วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีหุ่นกระบอก ยังคงปล่อยไก่ได้เรื่อยๆ ปล่อยไก่ได้ทุกวี่ทุกวัน (ปล่อยไก่ในที่นี้หมายถึงแสดงความไม่รู้เรื่องรู้ราว หรือแสดงความไม่ฉลาดให้สาธารณะได้พบเห็น) สังคมไทยได้เห็นแพทองธารปล่อยไก่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเรื่อง Soft Power เรื่องการค้าขายระหว่างประเทศ เรื่องค่าเงินบาทอ่อนหรือแข็ง เรื่อง less for more, more for less และอีกสารพัดเรื่องที่จาระไนทั้งวันก็ไม่จบ
ล่าสุดแพทองธารปล่อยไก่เรื่องเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า โดยไก่ที่แพทองธาร ปล่อยในครั้งนี้ เป็นการปล่อยเมื่อวันที่อันวาร์อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียมาประเทศไทย แต่ไม่รู้ว่าจะเรียกว่ามาเยือนไทยตามหลักการทูต หรือว่ามาเพื่อคุยกับทักษิณ ชินวัตร ส.ท.ร. บิดาของแพทองธาร
คำว่าเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้าเกิดครั้งแรกในไทยในยุคชาติชาย ชุณหะวัณ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อประมาณเกือบ 40 ปีมาแล้ว แต่สิ่งที่ชาติชายบอกไว้ในอดีต มันคือความจริง เพราะในยุคนั้นยังคงมีสงครามมีการสู้รบในประเทศย่านอินโดจีน ดังนั้น หากทำให้ประเทศในย่านดังกล่าวเลิกรบกันได้ ก็จะทำให้เกิดความสุขสงบ แล้วหันมาพัฒนาประเทศ ทำให้ผลิตสินค้าต่างๆ ได้มากขึ้น แล้วก็นำไปสู่การค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าและการเดินทางไปมาหาสู่กันระหว่างกลุ่มอินโดจีนกับไทยได้ดีขึ้น สะดวกขึ้น
แต่การที่แพทองธารบอกกับอันวาร์ว่าจะเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า ทำให้เกิดคำถามว่า ไทยรบกับมาเลย์หรือ รบกันเมื่อไร เพราะในความเป็นจริงไทยไม่ได้รบกับมาเลย์ และมาเลย์ก็ไม่มีสงครามภายในประเทศ ดังนั้น จะเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้าอย่างไร เนื่องจากไม่มีการรบกัน
ปัญหาความไม่สงบในบางเขตของจังหวัดชายแดนใต้ทั้งสาม คือ ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส (และอาจมีบางอำเภอของสงขลา) เป็นปัญหาภายในของไทย มันเป็นเรื่องที่ไทยต้องจัดการเอง ย้ำว่ามันคือปัญหาภายในของไทยเป็นเรื่องในราชอาณาจักรไทย มันเป็นสงครามหรือ มันไม่ใช่สงคราม แล้วแพทองธารจะเปลี่ยนสนามรบตรงไหนหรือ การที่แพทองธาร รวมถึงรัฐบาลตั้งแต่สมัยทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยแรกไม่มีปัญหา ไม่มีความสามารถแก้ปัญหาในเขตสามจังหวัดชายแดนใต้ให้ลุล่วงราบคาบเรียบร้อยได้ มันคือเครื่องบ่งบอกระดับความสามารถของรัฐบาลไทย อย่าลืมว่าปัญหามันเกิดในเขตแดนของไทย มันจึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลไทยต้องแก้ปัญหาให้ได้
การที่บอกว่าเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า โดยพูดเรื่องนี้กับอันวาร์แห่งมาเลย์ มันคือการบอกกับโลกใช่ไหมว่าปัญหานี้มาจากมาเลย์ มาเลย์เป็นตัวการหรืออย่างไร แล้วอันวาร์ยอมรับหรือว่าต้นตอของปัญหามาจากมาเลย์ หากรัฐบาลไทยมั่นใจว่าต้นตอของปัญหามาจากมาเลย์ ก็พูดให้ตรงประเด็นไปเลย แต่ไม่ใช่บอกว่าเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า เพราะมันเป็นความไม่สงบในเขตประเทศไทย มันไม่ใช่เรื่องไทยรับกับมาเลย์ เพราะไทยกับมาเลย์ไม่ได้รบกัน คนไทยกับคนมาเลย์ยังเดินทางไปมาหาสู่ ยังเข้าไปเที่ยวระหว่างกันได้ ยังค้าขายกันได้ตามปกติ เมื่อไม่มีการรบการระหว่างมาเลย์กับไทย ก็จึงไม่มีสนามรบ เพราะฉะนั้น ไม่ต้องบอกว่าเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า
อันวาร์แห่งมาเลย์มาไทยในครั้งนี้เป้าประสงค์หลักไม่ได้อยู่ที่การมาพบแพทองธาร แต่มาเพื่อพบกับทักษิณ และมิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา แต่ก็ไม่มีใครได้ยินข้อความชัดๆ จากปากของอันวาร์, มิน อ่อง หล่าย และทักษิณ ว่าพูดคุยอะไรกัน แล้วต้องไม่ลืมว่า ASEANไม่ให้การยอมรับนับถือ มิน อ่อง หล่าย แต่การที่อันวาร์ในฐานะประธานหมุนเวียนของ ASEAN มาพบกับมิน อ่อง หล่าย ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ ASEAN ปลาบปลื้ม ส่วนเรื่องที่อันวาร์มาเพื่อหาทักษิณนั้น ก็เป็นเรื่องมหัศจรรย์มาก เพราะทักษิณไม่มีตำแหน่งเป็นทางการในรัฐบาลไทย ยกเว้นเป็นเพียงพ่อของแพทองธาร เรื่องบ้าๆ บอๆ เช่นนี้เกิดขึ้นได้เพราะไทยมีนายกรัฐมนตรีหุ่นกระบอกโดยแท้
เฉลิมชัย ยอดมาลัย

ย้อนวันวาน 10 ปี เวทีMU ‘ดีไซเนอร์ดัง'แฉ!ชุดประจำชาติไทย ‘มารีญา พูลเลิศลาภ’ ต้องได้ที่ 1
จับตาชายแดนศรีสะเกษ ทบ.ยันกัมพูชายิงรุกล้ำ พร้อมใช้มาตรการตอบโต้ตามแผนเผชิญเหตุ
กกต.ร้องกองปราบฯ เอาผิดขบวนการ ถ่ายบัตร-ถอดรหัส QR Code ดิสเครดิตเลือกตั้ง
'ขย่มตึก Festival 2026'รวม 6 วงร็อกแถวหน้าเทศกาลดนตรีบนดาดฟ้า 4 เมษานี้!
'บอส-โนอึล' เตรียมพาแฟนๆ ฮาฟีลกู๊ดไปกับจักรวาลบ้านจีนพี่น้องแซ่ต่ง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี