง “กลุ่มหรือเครือข่ายที่มองเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในแง่ลบแบบมุ่งคัดค้านทุกเรื่อง” ว่า องค์กรหรือองคาพยพเหล่านั้นมีความตั้งใจที่จะควบคุม แต่การควบคุมที่ว่านั้นคือการลด จึงต้องทำทุกอย่างเพื่อลดให้ได้ และมองฝั่งพวกตนว่าเป็นฝั่งผู้ประกอบการ แต่พวกตนไม่ได้ต้องการให้ปล่อยแบบไร้ขอบเขต แต่ต้องการการควบคุมที่สมเหตุสมผล แต่เมื่อมาตรการควบคุมไม่สมเหตุสมผล จึงกลายเป็นการถกเถียงกันระหว่างฝ่ายที่ต้องการกำจัดกับฝ่ายที่ต้องการอยู่ภายใต้การควบคุมอย่างสมเหตุสมผล
ศุภวิชญ์ มุททารัตน์ เจ้าของกิจการบาร์ค็อกเทล ยกตัวอย่าง “การไม่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เด็กและเยาวชน และคนเมาจนครองสติไม่ได้” ว่า กำชับกับที่ร้านให้เคร่งครัดในการตรวจบัตรประชาชน โดยเฉพาะหากเห็นลูกค้า “หน้าเด็ก” เพราะทางร้านก็ไม่อยากมีปัญหา เช่น ถูกล่อซื้อ และยังเป็นสิ่งที่ร้านทำได้โดยไม่เพิ่มต้นทุน เช่น เห็นคนเมาเริ่มจะไม่ไหวแล้ว ก็ต้องพูดดีๆ บอกให้เขาดื่มน้ำก่อน หรือไม่ขายให้แล้วหากรู้ว่าขับรถมา หรือตัวอย่างจากประเทศญี่ปุ่น ร้านสะดวกซื้อมีระบบยืนยันตัวตนพร้อมกับมีกล้องจับภาพผู้ซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ประภาวี เหมทัศน์ เลขาธิการสมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจคราฟท์เบียร์ (สมาคมคราฟท์เบียร์) กล่าวเสริมในประเด็นวัน-เวลาห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ว่าในร่างกฎหมายที่กำลังจัดทำกันอยู่ ไม่ได้กำหนดชัดเจนว่าเป็นวันหรือเวลาใดบ้าง แต่จะไปเขียนว่าใครมีอำนาจกำหนดห้าม และยังต้องไปดูประกาศที่มีอยู่แต่ละฉบับ เช่น ห้ามขายในวันสำคัญทางศาสนา ว่าจะยกเลิกหรือไม่ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของ ครม.
ส่วนเรื่องการห้ามชายให้กับเด็กและเยาวชนและบุคคลที่เมาจนครองสติไม่ได้ จากเดิมที่กำหนดโทษผู้ฝ่าฝืนไว้คือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาทกฎหมายใหม่อาจเพิ่มโทษปรับเป็นหลักแสนบาท และให้อำนาจสถานบริการตรวจบัตรประชาชนลูกค้า เพื่อให้ผู้ประกอบการทำธุรกิจอย่างรับผิดชอบ และสามารถนำเรื่องกฎหมายที่โทษหนักขึ้นไปทำความเข้าใจกับลูกค้าได้ นอกจากนั้น เรื่องใดที่ไม่ร้ายแรง (เช่น การห้ามโฆษณาการขายในพื้นที่ห้ามขาย) กฎหมายใหม่ให้ปรับปรุงโทษเป็นการปรับเป็นพินัย แทนที่จะต้องมีโทษอาญา (จำคุก) ในทุกความผิด!!!

อย่าดูถูกคนแก่คนจน! พชร์ อานนท์ ฝากประโยคเดียวสะเทือนทั้งโซเชียล
เท้ง ขึ้นรถแห่ขอบคุณชาวบางกะปิ หลังปชน.แลนด์สไลด์กทม. 33 เขต ประชาชนให้กำลังใจสู้ๆ
พ่ายศึกยึดเมืองตรัง! ความเจ็บปวดของ 'โกหน่อ'
ไบรท์ เผยคลิปคุยกับ อนุทิน เฉลยบทสนทนาไม่ใช่เรื่องการเมือง
ทนาย บิ๊กโจ๊ก บุก ปปง. ค้านตั้งกรรมการคู่ขัดแย้ง สอบปมอายัดทรัพย์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี