วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา...■■ เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้บ่อยครั้ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะอยู่กับหัวหน้าครอบครัว ให้เขานำเสด็จฯ ไปที่ที่ทำกินของเขา เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรดูปัญหาต่างๆ ในพื้นที่ และทรงมอบหมายหน้าที่แก่ข้าพเจ้าว่า ให้อยู่กับกลุ่มราษฎรจำนวนมากที่มารอรับเสด็จฯ อยู่เป็นหมื่น บางแห่งก็เป็นแสน โดยที่เขาจะเดินมาหลายวันเพื่อมาเฝ้าฯ และมีค้างแรมระหว่างทาง ก็ในโอกาสครั้งนั้นเองที่ข้าพเจ้าได้เรียนรู้จักคนไทยมากขึ้นว่า ถึงแม้ราษฎรจะจนอย่างไรก็ตาม แต่ราษฎรมีจิตใจโอบอ้อมอารี ห่วงใยต่อเพื่อนบ้าน ห่วงใยในพระบวรพุทธศาสนา ทั้งๆ ที่เขาเองเป็นคนจน แต่ในละแวกที่เขาอยู่มักจะมีวัด ชาวบ้านมักจะแบ่งหน้าที่กัน ดูแลวัด ดูแลพระภิกษุสงฆ์ ข้าพเจ้าเริ่มรู้จักคนไทยของเราแล้วว่าเป็นคนอย่างไร ความละโมบโลภมากเห็นแก่ตัวเค็มปี๋ รู้มากฉลาดแกมโกง จะไม่มีเลยในหมู่ชาวบ้าน เขาจะมีสัจจะวาจา รักษาสัจจะวาจา สิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เรียนรู้ก็คือ ความรักของเขาที่มีต่อพระมหากษัตริย์ เขาจะเดินมาเป็นวันๆ ค้างแรมมาหลายคืน เพราะอยากมาเห็นหน้า อยากมาเฝ้าฯ พระที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และข้าพเจ้าใส่ติดตัวอยู่ก็จะมาจากราษฎรนี่เอง ราษฎรจะถอดจากตัวถวาย เพื่อจะได้คุ้มครองพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และข้าพเจ้า ความโลภเค็มปี๋จะไม่มีในจิตใจประชาชนเลย จะมีแต่ความใสสะอาด บริสุทธิ์...(ความตอนหนึ่งจากพระราชดำรัส สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงพระราชทานแก่คณะบุคคลที่เข้าเฝ้าฯ ถวายชัยมงคล ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต11 สิงหาคม 2547)
...■■ เมื่อคะแนนนิยมการเมืองของพรรคภูมิใจไทย และตัวอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ตกต่ำลงอย่างมากจนน่าวิตก หลังเกิดเหตุมหาอุทกภัยหาดใหญ่ และภาคใต้หลายจังหวัด ในที่สุดอนุทินก็ต้องงัดแผ่นปราบแก๊ง scammers มาใช้ ดังนั้น เราจึงได้เห็นข่าว สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เริ่มขยับตัวไล่จับแก๊งอาชญากรข้ามชาติ หลังจากที่ถูกวิจารณ์ว่าปล่อยปละละเลยมานานแสนนาน
...■■ ต้องบอกว่างานนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ก็เริ่มขยับตัวกับเขาด้วย โดยเห็นว่า กิตติ์รัฐพันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นั่งคู่กับอนุทิน ในวันเปิดฉากตามล่าเงินจากแก๊ง scammers โดยทั้ง ปปง. และ สตช. บอกว่าตามล่าเงินมาได้ประมาณ 1 หมื่นกว่าล้านบาท
...■■ ขอย้ำว่าอนุทินยังสวมหมวกประธานกรรมการคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ดังนั้น เมื่ออาชญากรแก๊งนี้ยังคงสร้างความเดือดร้อนแสนสาหัสให้กับคนไทยและคนจำนวนมากบนโลกใบนี้ แต่กลับถูกมองว่ารัฐบาลไทยเพิกเฉยกับการตั้งใจปราบปรามแก๊ง scammers ทั้งๆ ที่แก๊งนี้ถูกระบุว่านำเงินสกปรกที่ได้มาโดยผิดกฎหมายเข้ามาฟอกในประเทศไทย และยังถูกระบุว่าหัวหน้าแก๊งมีทั้งชาวจีน ชาวกัมพูชา และชาวต่างชาติอื่นๆ แต่ที่เจ็บปวดยิ่งกว่าคือมีการกล่าวหาว่าน่าจะมีนักการเมืองบางคนในสังกัดรัฐบาลไทยเกี่ยวข้องกับแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติที่มีฐานปฏิบัติการอยู่ในกัมพูชาด้วย
...■■ ต้องบอกว่าเรื่องแก๊ง scammers ในกัมพูชานั้น เป็นเรื่องที่พรรคประชาชน โดยรังสิมันต์ โรม พยายามตามติดมาค่อนข้างยาวนาน เป็นเพราะว่ารังสิมันต์คงเชื่อว่าเรื่องนี้มีหลักฐานชัดเจนที่สามารถนำไปใช้โค่นล้มรัฐบาลอนุทินได้โดยไม่ยาก แล้วยิ่งล่าสุดมีภาพถ่ายที่เป็นหลักฐานชัดเจนว่าอนุทินรู้จักกับ เบน สมิธ (ผู้ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนโยงใยกับแก๊งscammers) แถมยังมีภาพ วิสนุ ปราสาททองโอสถ หรือบิ๊กหิน อดีตจเรตำรวจแห่งชาติ บิ๊กแดง อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อุปกิต ปาจรียางกูร สว. ทรงเอ ผู้ถูกระบุว่าเกี่ยวข้องกับเงินไม่น่าจะสะอาดจากเมียนมา และเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ที่อนุทินเสนอเป็น candidate นายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้ง สส. สมัยหน้า รวมถึงภาพของอดีต ผบ.ตร. ที่ชื่อ สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ร่วมอยู่ในเฟรมเดียวกันของภาพที่มี เบน สมิธ ในงานเลี้ยงของหลักสูตรอบรมชนิดที่เรียกว่าโคตรอภิมหายักษ์ ซึ่งถ้าหากไม่เจ๋งจริง ไม่รวยล้นฟ้าจริงๆ ไม่ใหญ่จริงๆ ไม่มีวันได้เสนอหน้าเข้าไปอยู่ในหลักสูตรได้เป็นอันขาด ต้องบอกว่าภาพชุดนี้มีหลายภาพ และเป็นภาพที่ถูกนำเสนอด้วยความจงใจของฝ่ายที่ต้องการ discredit อนุทินแบบชนิดยำให้เละคาบาทา
...■■ ล่าสุดเมื่อวันพฤหัสฯ เอกนิติบอกว่าไม่รู้จักกับเบน สมิธ เป็นการส่วนตัว และภาพที่ถูกจงใจนำเสนอนั้นเป็นภาพเก่าตั้งแต่ 5 ปีมาแล้ว โดยเอกนิติไปเป็นผู้บรรยายให้กับผู้เข้าร่วมงาน และย้ำว่าไม่เคยรู้จักกับเบน สมิธ เป็นการส่วนตัว และไม่เคยทำธุรกิจ ธุรกรรมใดๆ กับ เบน สมิธ แต่เมื่อ เบน สมิธ มาขอถ่ายรูปด้วย ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้
...■■ ขอย้ำเรื่องการตามล้างแก๊ง scammers ในยุครัฐบาลอนุทินแม้จะถูกวิพากษ์ว่าอนุทินต้องทำเรื่องนี้เพื่อล้างภาพลบที่ถูกกล่าวหาว่าไม่กล้าขุดรากถอนโคนแก๊งนี้ เพราะมันน่าจะมีบางสิ่งบางอย่างพัวพันกับรัฐบาลอนุทิน ซึ่งเรื่องนี้อนุทินก็แก้ตัวยากมากเพราะเรื่องมันแดงและชัดเจนไปแล้วเมื่อมีการขุดรากแล้วไปเจอเรื่องว่ามันเกี่ยวข้องกับวรภัค ธันยาวงศ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังที่ต้องลาออกไปหลังจากถูกขุดว่ามีความโยงใยกับแก๊ง scammers บางรายในกัมพูชา โดยเฉพาะยิม เลียก และ เบน สมิธ
...■■ แม้วรภัคจะยอมลาออกจากตำแหน่ง หลังจากอนุทินขอให้ลาออก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเรื่องทั้งหมดจะยุติเพียงเท่านั้น เพราะยังมีการขุดคุ้ยต่อไปว่าวรภัคเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีได้เพราะมีความสนิทสนมกับอนุทินในสถานใด ซึ่งก็หมายถึงมีความพยายามคุ้ยและขุดต่อไปว่าอนุทินเกี่ยวข้องกับแก๊ง scammers ในกัมพูชาด้วยหรือไม่ แล้ว รังสิมันต์ ก็ยังพุ่งเป้าสำคัญไปที่ตัวของธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ที่มีตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อีกด้วย
...■■ ล่าสุดรังสิมันต์ถูกธรรมนัสฟ้องร้องแจ้งความดำเนินคดีที่พะเยา โดยผู้ถูกแจ้งความบอกว่าเป็นการแจ้งความเพื่อปิดปาก แต่รังสิมันต์ ก็ยังคงยืนยันว่าเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ เบน สมิธ และนักการเมืองไทยไม่ใช่แค่เรื่อง scammers แต่มันคือการใช้ทุนสีเทาเข้ามาเพื่อสร้างอิทธิพลการเมืองในไทย มันคือภัยคุกคามอันใหญ่หลวงต่อประเทศไทย เงินสกปรกถูกนำมาฟอกในไทย แล้วนำไปซื้อกิจการต่างๆ รวมถึงซื้อเสียงเพื่อให้ได้มีอำนาจการเมืองในไทย มันคือภัยต่อความมั่นคงของประเทศในอนาคต นอกจากนี้รังสิมันต์ยังกล่าวถึงคำพูดของ ชาดา ไทยเศรษฐ์ แห่งพรรคภูมิใจไทยที่บอกว่าใช้โจรปราบโจรดังนั้นก็จึงมีคำถามว่าแล้วรัฐบาลชุดนี้ ใช้โจรปราบโจร ใช่หรือไม่ แล้วคิดว่าโจรจะปราบโจรจริงๆ หรือ หรือว่าสุดท้ายแล้วโจรจะร่วมมือกับโจร
...■■ หลังจากเอกนิติ รีบออกมาแก้ตัวโดยฉับพลันหลังจากมีภาพตนเองถ่ายรูปร่วมกันเบน สมิธ แต่ก็ยังไม่เห็นว่าอนุทินจะแก้ตัวเรื่องนี้อย่างไร แล้วก็ยังไม่เห็นบิ๊กหิน วิสนุ, บิ๊กแดง อภิรัชต์, อุปกิต ปาจรียางกูร, สุวัฒน์ แจ้งยอดสุขออกมาแก้ตัวในเรื่องนี้ แต่ไม่ต้องกลัวว่าเรื่องนี้จะจบลงโดยง่าย เพราะเชื่อว่ายังจะมีรูปต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเบน สมิธ ออกมาอีกหลายระลอก
...■■ ข่าว ปปง. ยึดทรัพย์แก๊ง scammers กัมพูชา มีชื่อแตงไทย บ้านมะหิงษ์ ปรากฏในข่าว ทำให้เกิดคำถามว่าเธอคือใคร เกี่ยวข้องอย่างไรกับแก๊ง scammers หรือแก๊งฟอกเงิน ทั้งนี้อ้างจาก ปปง. ว่าแตงไทยกับพวกได้หลอกลวงผู้เสียหายหลายราย แล้วพบด้วยว่าแตงไทยมีส่วนเกี่ยวพันกับการทำธุรกรรมผ่านบัญชีธนาคารของยิม เลียก และพบว่ามีการโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารของเบน สมิธ แต่ข้อมูลล่าสุดพบว่าแตงไทยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดนครนายก (ตำบลพิกุลออก อำเภอบ้านนา) เธอและพวกถูก ปปง. อายัดทรัพย์เป็นเงินกว่า 9 พันล้านบาท แล้วก็พบว่า แตงไทย มีชื่อเป็นหุ้นส่วนธุรกิจกับเสี่ยโจ้ สหชัย เจียรเสริมสิน โดยเสี่ยโจ้นั้นเป็นนักธุรกิจคนหนึ่งที่ถูกเรียกว่าขาใหญ่ เขาถูกระบุว่าทำธุรกิจผิดกฎหมายสารพัดชนิดในเขตภาคใต้ เสี่ยโจ้เคยหนีคดีอาญาของศาลจังหวัดปัตตานี หลังถูกศาลพิพากษาจำคุก 1 ปี 9 เดือน และเสี่ยโจ้เคยถูกศาลออกหมายจับพร้อมผู้ต้องหารายอื่นๆ ในคดีค้าน้ำมันเถื่อน เมื่อปี 2557 โดยมีผู้ต้องหาอีกหลายราย อาทิ ประเชิญ แก้วพิจิตร บุญเกิด มะณี สมจิตร์ เสาร์นอก พร สายนคร มวน แสวงสุข อัญญมาลย์ชาวไร่อ้อย แตงไทย บ้านมะหิงษ์ ฉัตรชัย บ้านมะหิงษ์ ปริญญาภรณ์ เจียรเสริมสิน ลดาวรรณ ธนูสังข์ ศิริวรรณ สมบูรณ์ และสีอรุณ อินทรยง
...■■ ปิดท้ายด้วยเรื่อง PM2.5 ภัยมหันต์ต่อสุขภาพคนกรุงเทพฯ และคนในจังหวัดต่างๆ รอบๆ กรุงเทพฯ ต้องบอกว่ากรุงเทพฯ กลายเป็นเขตอันตรายไปแล้ว เพราะ PM2.5 รุนแรงมาก จนทั้งเมืองตกอยู่ในโซนสีส้ม ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพและระบบทางเดินหายใจ หากสูด PM2.5 เข้าไปในปอดมากๆ จะเป็นต้นเหตุของมะเร็งปอด ปัญหานี้ไม่มีทางที่รัฐบาลไทยและผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ จะมีปัญญาแก้ได้ ต่อให้พรรคฝ่ายค้านได้ขึ้นไปเป็นรัฐบาลก็ไม่มีปัญญาแก้ เพราะฉะนั้น คนไทยต้องดูแลตัวเองเท่านั้น เพราะพึ่งใครไม่ได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน...■■
ธรรมกร

‘รฟท.’ขยายปลายทางขบวนรถชานเมืองถึง‘สถานีบ้านโป่ง’ จันทร์ถึงศุกร์แบบถาวร
พีระพันธุ์ชงรัฐบาลตรึงราคาน้ำมันด่วน! รับมือวิกฤตอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ
แม่สายวุ่น! ชาวพม่าแห่ข้ามฝั่ง ‘เติมน้ำมันกักตุน’ พ่วงข่าวลือสงคราม-ทำปั๊มรอบนอกเกลี้ยง
EMPORIO ARMANI เปิดตัวคอลเลกชัน Autumn/Winter ปี 2026-27
เซ็นทรัลพัฒนาเปิดฉาก 'Summer Fest 2026' สุดปัง! ดึง ‘เก่ง-น้ำปิง-เติ้ล-เฟิร์สวัน’ ขึ้นแท่น Summer Boy Ambassadors

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี