วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569

การไปดูละครบรอดเวย์นั้นไม่ใช่แค่การไป "ดู" ละคร หากแต่เป็นการไป "ดู" ผู้มาชมละครด้วย โดยธรรมเนียมของการดูละครบรอดเวย์ ผู้คนมักแต่งตัวอย่างหรูเริดอลังการ การแต่งตัวสวยหล่อมาดูละครบรอดเวย์ถือเป็นหนึ่งในมารยาทสังคมที่สุภาพชนพึงปฏิบัติ
บรอดเวย์คือถนนสายหนึ่งที่มีโรงละครหลากหลายเปิดแสดงละครหลายเรื่องไม่ซ้ำกัน ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไป ยกเว้นแต่โรงละครมาเจสติกเพียงโรงเดียวที่ยืนโรงแสดงละครเรื่อง The Phantom of the Opera ต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 ปี นานกว่าละครทุกเรื่องที่เคยเปิดแสดงมาในบรอดเวย์
ละครบรอดเวย์ถือเป็นละครเพลงยอดนิยมของอเมริกา มีการกำหนดรูปแบบการแสดง เพลงและการเต้นรำตายตัวไม่ว่าจะเปิดการแสดงกี่รอบก็ตาม ในส่วนของ The Phantom of the Opera หรือ Le Fantôme de l'Opéra นั้นเป็นวรรณกรรมฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงระดับโลก แต่งโดยนักเขียนชาวฝรั่งเศสชื่อกาสตง เลอรูซ์ ในปี ค.ศ.1909 เป็นนวนิยายแนวโกธิกลึกลับสยองขวัญ อิงจากเรื่องจริงในโรงอุปรากรการ์นิเย่ของฝรั่งเศส
เนื้อเรื่องบรรยายถึงความรักสามเส้าระหว่างชายอัปลักษณ์ชื่ออีริค กับคริสทีน ดาเอ้ นักร้องอุปรากรสาวสวยซึ่งเป็นลูกศิษย์ของตน และราอูล หนุ่มรูปงามซึ่งเป็นเพื่อนวัยเยาว์ของคริสทีน รักสามเส้านี้ก็ปิดฉากลงด้วยโศกนาฎกรรม
ด้วยความรันทดแต่งดงามเช่นนี้เองทำให้มีการนำมาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ ละครเวที และละครเพลงอบ่อยครั้งตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา และยังมีบทประพันธ์ที่เกี่ยวข้องอีกหลายเรื่อง เช่น The Phantom โดย Susan Kay และ Phantom of the Manhattan
นอกจากเพลง The Phantom of the Opera ที่ประทับใจคนทั้งโลกแล้ว ยังมีหลายเพลงที่กลายเป็นเพลงยอดนิยมเช่น Think of Me หากใครที่เสียงไม่ถึงแล้วร้องเพลงนี้ มีสิทธิ์ดับอนาถกลางเวทีแน่นอน เพราะโหนเสียงสูงปริ๊ด คือต้องเสียงดีจริงๆ ถึงจะร้องเพลงนี้ได้เต็มปอด ส่วนอีกเพลงที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันคือ Angel of Music และ All I Ask of You ซึ่งเป็นเพลงหวานซึ้งน่ารักในการเข้าด้ายเข้าเข็มระหว่างราอูลกับคริสทีน ขณะที่แฟนธ่อมซุ่มมองในมุมมืดด้วยความริษยาคั่งแค้น
The Phantom of the Opera ถือเป็นนิยายอิงประวัติศาสตร์เรื่องหนึ่ง กาสตง เลอรูซ์เขียนจากแรงบันดาลใจจากเหตุการณ์จริงในอดีต นั่นคือการที่โคมระย้าประกอบการแสดงเรื่อง "เฟ้าส์" ถล่มลงมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตคนหนึ่งและบาดเจ็บอีกหลายคน ผนวกกับการจมน้ำตายของคนกลุ่มหนึ่งในคลองใต้โรงละคร รวมถึงการพบศพเคาท์ฟิลลิปป์ซึ่งเป็นผู้อุปถัมป์โรงละครที่ปากท่อระบายน้ำ และที่สำคัญที่สุดคือเสียงลือเสียงเล่าอ้างเกี่ยวกับเรื่อง "ผี" ในโรงละคร เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นคือจุดเริ่มต้นของนิยายโศกนาฎกรรมเรื่องนี้
มีการนำ The Phantom of the Opera มาสร้างเป็นภาพยนตร์ในปี ค.ศ. 1925 Andrew Lloyd Webber นำมาสร้างเป็นละครเพลงบรอดเวย์ในปี ค.ศ.1986 เปิดแสดงเป็นครั้งแรกที่โรงละคร Her Majesty's Theatre ในกรุงลอนดอน ปรากฏว่าได้รับความนิยมอย่างท่วมท้น อีกสองปีต่อมา เปิดการแสดงฝั่งอเมริกาที่โรงละครมาเจสติกซึ่งได้รับความสำเร็จถล่มทลายไม่แพ้กัน จากนั้นก็แสดงติดต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน นับเป็นละครเพลงที่เปิดการแสดงนานที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ของละครบรอดเวย์
The Phantom of the Opera เด่นดังยิ่งขึ้นเมื่อได้รับรางวัล Olivier Award ในปีแรกที่เปิดการแสดง และได้รับรางวัลนี้ซ้ำอีกครั้งในปี ค.ศ. 2002 อีกทั้งได้รับรางวัลโทนี่ในปี ค.ศ. 1988 จากนั้นเปิดการแสดงทั่วโลกและมีผู้ชมกว่าร้อยล้านคน
คนที่เคยดูภาพยนตร์เรื่องนี้ คงจำได้ว่าฉากแรกเป็นฉากที่เดินเรื่องจากท้ายเรื่องมาสู่ต้นเรื่อง ด้วยการเปิดประมูลข้าวของทุกชิ้นในโรงละคร ซึ่งฉากในละครบรอดเวย์ก็จัดไว้เช่นนั้นคือ เริ่มต้นด้วยการประมูลสิ่งของ โดยซ่อนโคมระย้าอันงามระยับไว้ใต้ผ้าคลุม เมื่อราอูลในวัยชรามาดูการประมูล ก็เปิดผ้าที่คลุมโคมระย้าออกมา ทำให้ทุกอย่างอลังการมลังเมลืองเหมือนเมื่อครั้งที่โรงละครในเรื่องเปิดการแสดง
ฉากจบปิดท้ายได้สวยงามมาก คือสปอตไลท์สาดส่องไปที่เก้าอี้ตัวหนึ่ง มีดอกกุหลาบแดงวางอยู่บนนั้นแทนการหายตัวไปอย่างปริศนาของแฟนธ่อม แน่นอนว่าจบลงท่ามกลางประทับใจของคนดูโดยทั่วหน้ากัน เพราะทุกคนพร้อมใจกันลุกขึ้นยืนปรบมืออย่างต่อเนื่องยาวนานเป็นเวลาหลายนาที
เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี