1. หลังมีการเปิดเผยคลิปเสียงหลานอิ๊งค์กับอังเคิลฮุน
ผลสำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” ล่าสุด ระบุว่า นางสาวแพทองธาร นายกฯคนปัจจุบัน ประชาชนให้การสนับสนุนให้เป็นนายกฯ อยู่อันดับที่ 5 โน่นนนนน
ต่ำชั้นกว่านายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ-พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา-นายอนุทิน ชาญวีรกูล
อุ๊งอิ๊งค์ได้คะแนนอันดับ 5 แค่ร้อยละ 9.20
ขณะที่พรรคเพื่อไทยก็ได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชนในผลสำรวจต่ำชั้นกว่าพรรคส้มและพรรครวมไทยสร้างชาติ
2. ตอกย้ำชัดเจนว่า นายกฯอุ๊งอิ๊งค์หมดสภาพทางการเมืองในฐานะผู้นำรัฐบาลไปแล้ว
ความเชื่อมั่น ความน่าเชื่อถือ ตกไปสู่ขุมนรก
การเปลี่ยนตัวนายกฯ มีแต่จะเปิดโอกาสให้ประเทศเดินไปสู่สถานการณ์ที่ดีขึ้นโดยเร็วที่สุด
3. น่าแปลกใจ... ผู้นำฝ่ายค้าน หัวหน้าพรรคส้มคนปัจจุบัน ไม่เคยมีผลงานบริหารปรากฏเป็นที่ประจักษ์เลย
แม้แต่ในบทบาทหัวหน้าพรรคส้ม ก็ยังไม่ได้รับการเชื่อมั่นเต็มที่จากภายในพรรคเอง ดูจากเวลาหาเสียงแต่ละพื้นที่ ผู้สมัครของพรรคส้มก็ยังเลือกที่จะขอให้อดีตหัวหน้าพรรค หรือผู้นำจิตวิญญาณของพรรคลงพื้นที่ช่วยหาเสียงมากกว่าจะขอใช้บริการจากหัวหน้าพรรค
บทบาทผู้นำฝ่ายค้าน ก็ไม่เคยแสดงความแหลมคม มุ่งมั่น หรือมีวิสัยทัศน์โดดเด่นอะไรเลย
มีแต่การตัดแปะคำคม วาทะที่คิดว่าเท่ อิงแอบกระแสสังคม สร้างภาพคนรุ่นใหม่ไปวันๆ (คุยโม้เรื่อยเปื่อยไปทุกเรื่อง เพราะไม่เคยลงมือทำอะไรจริงๆ)
ซึ่งอาจจะหลอกการเมืองที่ฉาบฉวย เสพติดเปลือก หลงงับตกเป็นเหยื่อ
ล่าสุด หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้นำฝ่ายค้านตามรัฐธรรมนูญ คือ การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลที่มีปัญหาอื้อฉาว สร้างความไม่น่าเชื่อถือ ไม่น่าไว้วางใจแก่คนส่วนใหญ่ในประเทศ ในประเด็นปัญหาความมั่นคง อธิปไตยเหนือเขตแดน ถึงขนาดมีคลิปเสียงอื้อฉาวปรากฏ พูดกับคู่กรณีที่เป็นภัยคุกคามความมั่นคงของประเทศว่า “แม่ทัพภาคสองเป็นคนของฝ่ายตรงข้ามกับเรา”
ทั้งๆ ที่ เป็นเรื่องสำคัญของชาติของแผ่นดิน และผู้นำรัฐบาลอยู่ในฐานะตกต่ำดิ่งลงขุมนรก แถมรัฐบาลยังมีเสียงปริ่มน้ำ หรืออาจเสียงข้างน้อยด้วยซ้ำ
พรรคส้มก็ยังทำยึกยัก จะไม่ลงชื่อสนับสนุนการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ถ้าเป็นมวย คงถูกไล่ลงจากเวที ฐานชกไม่สมศักดิ์ศรี
หลังอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งที่แล้ว ก็ดึงเช็ง ไม่ยอมให้ สส. เข้าชื่อไปยื่นเอาผิดนายกฯฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรม
4. ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร โพสต์เฟซบุ๊ก Chaiyan Chaiyaporn ระบุว่า
“เรียน พรรคประชาชน
สภาจะเปิด 3 ก.ค.นี้
หากพรรคประชาชนไม่ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯแพทองธาร ทั้งๆ ที่ พรรคมีจำนวน สส. มากพอที่จะขอเปิด
ก็แปลว่า พวกคุณยังให้ความไว้วางใจแพทองธาร
ในอนาคต หากพวกคุณจะขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯคนใด ที่ไม่ได้ทำงานแย่อย่างนายกฯ คนนี้ คุณจะมีคำอธิบายอย่างไร?
การอภิปรายไม่ไว้วางใจ อาจไม่ได้ลงเอยอย่างที่คุณคาดหวัง
นายกฯอาจจะยังได้เสียงเกินครึ่ง
อาจไม่มีการยุบสภา
แต่การอภิปรายไม่ไว้วางใจโดย สส. ฝ่ายค้านที่มีคุณภาพ คือ การทำหน้าที่แทนประชาชนในการซักถาม ติติงสิ่งที่นายกฯได้ทำลงไป
...
เชื่อว่า ถ้าพรรคประชาชนเลือกทำตามหน้าที่และครรลองของผู้นำฝ่านค้าน ยื่นญัตติขออภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯแพ ตามแบบแผนระบบรัฐสภาของตะวันตก
พรรคประชาชนจะได้รับความเชื่อมั่นและไว้วางใจว่า ไม่เล่นการเมืองแบบอิงผลประโยชน์ของพรรคเหนือมาตรฐานทางการเมืองสากล
แม้อาจจะไม่มีการยุบสภาโดยเร็วตามที่พรรคต้องการ
แต่เชื่อว่า หากทำตามหน้าที่แล้ว ยุบสภาเมื่อไร พรรคท่านจะได้คะแนนนิยมมากขึ้นโดยไม่มีใครคิดว่า ท่านแอบเป็นพันธมิตรแบบลับๆ กับตระกูลชินวัตร !”
5. ก่อนหน้านี้ พรรคภูมิใจไทยแสดงจุดยืนเด่นชัด มีมติยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ-ครม. ทันทีที่เปิดสภาฯ 3 ก.ค.นี้
น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรคภูมิใจไทย แถลงภายหลังการประชุมพรรค ยืนยันว่า ที่ประชุมได้พูดคุยเรื่องการทำหน้าที่ของพรรคหลังจากนี้ โดยในการเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งที่ 3 วันที่ 3 ก.ค.นี้ พรรคมีมติจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งคณะ ตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญ ขอเชิญชวนพรรคประชาชน พรรคพลังประชารัฐ พรรคเป็นธรรม และพรรคไทยสร้างไทยซึ่งอยู่ในสัดส่วนของพรรคฝ่ายค้านให้ร่วมกันลงชื่อยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้
“มติพรรคที่ออกมา เรา สส.พรรคภูมิใจไทยทั้ง 69 เสียง ในนามสมาชิกพรรคภูมิใจไทย พร้อมที่จะเซ็นยื่นญัตติเรื่องของการอภิปรายไม่ไว้วางใจพร้อมกันทุกท่าน เพราะคลิปเสียงชัดเจนมากที่สุดแล้วว่าเราไม่สามารถไว้วางใจนายกรัฐมนตรีได้” -โฆษกพรรคภูมิใจไทยกล่าว
6.พรรคพลังประชารัฐยืนยันเข้าร่วมลงชื่อเสนอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ
พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เห็นว่า การกระทำของท่านนายกฯ ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติยศ ศักดิ์ศรี และมีความเสี่ยงต่อการสูญเสียอธิปไตยของประเทศชาติ หมดความชอบธรรมที่จะบริหารประเทศต่อไปเช่นเดียวกับพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคน และเห็นด้วยกับพรรคภูมิใจไทยที่จะยื่นญัตติไว้วางใจดังกล่าว เหลืออีก 10 กว่าเสียง พรรคร่วมฝ่ายค้านที่เหลือเห็นด้วยแน่ และเชื่อมั่นว่า หากประชาชนสามารถลงชื่อไล่นายกฯได้ ปชช.ก็พร้อมลงชื่อด้วยเช่นกัน
สิ่งที่พี่น้องประชาชน คับข้องใจและเคลือบแคลงใจสงสัยการทำงานของท่านนายกฯและรัฐบาลเป็นอย่างยิ่ง นับตั้งแต่เกิดเหตุความขัดแย้งระหว่างประเทศ ทาง ทภ.2 เสนอแนะให้ปิดด่าน เพื่อตัดกำลังการส่งสินค้า โดยเฉพาะ น้ำมัน ซึ่งถือว่าเป็นยุทธปัจจัย และการปิดด่าน ตัดไฟฟ้า อินเตอร์เนตเพื่อตัดกำลังและเส้นทางนักพนันที่เป็นกลุ่มทุนฝ่ายตรงข้าม แต่ฝ่ายรัฐบาลกลับนิ่งเฉย ซึ่งสอดคล้องกับบทสนทนาที่ทางนายฮุนเซนฯ นำมาเผยแพร่ ตลอดจน การมองกองทัพภาค 2 และทหารไทยเป็นฝ่ายตรงข้าม ส่วนตนเองเป็นญาติ(หลานลุง)ฝ่ายเดียวกับนายฮุนเซน และยินยอมทำทุกอย่างตามที่นายฮุนเซนฯต้องการทุกประการ
เรื่องนี้ ไม่ต้องแปลความอะไรมาก เพราะท่านนายกฯ พูดภาษาไทย คนไทยทั้งประเทศ ได้ยิน เข้าใจชัดเจน
ขอชื่นชม พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 และพลโท อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 ที่สั่งปิดด่าน ตามแนวพรมแดนไทย-กัมพูชา เพื่อสกัดกั้นภัยคุกคามต่างๆ และอาชญากรรมคนร้ายข้ามชาติ ตลอดจนแก๊งคอลเซ็นเตอร์และไฮบริดสแกม ถือว่า เป็นการตัดท่อน้ำเลี้ยงฝ่ายกัมพูชาได้ผลเป็นอย่างดี ช่วยคนไทยไม่ให้ตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์อีกทางหนึ่ง
ในส่วนรัฐบาลมีเพียงลมปาก ส่วนความสามารถและความจริงใจในการแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ไม่มีเป็นรูปธรรมชัดเจนแต่อย่างใด หากท่านนายกฯแน่จริง สั่งให้ ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแบงก์ชาติ ทำการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินที่ผ่านจากประเทศไทยไปประเทศกัมพูชาในรอบสองปี ที่เพื่อไทยมาเป็นรัฐบาล จะได้เห็นว่ามีเงินโอนออกจากประเทศไทยไปยังประเทศกัมพูชาจำนวนเท่าไหร่ ผ่านช่องทางใดบ้าง และรัฐบาลมีปัญญาทวงเงินนั้นกลับคืนมาหรือไม่
สังเกตง่ายๆ ธุรกรรมทางการเงิน ทุกรูปแบบที่ผ่านกลุ่มฮวยวัน (Huione Group) ไม่ว่าจะเป็น Huione Pay, Huione Guarantee, Huione Crypto,HuiOne International Payments,HuiOne Warranty หรือHuiwang Warranty ซึ่งกลุ่มบริษัทฯดังกล่าวถูกสหรัฐอเมริกาขึ้นบัญชีดำในวันที่ 1 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา ในข้อกล่าวหา ฟอกเงินให้กับแก๊งอาชญากรทั่วเอเชีย รวมถึงแฮกเกอร์เกาหลีเหนือ ที่อยู่เบื้องหลังคดีล้วงข้อมูล การแฮก และอาชญากรรมไซเบอร์ นอกจากนี้ ยังมีกลุ่ม“นายพัด สุภาภา” หรือ “ลี ยง พัด” เจ้าพ่อกาสิโนเกาะกง และสีหนุวิลล์ ภายใต้LYP Group และTudou Guarantee ซึ่งกลุ่มดังกล่าวรวมทั้ง นาย ตือ ค.ม.มีความสนิทสนมกับ คนใกล้ตัวท่านนายกฯ ทั้งนั้น จึงไม่แปลกใจเลยว่าการแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศไทย จึงเป็นไปอย่างไม่เอาจริงเอาจังเท่าที่ควร
กรณี “เสี่ยวโป” ที่ถูกจับในข้อหาค้าอาวุธสงคราม และปลอมแปลงเลียนแบบเจ้าหน้าที่ทางการทูตจีน เคยเป็นข่าวใหญ่ในไทย ก็ยังคงประกอบธุรกิจ เกี่ยวข้องกับทั้ง อาวุธสงคราม, ระบบ Call Center, กาสิโน และการฟอกเงินที่ประเทศกัมพูชา ก็มีความสนิทสนมกับคนใกล้ตัวท่านนายกฯ ด้วยเช่นเดียวกัน
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพรรคเพื่อไทยถึงอยากเขี่ย ภท.ออกและได้อยากได้ มท.1 เพราะอยากขับเคลื่อนกาสิโนเสรี ให้เป็นผล ดังนั้น นโยบายปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จึงเป็นเพียง ปากว่าตาขยิบ ไม่มีผลเป็นรูปธรรมชัดเจน และไม่มีปัญญาติดตามเงินที่ถูกหลอกไปมาคืนผู้เสียหายได้อย่างแน่นอน” - พล.ต.ท.ปิยะ กล่าว
7. แต่เสียง สส. ภูมิใจไทย กับพลังประชารัฐ ก็ไม่เพียงพอที่จะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจได้
ยังขาดอยู่ประมาณ 11 เสียง
ยังต้องมีเสียง สส.ฝ่ายค้านเพิ่มเติม โดยพรรคส้ม เป็นพรรคที่มีผู้นำฝ่ายค้านเป็นหัวหน้าพรรค แต่กลับเงอะๆ งะๆ ดึงเช็งที่จะทำหน้าที่ฝ่ายค้านในการลงชื่อเพื่อเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ทำท่าจะเป็นมวยล้มต้มคนดู
ใครถามถึงศักดิ์ศรีในการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ก็คงไม่รู้จักความละอายแล้ว
สารส้ม
เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี