วันพุธ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / ที่นี่แนวหน้า
ที่นี่แนวหน้า

ที่นี่แนวหน้า

วิภาวดี หลักสี่
วันเสาร์ ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.
สังคมไทยเริ่มตื่นตัว สิทธิ‘ผู้ต้องหา-นักโทษ’

ดูทั้งหมด

  •  

นับตั้งแต่ประเทศไทยเริ่มใช้รัฐธรรมนูญฉบับ 2540 ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่มีกลไกด้าน “สิทธิมนุษยชน” อย่าง สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เป็นหนึ่งในองค์กรอิสระ แม้จะไม่มีอำนาจให้คุณให้โทษ หรือมีผลผูกพันให้หน่วยงานต่างๆ ต้องปฏิบัติตาม แต่สามารถหยิบเรื่องราวต่างๆ ในสังคม หรือรับข้อร้องเรียนจากประชาชน มาตรวจสอบและมีข้อเสนอแนะไปถึงหน่วยงานไม่ว่าภาครัฐหรือเอกชน พร้อมเผยแพร่ต่อสาธารณะให้ประชาชนได้เรียนรู้ไปพร้อมกัน ก็ทำให้สังคมไทยเห็นความสำคัญของสิทธิมนุษยชนมากขึ้นตามลำดับ

จนถึงปัจจุบันที่ไทยใช้ รธน.ฉบับ 2560 หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงสำคัญคือการเกิดขึ้นของ “พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย
พ.ศ.2565” ซึ่งมาจากคดี “ถุงดำคลุมหัว” เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้วิธีการดังกล่าวจนทำให้ผู้ต้องหาเสียชีวิต กระแสสังคมได้ทำให้ฝ่ายการเมืองผ่านกฎหมายฉบับนี้ออกมาบังคับใช้ และล่าสุดเมื่ออดีตตำรวจคนดังกล่าวเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนาในเรือนจำ ก็มีเสียงเรียกร้องให้ตรวจสอบว่า ก่อนจะเสียชีวิตเคยถูกทำร้ายหรือถูกกดดันทางร่างกายและจิตใจที่ไม่ใช่การลงโทษปกติตามกรอบของกฎหมายหรือไม่ ถือว่ามาไกลมากจากเมื่อหลายปีก่อนหน้านั้นที่ “สิทธิผู้ต้องหาหรือนักโทษ” ไม่ค่อยได้รับความสนใจมากนัก


ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา กสม. รายงานภารกิจเกี่ยวกับการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรม อาทิ วันที่ 20 มี.ค. 2568 วสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีผู้ต้องขังชาวต่างชาติ ยื่นคำร้องกับทางเรือนจำขออนุญาตส่งเอกสารคำฟ้องเพิ่มเติมต่อศาลปกครองกลางกรณีขอให้เพิกถอนคำสั่งเรือนจำที่ลงโทษทางวินัยผู้ร้อง กรณีผู้ร้องไม่ยอมตัดผมและไว้หนวดเคราโดยอ้างความเชื่อทางศาสนา

ซึ่งเจ้าพนักงานเรือนจำได้ตรวจเอกสารแล้วเห็นว่ามีข้อความบางส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการฟ้องคดี เป็นการกล่าวพาดพิงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานเรือนจำอันอาจก่อให้เกิดความเสียหาย จึงคืนเอกสารและให้ผู้ร้องแก้ไขให้เหมาะสม แต่ผู้ร้องได้มีหนังสือถึงผู้บัญชาการเรือนจำเพื่อโต้แย้งคัดค้าน และยืนยันให้ส่งเอกสารตามความประสงค์ เมื่อเจ้าพนักงานเรือนจำได้พิจารณาเนื้อหาในหนังสือคัดค้านแล้วเห็นว่า ผู้ร้องใช้ข้อความหรือถ้อยคำให้ร้ายเจ้าพนักงานเรือนจำเป็นเหตุให้เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือเกลียดชัง

จึงเสนอเรื่องต่อผู้บัญชาการเรือนจำเพื่อขอให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง และลงโทษทางวินัย ผู้ร้องเห็นว่าผู้ถูกร้องทั้งสองกระทำละเมิดสิทธิของผู้ต้องขัง จึงขอให้ตรวจสอบ ซึ่งทาง กสม. วินิจฉัยว่า รธน. ฉบับ 2560 มาตรา 32 มาตรา 26 และมาตรา 41ได้ให้การรับรองและคุ้มครองสิทธิในความเป็นอยู่ส่วนตัวของบุคคล เสรีภาพในการติดต่อสื่อสาร รวมทั้งสิทธิในการเสนอเรื่องราวร้องทุกข์ต่อหน่วยงานของรัฐ ซึ่งรวมถึงการฟ้องคดีต่อศาล

สิทธิดังกล่าวยังถูกกำหนดไว้ในกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ที่ประเทศไทยเป็นภาคี โดยที่ข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำขององค์การสหประชาชาติ ในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง หรือข้อกำหนดแมนเดลลา (The United Nations Standard Minimum Rules for the Treatment of Prisoners: The Nelson Mandela Rules) ข้อ 17 กำหนดให้ผู้ต้องขังมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลหรือหน่วยงานอื่นใดที่มีอำนาจหน้าที่

โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องมีหลักประกันเพื่อคุ้มครองให้ผู้ต้องขังสามารถยื่นคำร้องขอหรือร้องทุกข์ดังกล่าวได้อย่างปลอดภัย กรณีที่ผู้ต้องขังต้องการให้กระทำอย่างเป็นความลับ ผู้ต้องขังต้องไม่ตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะถูกตอบโต้ ข่มขู่ หรือได้รับผลกระทบด้านลบอันเนื่องมาจากการยื่นคำร้องทุกข์นั้น ส่วน พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 และระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการตรวจสอบจดหมาย เอกสาร พัสดุภัณฑ์ หรือสิ่งสื่อสารอื่น หรือสกัดกั้นการติดต่อสื่อสารทางโทรคมนาคมหรือโดยทางใดๆ
ซึ่งมีถึงหรือจากผู้ต้องขัง พ.ศ. 2561

ที่ให้อำนาจเจ้าพนักงานเรือนจำสามารถตรวจสอบข้อความในจดหมาย และมีอำนาจระงับ ยับยั้งการส่งจดหมายของผู้ต้องขังได้ โดยมีเหตุผลความจำเป็นเพื่อตรวจสอบข้อความที่ส่งออกไปซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อยของเรือนจำ หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน และเพื่อป้องกันเหตุร้ายและรักษาความสงบเรียบร้อยของเรือนจำได้นั้น

จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า “ข้อความที่ปรากฏตามเอกสารในคำฟ้องเพิ่มเติมและหนังสือโต้แย้งคัดค้านแล้ว ผู้ร้องได้กล่าวถึงการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ถูกร้องทั้งสอง โดยเกิดจากความคับข้องใจ และความเข้มงวดในระเบียบวินัยของผู้ต้องขัง แต่มิได้มีข้อความส่วนใดที่อาจเกิดผลกระทบต่อการรักษาความมั่นคงของรัฐความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

ดังเช่น กรณีการเขียนข้อความใส่รหัสลับ ปกปิดวิธีดำเนินการไม่ให้เข้าใจความหมายที่แท้จริงเพื่อติดต่อซื้อขายยาเสพติด การจัดซื้ออาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน มีผลประโยชน์ที่มิชอบด้วยกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง หรือคุกคามทางเพศแก่บุคคลอื่น และกรณีนี้เป็นเรื่องการใช้สิทธิฟ้องร้องดำเนินคดีในชั้นศาล มิใช่ลักษณะการส่งจดหมายทั่วไป ที่ให้อำนาจเจ้าพนักงานเรือนจำตรวจสอบเนื้อหาหรือสั่งให้แก้ไขจดหมายหรือเอกสารดังกล่าวได้”

อีกทั้ง “ศาลปกครองเป็นหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมที่มีอำนาจตรวจสอบการดำเนินการในทางปกครองของเจ้าหน้าที่รัฐหรือหน่วยงานทางปกครอง ซึ่งถือเป็นหลักประกันความยุติธรรมและความปลอดภัยของผู้ร้องในฐานะผู้ต้องขัง” ดังนั้น “การใช้อำนาจพิจารณาเอกสารจึงต้องยึดหลักความได้สัดส่วนระหว่างความสงบเรียบร้อยของเรือนจำกับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการแทรกแซงสิทธิในการเสนอเรื่องราวร้องทุกข์ต่อหน่วยงานของรัฐ และเสรีภาพในการติดต่อสื่อสารของผู้ต้องขัง”

กสม. จึงเสนอแนะให้กรมราชทัณฑ์ “พิจารณาทบทวนและแก้ไขกฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการร้องทุกข์ของผู้ต้องขัง หากเป็นกรณีการสื่อสารระหว่างผู้ต้องขัง
กับหน่วยงานของรัฐ” โดยเฉพาะหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐดังเช่น ศาล องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญให้สามารถปิดผนึก “ลับ” จดหมายหรือคำร้องทุกข์ได้ โดยงดเว้นการตรวจสอบเนื้อหาของเอกสารดังกล่าว

อีกภารกิจหนึ่งของ กสม. ที่เกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ คือกิจกรรม “การพัฒนาศักยภาพสถานีตำรวจเครือข่ายร่วมกับสถานีตำรวจต้นแบบ” ที่ กสม. ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ระหว่างวันที่ 19–21 มี.ค. 2568 ณ สถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน และ สถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี โดยมีวัตถุประสงค์ให้ผู้แทนสถานีตำรวจเครือข่ายได้เรียนรู้การทำงานกับสถานีตำรวจต้นแบบ เพื่อสามารถนำแนวปฏิบัติที่ได้ไปปรับใช้ในการพัฒนาสถานีตำรวจของตนให้สอดคล้องตามหลักสิทธิมนุษยชนต่อไป!!!

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:05 น. พรรคกล้าธรรมบุกชัยภูมิ ธรรมนัส-นฤมล ประกาศสงครามพ่อค้าคนกลาง ปกป้องเกษตรกร
21:49 น. ศุภจี ฟุ้งชิมลางลุย 2 จว.ดูดีมาก ย้ำนโยบายภูมิใจไทยทำได้จริง
21:45 น. พิพัฒน์ควงศุภชัย ปราศรัยพังงา ปลุกเลือกภูมิใจไทย ปกป้องชาติอธิปไตย
21:43 น. สถานทูตฯออสเตรเลียเผยรับบัตรเลือกตั้ง-ประชามติคืนแล้ว 8,000 ซอง
21:36 น. ศุภจี ปราศรัยเวทีใต้ครั้งแรก สวมชุดแบรนด์พื้นเมือง ปชช.แห่ถ่ายรูปคึกคัก
ดูทั้งหมด
เด๋อ ดอกสะเดา น้ำตาซึม เสียดายไม่ได้อยู่ในวันสำคัญของลูก ทั้งที่รอมาทั้งชีวิต
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 24-30 ม.ค.69
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 26 ม.ค.-1 ก.พ.69
เปิ้ล ลูกสาว เด๋อ ดอกสะเดา เปิดข้อความลายมือพ่อ ย้ำคำพ่อสอนกตัญญูสำคัญที่สุด
จอย ศิริลักษณ์ เปิดใจครั้งแรก หลังซุ่มแต่งงานเงียบ เล่าเส้นทางรักครั้งแรก 28 ปีเป็นรักแรกและรักเดียว
ดูทั้งหมด
การเงินโลกบนฐานความหวังใหม่ กับความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ใต้ตัวเลขการเติบโต
เจาะสนามเลือกตั้งอีสาน‘ภูมิใจไทย’เข้าวิน
2569 ปีแห่งการเลือกตั้ง กับบทบาทพลเมืองในการสร้างความโปร่งใส
โค้งสุดท้าย
แจกเงินล้าน วันละ 9 คน 9 ล้านบาท มอมเมาล่อซื้อแบบประเจิดประเจ้อ ?
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ศุภจี ฟุ้งชิมลางลุย 2 จว.ดูดีมาก ย้ำนโยบายภูมิใจไทยทำได้จริง

ศุภจี ปราศรัยเวทีใต้ครั้งแรก สวมชุดแบรนด์พื้นเมือง ปชช.แห่ถ่ายรูปคึกคัก

แสวง โวไม่หวั่นไหว ไม่ต้องการกำลังใจ หลัง กกต.เจอเสียงวิจารณ์จัดเลือกตั้ง

เปิดศึกทวงสี จี้ผู้สมัครเพื่อไทย เลิกทำป้ายโทนสีส้ม

รอเจ้าภาพจัดที่ มธ. อ.อัจฉราวดี อยากเจอ 120 อาจารย์หนุนปฏิรูปสถาบัน

น้าเดช ด่าใคร? Gen ...ไร สอนเด็กให้ก้าวร้าว

  • Breaking News
  • พรรคกล้าธรรมบุกชัยภูมิ ธรรมนัส-นฤมล ประกาศสงครามพ่อค้าคนกลาง ปกป้องเกษตรกร พรรคกล้าธรรมบุกชัยภูมิ ธรรมนัส-นฤมล ประกาศสงครามพ่อค้าคนกลาง ปกป้องเกษตรกร
  • ศุภจี ฟุ้งชิมลางลุย 2 จว.ดูดีมาก ย้ำนโยบายภูมิใจไทยทำได้จริง ศุภจี ฟุ้งชิมลางลุย 2 จว.ดูดีมาก ย้ำนโยบายภูมิใจไทยทำได้จริง
  • พิพัฒน์ควงศุภชัย ปราศรัยพังงา ปลุกเลือกภูมิใจไทย ปกป้องชาติอธิปไตย พิพัฒน์ควงศุภชัย ปราศรัยพังงา ปลุกเลือกภูมิใจไทย ปกป้องชาติอธิปไตย
  • สถานทูตฯออสเตรเลียเผยรับบัตรเลือกตั้ง-ประชามติคืนแล้ว 8,000 ซอง สถานทูตฯออสเตรเลียเผยรับบัตรเลือกตั้ง-ประชามติคืนแล้ว 8,000 ซอง
  • ศุภจี ปราศรัยเวทีใต้ครั้งแรก สวมชุดแบรนด์พื้นเมือง ปชช.แห่ถ่ายรูปคึกคัก ศุภจี ปราศรัยเวทีใต้ครั้งแรก สวมชุดแบรนด์พื้นเมือง ปชช.แห่ถ่ายรูปคึกคัก
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

​องคมนตรีห่วงใยผู้ต้องขัง แนะตั้งหน่วยบำบัด - ฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดในเรือนจำ

​องคมนตรีห่วงใยผู้ต้องขัง แนะตั้งหน่วยบำบัด - ฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดในเรือนจำ

24 ม.ค. 2569

เหตุเครนลอนเชอร์ถล่มซ้ำซาก เกินเยียวยา

เหตุเครนลอนเชอร์ถล่มซ้ำซาก เกินเยียวยา

17 ม.ค. 2569

‘อว. For Kids – Skill for Future’ เรียนรู้ เล่นจริง..วันเด็กแห่งชาติ’69

‘อว. For Kids – Skill for Future’ เรียนรู้ เล่นจริง..วันเด็กแห่งชาติ’69

10 ม.ค. 2569

เส้นทางแห่งปัญญาจาก ‘นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ’ สู่ ‘คนรุ่นใหม่’

เส้นทางแห่งปัญญาจาก ‘นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ’ สู่ ‘คนรุ่นใหม่’

3 ม.ค. 2569

PSMD เปิดรับปริญญาโท  เร่งผลิต ‘นักฟิสิกส์การแพทย์’  เพื่อประโยชน์สูงสุดกับผู้ป่วย

PSMD เปิดรับปริญญาโท เร่งผลิต ‘นักฟิสิกส์การแพทย์’ เพื่อประโยชน์สูงสุดกับผู้ป่วย

26 ธ.ค. 2568

อว.ชู ‘วิจัยติดดิน กินได้’  ทำโคราชเป็น ‘ศูนย์กลางนวัตกรรม’

อว.ชู ‘วิจัยติดดิน กินได้’ ทำโคราชเป็น ‘ศูนย์กลางนวัตกรรม’

19 ธ.ค. 2568

อว.เร่งนำงานวิจัยสู้ภัยพิบัติ-เยียวยาประชาชน  ชง ‘คืนค่าเทอม-เลื่อนสอบ’ บรรเทาผลกระทบ

อว.เร่งนำงานวิจัยสู้ภัยพิบัติ-เยียวยาประชาชน ชง ‘คืนค่าเทอม-เลื่อนสอบ’ บรรเทาผลกระทบ

12 ธ.ค. 2568

​สปสช. จับมือ ไปรษณีย์-ธ.กรุงไทย ส่งเวชภัณฑ์ ‘ฟอกไต’ ช่วยผู้ป่วยพื้นที่น้ำท่วมภาคใต้

​สปสช. จับมือ ไปรษณีย์-ธ.กรุงไทย ส่งเวชภัณฑ์ ‘ฟอกไต’ ช่วยผู้ป่วยพื้นที่น้ำท่วมภาคใต้

6 ธ.ค. 2568

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved