วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569
.jpg)
ช่วงที่กำลังมีการแต่งตั้งอับราฮัม ลินคอล์นเป็นประธานาธิบดีคนที่ 16 ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ปี ค.ศ. 1861 รัฐทางใต้ 7 รัฐรวมตัวกันเป็นสมาพันธรัฐและประกาศแยกตัวออกจากสหรัฐอเมริกา นับเป็นการท้าทายอำนาจอย่างชัดเจน
รัฐทางใต้ทั้ง 7 รัฐที่แยกตัวไป ก็เพื่อจัดตั้งสมาพันธรัฐแห่งอเมริกา (Confederate States of America) รัฐเหล่านั้นคือ รัฐแอละบามา รัฐฟลอริดา รัฐจอร์เจีย รัฐหลุยส์เซียน่า รัฐมิสซิสซิปปี รัฐเซาธ์แคโรไลนา และรัฐเท็กซัส มีการร่างรัฐธรรมนูญใช้ โดยเนื้อหาไม่แตกต่างไปจากรัฐธรรมนูญของรัฐบาลกลางนัก แต่มีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างออกไปคือ ให้อิสระในการบริหารงานแต่ละรัฐ และรับรองสิทธิในการครอบครองทาส มิหนำซ้ำมีการแต่งตั้งประธานาธิบดีซ้อนกับรัฐบาลกลาง นั่นคือแต่งตั้งเจฟเฟอร์สัน เดวิด อดีตวุฒิสมาชิกรัฐมิสซิสซิปปี้เป็นประธานาธิบดีโดยไม่ยอมรับอำนาจรัฐบาลกลางอีกต่อไป
วันที่ 12 เมษายน ค.ศ.1861 กองทหารของทั้งฝ่ายเหนือและฝ่ายใต้ปะทะกันที่ป้อมซัมเตอร์ในเมืองชารล์สตัน รัฐเซาธ์แคโรไลนา แต่ทหารรัฐทางใต้เป็นฝ่ายชนะ ทำให้กองทัพฝ่ายเหนือต้องยอมจำนน นับเป็นหมุดแรกที่ตอกย้ำการเกิดสงครามกลางเมือง การรบครั้งนี้ส่งผลให้คนอเมริกันแตกออกเป็นสองฝ่าย โดยเฉพาะพลเมืองชาย เมื่อแตกออกเป็นสองฝั่งแล้วก็เข้าร่วมกองทัพประจำรัฐหรือประจำฝ่ายที่ตนสนับสนุน เหตุการณ์นี้คือจุดเริ่มต้นของสงครามกลางเมืองแห่งอเมริกา
รัฐบาลฝ่ายสหภาพนอกจากไม่ยอมรับสมาพันธรัฐฝ่ายใต้แล้ว ยังประกาศทันทีว่าสมาพันธรัฐฝ่ายใต้เป็นกบฎ ในขณะที่ฝ่ายใต้เองก็อ้างว่าพวกตนมีสิทธิโดยชอบธรรมในการแยกประเทศ ฝ่ายใต้จัดตั้งกองทัพแห่งเวอร์จิเนียเหนือหรือ Army of Northern Virginia ภายใต้การบังคับบัญชาของโรเบิร์ต อี ลี ขณะที่ฝ่ายเหนือมีกองทัพแห่งโปรโตแมคหรือ Army of the Potomac เป็นกองกำลังหลัก
ทั้งสองฝ่ายรบกันหลายปี จนย่างเข้าปีที่สี่ ทั้งโลกต้องจดจำวีรกรรมของนายพลจอมเผา เข้าสู่ปีที่ 4 ฝ่ายสมาพันธรัฐยิ่งป้อแป้มากขึ้น กองทัพแยงกี้หรือกองทัพฝ่ายเหนือบุกยึดรัฐจอร์เจีย อันเป็นรัฐที่มีความสำคัญมากรัฐหนึ่งทางภาคใต้สำเร็จ จากนั้นรุกคืบไปทางนอร์ธแคโรไลนาและเซาธ์แคโรไลนา นายพลที่นำกองทัพบุกภาคใต้ตอนในคือนายพลวิลเลี่ยม ที.เชอร์แมน ซึ่งนายพลคนนี้สร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้แก่ชาวอเมริกาในรัฐทางใต้อย่างชนิดที่เรียกว่า “แค้นฝังใจ” เลยทีเดียว
หากจะตั้งชื่อเล่นให้นายพลวิลเลียม เชอร์แมนคงต้องเรียกว่า “นายพลจอมเผา” เพราะนอกจากบุกทำลายแล้วยังเผาวอดวายไปทั้งแถบ แถมเผาแบบไม่เลือกหน้าอินทร์หน้าพรหมใดๆ ทั้งสิ้น แม้กระทั่งบ้านเรือนและสมบัติของพลเรือนที่ไม่เกี่ยวกับทางการทหาร
นายพลวิลเลี่ยม เชอร์แมนนำไพร่พลกว่าหนึ่งแสนนายบุกฝ่าเมืองแอตแลนตาในรัฐจอร์เจีย แต่ก่อนจะกรีฑาทัพเข้าแอตแลนตาก็เจอกองกำลังของทหารฝ่ายใต้นำโดยนายพลโจเซฟ อี.จอห์นสตัน ปรากฎว่ากองทัพฝ่ายเหนือชนะฝ่ายใต้ นายพลจอมเผาจึงเดินหน้าไปยึดเมืองแอตเลนตา ระหว่างทางกรีฑาทัพ กองทัพฝ่ายเหนือเผาทำลายทุกอย่างในทุกเมืองที่ผ่านมาราบเป็นหน้ากลอง ทุกอย่างเสียหายใช้การไม่ได้ รวมทั้งปล้นคฤหาสน์ชาวใต้ทั้งหลายด้วย นอกจากนี้ยังทำลายเส้นทางคมนาคม ไม่ว่าจะเป็นถนน ทางรถไฟ เสาโทรเลข สะพาน ตลอดจนยุ้งฉางพืชสวนไร่นาจนหมดเพื่อไม่ให้ชาวจอร์เจียส่งเสบียงให้กองทัพฝ่ายใต้ได้อีกต่อไป
ไม่ว่าจะเหยียบย่างไปทางไหน กองกำลังแยงกี้เผาทุกอย่างจนเสียหายหมดทุกเมือง เพื่อต้องการทำลายขวัญของแนวหลัง และทำให้ทหารแนวหน้าห่วงหน้าพะวงหลังไม่เป็นอันสู้รบ การกระทำของนายพลจอมเผาชอร์แมนสร้างความเจ็บปวดหัวใจให้ชาวใต้มาจนถึงทุกวันนี้
หลังยึดเมืองแอตแลนตาได้สองเดือน กองทัพฝ่ายเหนือภายใต้การนำของนายพลวิลเลี่ยม เชอร์แมนก็เผาแอตแลนต้าจนเรียบวุธทั้งเมืองเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ค.ศ.1864 แล้วย้ายกองทัพออกจากแอตแลนตาท่ามกลางซากเมืองปรักหักพัง เสียงร้องไห้ และเสียงสาปแช่งของชาวสมาพันธรัฐ
กองกำลังฝ่ายเหนือเคลื่อนพลต่อไปยังชายฝั่งแอตแลนติก โดยสนุกสนานกับการเผาเมืองไปตลอดทางกว่า 300 ไมล์ นอกจากเผาแล้วยังปล้นชิงทุกอย่างที่ขวางหน้ารวมทั้งฆ่าสัตว์ทุกตัวที่พบระหว่างทาง การทำลายทุกอย่างไม่ให้เหลือซากเพื่อให้ทุกคนในภาคใต้ไม่เหลืออะไร โดยเฉพาะเจ้าของที่ดินรายใหญ่ที่จนลงอย่างฉับพลัน
จากนั้นก็บ่ายหน้าไปยังเมืองสะวันนา อันเป็นเมืองชายฝั่งที่สำคัญในรัฐจอร์เจีย โดยมุ่งตัดภาคใต้ออกเป็นสองส่วน เมื่อยึดเมืองสะวันนาได้แล้ว นายพลวิลเลี่ยม เชอร์แมนก็โทรเลขไปบอกประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอล์น จากนั้นเอาใจลินคอล์นด้วยการมอบเมืองที่เพิ่งยึดมาหมาดๆ เป็นของขวัญวันคริสต์มาสปีนั้น นายพลวิลเลี่ยม เชอร์แมนกลายเป็นวีรบุรุษชาวเหนือขวัญใจแยงกี้ แต่ชื่อนี้คือความปวดร้าวสำหรับชาวใต้ทุกคนมาจนทุกวันนี้

คุณแหน:3 มีนาคม 2569
อิหร่าน เปิดยอดความสูญเสียพุ่ง 555 ราย สหรัฐ-อิสราเอลโจมตีลาม 131 เมืองทั่วประเทศ
ณัฏฐ์ มงคลนาวิน วิเคราะห์หัวใจหลัก จุดแข็ง จุดอ่อน 3 ระบอบการปกครอง
เลขาฯ แพทยสภาแจง ดรามา ไหมทองคำ ไม่ได้ขายในงานแพทย์ ยังไม่ผ่าน อย. ถือเป็นของผิดกฎหมาย
ทั่วอเมริกาเฝ้าระวังขั้นสุด สั่งเพิ่มกำลังตำรวจลาดตระเวน 24 ชม. หวั่นเกิดเหตุล้างแค้นรุนแรง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี