วันศุกร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
รัฐบาล“อนุทิน 2”ของนายอนุทิน ชาญวีรกูลเพิ่งจะเริ่มยังไม่ทันพ้นปากอ่าว ก็ส่อเค้าว่า“เรือจะหาย”เสียแล้ว จากกรณีที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ย้ายนายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ และความแตกเกี่ยวกับความไม่ชอบมาพากล เมื่อนายราเชนตัดสินใจได้ยื่นใบลาออกจากราชการ
หนังสือลาออกจากราชการลงวันที่ 28 เมษายน 2569 ของนายราเชน ศิลปะรายะ ที่ยื่นต่อนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรฯ โดยให้มีผลในวันที่ 23 มิถุนายน 2569 อีกสองเดือนข้างหน้านั้น แสดงนัยสำคัญถึงเบื้องหลังการถูกย้ายแบบ“สายฟ้าแลบ”นอกฤดูกาลว่า “เนื่องจากไม่สามารถสนองนโยบายของฝ่ายการเมืองได้”
ที่“ไม่สามารถสนองนโยบายของฝ่ายการเมืองได้”นั้น เวลานี้ปรากฏเป็นข่าวรับรู้กันโดยทั่วแล้วว่า มีปมเหตุมาจากหลานชายของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ตามที่นายราเชน ศิลปะรายะ เปิดเผยว่า “มีโทรศัพท์อ้างว่า เป็นอดีตซีอีโอของสายการบิน นามสกุล จ.ประสานมาว่าจะขอพบ พอถึงวันมาก็มีบุคคล 3 คนมาพบ เพื่อขอช่วยดูงานด้านซ่อม ซึ่งวันนั้นผมต้องไปราชการ จึงแจ้งว่า ไม่ได้นัดกับพวกท่าน แต่ได้นัดกับคนที่กล่าวมาแล้ว จึงขอโทษเขา เพราะไม่ทราบว่า เขาจะเป็นมิจฉาชีพ หรืออะไรหรือไม่ จึงขอโทษ”
และเรื่องนี้นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ในฐานะเจ้ากระทรวงที่กำกับดูแลกรมฝนหลวงฯ ก็ได้ยอมรับโดยให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า บุคคลที่โทรศัพท์ไปนัดพบกับนายราเชน ศิลปะรายะ เพื่อของานดูแลการซ่อมอากาศยานคือ เครื่องบินของกรมฝนหลวงฯ นั้น เป็นหลานของตนจริง
แต่สำหรับประเด็นที่ว่านัดแล้วไม่ได้พบ ทำให้เป็นสาเหตุของการย้ายนายราเชน, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “เรื่องแค่นี้ไม่ถึงกับต้องย้าย นัดวันนี้ไม่ได้ นัดวันหลังก็ได้ ตั้งแต่เป็นรัฐมนตรีมายังไม่เคยใช้อำนาจหน้าที่ย้ายข้าราชการ เรื่องนี้สามารถย้อนตรวจสอบได้”
พร้อมกันนี้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ยังเปิดเผยอีกว่า “สิ่งที่หลานผมไปของบประมาณในการซ่อมอากาศยานเป็นเรื่องผิดกฎหมาย อธิบดีไม่อนุมัติให้ เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว จะเอาสาเหตุนี้ไปย้ายมันไม่ได้ สมัยผมอยู่ที่กระทรวงคมนาคม หลานผมทำธุรกิจสายการบิน ผมยังสั่งการไปยัง บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ว่าให้ทำทุกอย่างให้เป็นไปตามกฎหมาย”
สรุปขมวดความก็คือ หลานของนายสุริยะจึงรุ่งเรืองกิจ ที่ถูกกล่าวถึง ก็คือ“นายทวีฉัตร จุฬางกูร”เจ้าของฉายา“เซียนหุ้นหมื่นล้าน” บุตรชายของนายสรรเสริญ จุฬางกูร พี่ชายคนโตของนายสุริยะ ที่ไม่ได้ใช้นามสกุล“จึงรุ่งเรืองกิจ” แต่เปลี่ยนสกุลจาก“แซ่จึง”ไปตั้งนามสกุลเองต่างหาก ซึ่งนายสรรเสริญก็คือผู้ก่อตั้งกลุ่มซัมมิท (Summit Group) บริษัทกงสีของ“ตระกูล
จึงรุ่งเรืองกิจ” และเป็นพี่ชายของนายพัฒนา จึงรุ่งเรืองกิจบิดาของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
โดยนายทวีฉัตร จุฬางกูร นั้น มีเป้าหมายจับจ้องไปยังงบประมาณซ่อมบำรุงอากาศยานของกรมฝนหลวงฯจำนวน 30 ลำ ที่มีการตั้งวงเงินงบประมาณไว้ปีละ 300 ล้านบาทและรวมไปถึงในระยะยาวที่อาจจะมีการจัดซื้อฝูงบินของกรมฝนหลวงฯใหม่ทั้งหมดอีกด้วย
ตามไปดูต่อ สมัยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กรณีการแปรรูป “ปตท.”จากรัฐวิสาหกิจเป็นบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ด้วยการกระจายหุ้นเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ในรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ที่มีนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2544 นั้น หุ้นที่ถูกจองหมดภายในเวลา 1 นาที 17 วินาที ก็ปรากฏว่า นายทวีฉัตร จุฬางกูร คือผู้ที่ได้รับการจัดสรรหุ้นมากที่สุดถึง 2.2 ล้านหุ้น
ถ้าจะว่าไป ระหว่างอาหรือ“อาเจ็ก”กับ“หลาน”ก็คนในครอบครัวเดียวกัน เพราะไม่เพียงแต่นายทวีฉัตร จุฬางกูรจะติดต่อขอพบนายนายราเชน ศิลปะรายะ เท่านั้น นายราเชนยังเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวด้วยว่า ช่วงต้นเดือนเมษายนมีโทรศัพท์ลึกลับโทรฯเข้ามา ให้เอาคำขอตั้งงบประมาณปี 2570 ไปพบ“ผู้ใหญ่”บนชั้น 4 ของพรรคการเมืองหนึ่งแถวถนนวิภาวดีฯ นี้ก็คงหมายถึงพรรคเพื่อไทย
นายราเชน ศิลปะรายะ ให้รายละเอียดว่า “ก็โดนเรียกไปทุกกรม ผมก็ไป ทำความเข้าใจชี้แจงว่าการตั้งงบประมาณเป็นอย่างนี้ เขาก็ขอไว้ชุดหนึ่ง วันนั้นผมไปเป็นหน่วยงานที่สอง หน่วยงานแรกคือกรมส่งเสริมสหกรณ์ ส่วนกรมฝนหลวงฯก็ช่วงบ่าย หลังจากนั้นก็สำนักงาน ส.ป.ก. ทุกกรมถูกสั่งให้ไป เพื่อขอดูว่าตั้งงบฯอะไรไว้บ้าง”
อย่างไรก็ตาม กล่าวสำหรับนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ถือได้ว่าเป็นรัฐมนตรีที่มีเรื่องทุจริตคอร์รัปชันเป็นภาพฝังจำของประชาชนคนไทยตลอดมา เรียกว่าเข้าไปอยู่กระทรวงไหนก็ต้องมี“เรื่องอื้อฉาว”เกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชันเกิดขึ้นเสมอ
โด่งดังที่สุดก็คือ สมัยที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ในช่วงปี 2545-2548 ที่มี นักโทษเด็ดขาดชายทักษิณชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี โดยคดีแรก คือคดีทุจริตจัดซื้อสายพานลำเลียงกระเป๋าสัมภาระผู้โดยสาร และเครื่องตรวจวัตถุระเบิดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (CTX9000) ซึ่ง“ทักษิณ”กับนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ถูก“คตส.”สอบสวนและส่งสำนวนให้ ป.ป.ช.ดำเนินการต่อ แต่สุดท้ายรอดมาได้ โดยเมื่อปี 2555 ป.ป.ช.ชี้มูลว่า พยานหลักฐานทั้งหมดไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์ได้ว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำผิด จึงยกคำร้อง
คดีที่ 2 คดีทุจริตโครงการก่อสร้างระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและสถานีรับส่งผู้โดยสารอากาศยานในเมือง (โครงการแอร์พอร์ตลิงก์) มูลค่า 2.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเมื่อคดีถึงที่สุด มีจำเลยบางคนที่ร่วมกระทำผิดถูกศาลพิพากษาจำคุก 6 ปี แต่สำหรับนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ป.ป.ช.มีมติให้ยกคำร้องตั้งแต่ก่อนคดีจะขึ้นสู่ศาล ด้วยเหตุผลที่ว่าหลักฐานไม่เพียงพอ
คดีที่ 3 คดีทุจริตจัดซื้อเครื่องบินแอร์บัส “A340-500” และ“A340-600” จำนวน 10 ลำ มูลค่า 5.3 หมื่นล้านบาท ในช่วงปี 2546-2547 โดยคณะรัฐมนตรีที่มี“ทักษิณ ชินวัตร”เป็นนายกรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบตามที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในขณะนั้น เป็นผู้ลงนามเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี และในบั้นปลายก็เหมือนกับสองคดีที่กล่าวมาป.ป.ช.ชุดใหญ่มีมติในเดือนกรกฎาคม ปี 2566ยกคำร้องด้วยมติ 4 ต่อ 2
ต้องจับตาดูกันต่อว่า “กรณีอธิบดีกรมฝนหลวงฯ”เรื่องราวจะดำเนินต่อไปอย่างไร เพราะมีเสียงพูดกันหนาหูว่า ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานั้น มีนักการเมืองบางคนใช้เงินลงทุน“เซ้งพรรค”มา และหมดเงินไปไม่ต่ำกว่า 5 พันล้านบาทเพื่อการเลือกตั้ง แต่ยังไม่ทันได้ถอนทุนคืน “ไก่”ก็ดันมา“ตื่น”เสียก่อน
สุดท้ายก็ต้องถาม“อนุทิน ชาญวีรกูล”ว่าจะเอายังไง ส่วนฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาชนนั้น เลิกพูดไปได้เลย เพราะเจ้าของพรรคตัวจริงเป็นคน“แซ่จึง” เมื่อก่อเกิดจากรากเหง้าเดียวกัน ก็คงมิอาจ“ต้มถั่วใช้เถาถั่วเป็นเชื้อไฟ” !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารชั้นสัญญาบัตร และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง
เงินเข้าวันนี้ 20,000 บาท แบงก์กรุงเทพจ่ายพิเศษช่วยค่าครองชีพพนักงาน
คาเฟ่ดังสไตล์ทุ่งนา เมืองกาญจน์ ประกาศปิดถาวร 5 พ.ค.นี้
เลขาฯยูเอ็น ส่งสัญญาณอันตราย วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ บีบคั้นเศรษฐกิจโลก
สวยสับไม่พัก เซย่า ณิชฎา ลูกสาวพ่อพีท ทองเจือ สลัดลุคหวานเดินรันเวย์ไฟลุก ชมคลิป

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี