วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569
.jpg)
โฉมหน้าอเมริกาปัจจุบันนี้คือผลผลิตจากสงครามกลางเมือง นับเป็นสงครามอันนองเลือดที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกามีผู้บาดเจ็บล้มตายไม่น้อยกว่า 1,030,000 ราย หรือร้อยละสามของประชากรทั้งหมดทหารเสียชีวิต 620,000 นาย และพลเรือนเสียชีวิต 50,000 คน แต่ตัวเลขผู้เสียชีวิตที่แท้จริงอาจสูงถึง 750,000 - 850,000 นาย ซึ่งจำนวนผู้เสียชีวิตในสงครามกลางเมืองนี้มากกว่าจำนวนทหารอเมริกันที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่สองถึงสองเท่า
สงครามกลางเมืองจบสิ้นลงท่ามกลางความสูญเสียของอเมริกันทั้งฝ่ายเหนือและฝ่ายใต้ รวมเวลาที่ทำสงครามกันสี่ปีเต็มจบลงด้วยการที่ฝ่ายเหนือเป็นฝ่ายชนะ จุดหักเหที่ทำให้กองทัพฝ่ายเหนือชนะกองทัพฝ่ายใต้คือศึกในสมรภูมิเก็ตตี้สเบิร์ก ที่นี่เป็นเมืองเล็กๆ แวดล้อมด้วยหุบเขาในรัฐเพนซิลเวเนีย
การสู้รบในสมรภูมิเก็ตตี้สเบิร์กกินเวลาทั้งหมด 3 วันเต็ม การปะทะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 1 กรกฎาคม คศ 1863 จนถึงวันที่ 3 ซึ่งเป็นวันแตกหัก ถือเป็นการรบที่เป็นความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงของชาติ เป็นสมรภูมิที่นองเลือดที่สุดในอเมริกา
เก็ตตี้สเบิร์กจึงกลายเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยหยาดเลือด หยดน้ำตา และความตาย เต็มด้วยหลุมฝังศพทั้งเมือง บางครั้งไม่อาจระบุได้ว่าทหารที่ตายเป็นใครและฝ่ายไหน จึงขุดหลุมขนาดใหญ่แล้วเทซากศพทหารทั้งฝ่ายเหนือฝ่ายใต้ลงฝังรวมกัน
ลองหลับตานึกภาพหลังสงครามในเก็ตตี้สเบิร์ก หลังจากกองทัพฝ่ายใต้เคลื่อนพลออกจากเมืองในคืนวันที่สี่ ซึ่งเกิดพายุฝนโหมกระหน่ำตลอดวันตลอดคืน ภาพที่ชาวเมืองเห็นในเช้าวันที่ 5 กรกฎาคมคือซากศพเกลื่อนเมือง ระเกะระกะทุกหนแห่ง
ศพทหารนั้นมีจำนวนถึงแปดพันศพ ยังไม่นับทหารบาดเจ็บนอนรอความตายในสนามรบ ซึ่งก็คือทุ่งข้าวสาลี สวน และอาณาบริเวณบ้านของชาวเมือง นอกจากศพทหารแล้วยังมีซากม้าอีก 3000 ซาก
ลองคิดดูสภาพศพและซากสัตว์มากกว่าหมื่นซาก ที่ถูกฝนชะมาหนึ่งวันหนึ่งคืนเต็มๆ ขณะที่ชาวเมืองมีประมาณ 2400 คนเวลานั้น ทั้งกลิ่นเหม็นและฝูงแมลงวันคงเป็นภาวะทำใจได้ยาก นอกจากต้องทนกับกลิ่นศพแล้ว ชิ้นส่วนมนุษย์กระจัดกระจายที่นั่นที่นี่เกลื่อนเมือง สร้างความสยดสยองให้ชาวเมืองไม่ใช่น้อย
ชาวเมืองเก็ตตี้สเบิร์กช่วยกันฝังศพทหารทั้งสองฝ่าย เรียกว่าเจอที่ไหนฝังที่นั่น หรือขุดหลุมใหญ่ๆ แล้วเทศพลงไปฝังในหลุมเดียวกัน ไม่แยกว่าเป็นทหารฝ่ายไหน ไม่สนใจสืบหาว่าศพเหล่านั้นเป็นศพใครมาจากหน่วยไหน การฝังศพเป็นไปอย่างลวกๆ เพราะปริมาณศพมากมายก่ายกอง ต้องทำงานแข่งกับเวลา เพราะศพเหล่านั้นเริ่มเน่าเฟะ
กลิ่นซากศพไม่ได้ตลบอบอวลอยู่แค่ในเมืองเก็ตตี้สเบิร์กเท่านั้น หากยังส่งกลิ่นไปยังเมืองข้างเคียงอีกด้วย ทำให้ชาวเมืองเก็ตตี้สเบิร์กและเมืองข้างเคียงเจ็บไข้ได้ป่วยโดยถ้วนหน้ากัน ในส่วนของซากม้านั้น ชาวเมืองนำมาสุมรวมกันแล้วเผา กลิ่นเน่าน่าสะอิดสะเอียนและเสียงฉู่ฉี่ของเนื้อไหม้เหม็นตลบไปไกล ติดแน่นในจมูกและความรู้สึกของทุกคนที่ได้กลิ่น
นอกจากต้องทนกลิ่นศพแล้ว ปัญหาที่ตามมาอีกปัญหาหนึ่งคือ เรื่องอาหารการกิน จำนวนทหารบาดเจ็บมากมายจนไม่รู้ว่าจะหาอาหารมาให้ได้อย่างไร อีกทั้งแหล่งน้ำก็ปนเปื้อนได้ด้วยซากศพ จนดื่มแทบไม่ได้
บ้านทุกหลังในเก็ตตี้สเบิร์กแปรสภาพเป็นโรงพยาบาลแบบตามมีตามเกิด หากมีการสู้รบในเมืองใหญ่หรือตามสนามรบต่างๆ มักจะมีโรงพยาบาลรองรับ แต่กรณีเก็ตตี้สเบิร์กนั้น การรบเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด และไม่มีใครคิดว่าทหารทั้งสองฝ่ายจะมาประจัญหน้าและสู้รบกันในเมืองเล็กๆ แห่งนี้ จึงไม่มีการเตรียมการแต่อย่างใด
ในเมืองเก็ตตี้สเบิร์กมีสุสานประจำเมืองอยู่แห่งหนึ่งในเวลานั้น นั่นคือเอเวอร์กรีน เซมิเทรี่ (Evergreen Cemetery) โดยก่อตั้งมาก่อนเกิดสงครามกลางเมือง คือในค.ศ.1853 ปากทางเข้าสุสานมีบ้านอิฐหลังใหญ่ที่เป็นบ้านของคนดูแลสุสาน เรียกว่า “เกตเฮาส์” (gatehouse) ช่วงสามวันแห่งการรบในเก็ตตี้สเบิร์ก บ้านหลังนี้กลายเป็นศูนย์บัญชาการรบของกองพันที่สิบเอ็ดแห่งกองทัพฝ่ายเหนือ
หลังจากฝังศพทหารทั้งฝ่ายเหนือฝ่ายใต้แล้ว ชาวเมืองเกิดความคิดว่าสมควรนำศพทหารฝ่ายเหนือมาฝังใหม่เพื่อเป็นการให้เกียรติโดยการระบุชื่อและหน่วยที่สังกัด โดยใช้พื้นที่เดิมของสุสานเอเวอร์กรีนและขยายที่ดินออกไปอีก และขนานนามว่า “สุสานทหารแห่งชาติ” ( Soldiers' National Cemetery)

พิพัฒน์ โพสต์ ขอบคุณ อนุทิน ไว้วางใจ แจงเจตนาส่งหนังสือลาออก ผอ.ศบก. แสดงความบริสุทธิ์ใจ
ลิซ่า ลลิษา ปล่อยช็อตเด็ดอวดลุคแซ่บริมทะเล สวยสะพรั่งฉลองวันเกิดอายุครบ 29 ปี
กบน. มติขึ้นขึ้นอีก 1.80 บาท ดัน ดีเซลทะลุ 40 บาท
ไวรัลสนั่นโลก สื่อนอกตีข่าว มิสแกรนด์ปทุมฯ วีเนียร์หลุดกลางเวทีประกวดนางงาม
โปรดเกล้าฯ นาวาอากาศเอก ธนาศักดิ์ สีขาว เป็นนายทหารราชองครักษ์ประจำพระองค์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี