วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569
1. พระจำนงค์ ธัมมจารี หรืออดีตพระพรหมเมธี อายุ 84 ปี หนีคดีลี้หายไปจากเมืองไทยหลายปี
ล่าสุด เดินทางกลับมาจากเยอรมนี เข้ามอบตัวต่อสู้คดีเงินทอนวัด
หนีไปราวๆ 7 ปี
หลังเข้ามอบตัว ก็ถูกควบคุมตัวไปรับทราบข้อกล่าวหาที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ 2 ข้อหา
คือ ร่วมกันฟอกเงิน และสนับสนุนเจ้าพนักงานละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องขอประกันตัวในชั้นสอบสวน โดยวางเงินสดจำนวน 4 แสนบาท เป็นหลักทรัพย์ประกันตัว โดยพนักงานสอบสวนพิจารณาแล้วเห็นว่าอดีตพระพรหมเมธี เป็นพระชั้นผู้ใหญ่ ไม่มีพฤติกรรมยุ่งเหยิงพยานหลักฐานจึงอนุมัติให้ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว
2. มีรายงานว่า พระจำนงค์มีหนังสือขอความเป็นธรรมตั้งแต่ช่วงสิงหาคม 2567
รายงานระบุว่า ตัดสินใจเดินทาง หลังจากคดีเงินทอนวัดของวัดสามพระยาและวัดสระเกศเสร็จสิ้นลง
โดยพระชั้นผู้ใหญ่ที่เคยถูกดำเนินคดีทุจริตเงินทอนวัดก่อนหน้านี้ ได้แก่ พระพรหมดิลก และพระพรหมสิทธิ ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ คืนสมณศักดิ์ หลังคดีถึงที่สุด ไม่ได้มีความผิดร้ายแรง โทษจำคุก รอลงอาญา
ทีมกฎหมายของพระจำนงค์ ได้ศึกษาแนวทางสู้คดีจากทั้งวัดสามพระยาและวัดสระเกศ เพราะเป็นข้อกล่าวหาเดียวกัน มองไปถึงขั้นว่าจะต่อสู้เพื่อให้อัยการสั่งไม่ฟ้องเลยด้วยซ้ำ
3. นับว่าเป็นเรื่องถูกต้อง ที่พระจำนงค์เดินทางกลับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
ปิดตำนานพระหายาก หรือพระหนีคดีไปต่างประเทศอีกรุ่นหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม สังคมพึงเข้าใจข้อมูลความจริงว่า กรณีคดีพระชั้นผู้ใหญ่ที่ถูกดำเนินคดีในกลุ่มทุจริตเงินทอนวัดไปก่อนหน้านี้ ไม่ได้หมายความว่า ไม่มีความผิดเลย !
ความจริง คือ มีความผิด แต่ไม่ร้ายแรง
ยกตัวอย่าง
กรณีพระพรหมสิทธิ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ
ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แผนกคดีอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง คดีทุจริตการจัดสรรเงินงบประมาณ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) หมายเลขดำ อท.251/2561
ข้อหาความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ, ทำ, จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ร่วมกันเบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่น โดยทุจริตหรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์สินนั้นเสีย, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำความผิดดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 157 ประกอบมาตรา 83, 86, 91
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษ นายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.พศ. จำคุก 2 ปี 12 เดือน, จำเลยที่ 2-4 จำคุกคนละ 3 ปี 18 เดือน ส่วนจำเลยที่ 5 (พระพรหมสิทธิ) ให้จำคุก 36 เดือน ปรับ 27,000 บาท แต่เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 5 ได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกนั้นให้รอการลงโทษ (รอลงอาญา) ไว้มีกำหนด 2 ปี
.jpg)
.png)
.jpg)
ส่วนข้อหาความผิดฐานเบียดบังทรัพย์โดยทุจริต ฯลฯ ศาลยกฟ้อง
ต่อมา ศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว พิพากษาแก้เป็นว่า จำคุกจำเลยที่ 2-4 มีกำหนดคนละ 4 ปี 24 เดือน
ส่วนพระพรหมสิทธิ จำเลยที่ 5 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 (เดิม) ประกอบมาตรา 86 ตามฟ้องข้อ 2.3 อีกกระทงหนึ่งจำคุกมีกำหนด 1 ปี 4 เดือน และปรับ 12,000 บาท โดยลดโทษให้หนึ่งในสี่ จึงจำคุกจำเลยที่ 5 เป็น 12 เดือน ปรับ 9,000 บาท เมื่อรวมกับโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว คงจำคุกจำเลยที่ 5 (พระพรหมสิทธิ) ทั้งสิ้น 48 เดือน
ปรับ 36,000 บาท โทษจำคุกรอลงอาญา
นอกจากนี้ ยังมีคดีอาญาหมายเลขดำที่ อท 197/2561 หมายเลขแดงที่ อท 80/2563 ระหว่างพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 2 โจทก์ พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขโข) ที่ 1 กับพวกรวม 8 คน จำเลย
เรื่อง ความผิดต่อพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 21 ก.พ. 2566 ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยื่นคำร้องขอฎีกา คดีถึงที่สุด
คดีนี้ เป็นข้อหาร่วมกันฟอกเงินทุจริตเงินทอนวัดในโครงการศูนย์กลางเผยแผ่พระพุทธศาสนา ปี 2559 รวม 32.5 ล้านบาท และเงินอุดหนุนโครงการอบรมคุณธรรม จริยธรรม สำหรับเด็กและเยาวชน ประชาชนและข้าราชการเพื่อความมั่นคงของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ปี 2559 รวม 37.2 ล้านบาท
ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยที่ 1 (พระพรหมสิทธิ) เป็นเวลา 4 ปี 16 เดือน ปรับ 112,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2-4 คนละ 2 ปี 8 เดือน ปรับคนละ 56,000 บาท และจำคุกจำเลยที่ 7 เป็นเวลา 1 ปี 4 เดือน ปรับ 28,000 บาท
อย่างไรก็ตาม การลงโทษจำเลยที่ 1-4 และที่ 7 ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติและสังคม รวมทั้งไม่เคยมีประวัติต้องโทษจำคุกมาก่อน สมควรให้โอกาสจำเลยที่ 1-4 และ 7 ดำรงตนเป็นบุคลากรที่มีประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติต่อไป ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนดคนละ 2 ปี
หลังจากนั้น วันที่ 16 พฤษภาคม 2567 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ พระบรมราชโองการ ประกาศสถาปนาสมณศักดิ์ และพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ มีเนื้อหาดังนี้
“...ตามที่ พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขโข) และพระศรีคุณาภรณ์ (บุญทวี คำมา) ถูกกล่าวหาว่า กระทำการทุจริตและถูกดำเนินคดีอาญา และได้มีพระบรมราชโองการถอดถอนสมณศักดิ์ เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2561 นั้น
บัดนี้ ศาลมีคำพิพากษาคดีถึงที่สุดแล้ว ไม่ปรากฏว่ามีการทุจริตเบียดบังเอาเงินไปเป็นประโยชน์ของตน โดยพฤติการณ์ถือได้ว่าไม่ใช่ความผิดร้ายแรง และมิได้มีการเบียดบังทรัพย์เป็นของตน ประกอบกับไม่มีการกล่าวคำลาสิกขาและสละสมณเพศ ทั้งปรากฏข้อเท็จจริงว่ายังคงดำรงตนอย่างพระภิกษุโดยตลอดระหว่างถูกคุมขัง จึงมีสภาวะเป็นพระภิกษุ มีสถานะเป็น พระธงชัย สุขญาโณ และพระมหาบุญทวี ปญฺญาวํโส ซึ่งมหาเถรสมาคมมีมติรับทราบแล้ว เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2567
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 ตรี แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2561 จึงทรงพระกรุณาโปรดฯสถาปนาสมณศักดิ์ และพระราชทานสัญญาบัตร ตั้งสมณศักดิ์ ดังนี้
1. ให้ พระธงชัย สุขญาโณ ดำรงสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรอง มีราชทินนามตามที่จารึกในหิรัญบัฏว่า พระพรหมสิทธิ กิตติธรรมประยุต วิสุทธิศีลาจาร สุวิธานวรกิจจานุกิจ วิสิฐวิเทศศาสนวราทร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี สถิต ณ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร
2. ให้ พระมหาบุญทวี ปญฺญาวํโส วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ มีนามว่า พระศรีคุณาภรณ์
โดยให้ถือว่าไม่เคยถูกถอดถอนสมณศักดิ์และราชทินนามมาก่อน...”
4. เท่ากับว่า ตอนนี้ ยังเหลือพระหายากอยู่รุ่นเดียว
คือ พระธัมมชโย
ยังหลบหนีคดีสมคบฟอกเงินรับของโจร หนีหมายจับศาล หายตัวไปจนถึงปัจจุบัน
รูปการคดีนั้น ต่างจากคดีทุจริตเงินทอนวัด
เพราะกรณีพระธัมมชโย เกี่ยวพันกับเงินสหกรณ์คลองจั่นที่ถูกโกงไป
ไม่เหมือนคดีทุจริตเงินวัด
ไม่รู้พระธัมมชโยจะกลับมาต่อสู้คดี พิสูจน์ความสุจริตในศาล
ตามระบบยุติธรรมบ้านเมืองเมื่อใด
หรือจะรอจนคดีขาดอายุความ?
สารส้ม

ยกระดับจุดผ่านแดนถาวรบ้านคกไผ่ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ-ความมั่นคงชายแดน
สะเทือนใจคนรักสัตว์ เวียดนามทลายแก๊งขโมยแมวส่งโรงเชือด ช่วยได้กว่า400ตัว
คุกตลอดชีวิต สาธิต รังคสิริ อัยการไม่ฎีกา ปิดฉากคดีโกงภาษี 3 พันล้าน
ด่วน! ถนนลาดพร้าวทรุดตัวหน้าโลตัสบางกะปิ จราจรติดขัดหนัก แนะเลี่ยงเส้นทาง
น้ำมันลดอีก!!! เบนซิน ลง 75 สตางค์ ดีเซล คงเดิม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี