วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569ที่ผ่านมา นายหมิงเฉิน ซัน หนุ่มชาวจีนอายุ 31 ปี ได้ขับรถประสบอุบัติเหตุในพื้นที่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประสบเหตุได้เข้าช่วยเหลือ แต่กลับพบพิรุธ เพราะเขาไม่ยอมให้ช่วย และเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบซองใส่ปืนและอาวุธปืนสั้นติดตัว ซึ่งชาวต่างชาติไม่ควรมีอาวุธไว้ในครอบครอง
เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ขยายผลไปค้นบ้านพัก และได้พบคลังอาวุธขนาดไม่ธรรมดา ที่มีทั้งอาวุธสงคราม เช่น ปืน M-16 ปืน M-4 วัตถุระเบิด C4 น้ำหนักกว่า 4,842.4 กรัม ระเบิดสังหารรัสเซีย POMZ2 4 ลูก ระเบิดสังหารแบบขว้าง 6 ลูก ชุดกระสุนขนาด 5.56 มม. รวม 791 นัด ประจุไฟฟ้า และรีโมทรับ-ส่ง 2 ชุดรวมทั้ง ปืนสั้น Glock เสื้อเกราะกันกระสุน 3 ตัว หน้ากากกันแก๊สพิษ น้ำมันเบนซิน 80 ลิตรซึ่งเป็นจำนวนและขนาดมากพอที่จะก่อเหตุร้ายหรือวินาศกรรมได้
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจพบ พาสปอร์ตสัญชาติจีน เกาหลี กัมพูชา โดมินิกัน และบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสัญชาติ (บัตรสีชมพู) ที่ออกให้โดยหน่วยราชการไทย พร้อมเลขประจำตัว 13 หลัก รวมทั้งคลิปในโทรศัพท์มือถือของชาวจีนคนนี้ ที่เป็นคลิปการฝึกยิงอาวุธสงคราม การขว้างระเบิดมือสังหาร ซึ่งสถานที่ฝึกเป็นค่ายรบพิเศษ 911 กัมพูชา หรือ นักรบ BHQ ค่ายฝึกนักรบองครักษ์พิทักษ์ฮุนเซน
จากการตรวจสอบประวัติ นายหมิงเฉินซัน เช่าบ้านพักอาศัยมาแล้ว 2 ปี ในอัตราเดือนละ 38,000 บาท เดินทางเข้า-ออกประเทศไทยบ่อยมาก มีเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มหลอกลวงหรือสแกมเมอร์ในกัมพูชา และเส้นทางการเงินที่จ่ายเงินซื้ออาวุธสงครามในประเทศไทย
ที่ตลกร้ายคือ มีเส้นทางการเงินที่เป็นหลักฐานว่า ซื้ออาวุธปืนสงครามจาก ข้าราชการทหาร โดยผ่านนายหน้า และอาวุธปืนสั้น Glock เป็นอาวุธปืนสวัสดิการข้าราชการตำรวจ ที่ผู้มีกรรมสิทธิ์และครอบครองปืนจะต้องเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้น แต่ปืนสั้นกระบอกนี้ ได้ถูกจำนำเพื่อเป็นหลักประกันในการชำระหนี้ และเปลี่ยนมือกันไปหลายมือ ซึ่งยังตรวจสอบไม่ได้ว่า ตกอยู่ในมือชาวจีนคนนี้ได้อย่างไร
ในตอนแรกผู้ต้องหาชาวจีนได้พยายามอธิบายว่า ตนเองมีปัญหาจิตเวช และอาวุธต่างๆ ที่มีไว้ในครอบครอง สำหรับไว้ใช้ปลิดชีพตนเองเท่านั้น ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่เชื่อได้ยากยิ่ง
เจ้าหน้าที่ตำรวจควรตรวจสอบในเชิงลึกให้ได้ความชัดเจนว่า ผู้ต้องหาชาวจีนนี้ เข้ามาในเมืองไทย โดยมีวัตถุประสงค์อะไร ประกอบธุรกิจอะไร หรือเป็นนายใหญ่ตัวจริงของสแกมเมอร์ในกัมพูชา แต่มาหลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการถือครองอาวุธสงคราม และคลังอาวุธขนาดย่อมในลักษณะเช่นนี้ มีไว้เพื่อทำอะไรกันแน่ แม้จะยังไม่สามารถตรวจสอบได้ในขณะนี้ก็ตาม
คนไทย และเจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนจะต้องถูกตรวจสอบ เพียงแค่การขายอาวุธสงคราม และปืนไม่ถูกต้องตามกฎหมายให้แก่คนไทยด้วยกัน ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำอยู่แล้ว แต่การที่กระทำต่อชาวต่างชาติ ที่มีลักษณะเป็นผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยเฉพาะคนที่เป็นเจ้าหน้าที่ น่าจะยิ่งตระหนักถึงภัยอันตรายต่อประชาชนคนไทยและประเทศชาติ ไม่ควรเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนที่ถูกหยิบยื่นให้
การตรวจพบการกระทำความผิดของผู้ต้องหาชาวจีนคนนี้ แม้เป็นเรื่องบังเอิญในเบื้องต้น เพราะเริ่มจากการเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ธรรมดา และขยายผลจนพบการกระทำความผิดอื่น แต่ต้องชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจคนแรกที่สังเกตเห็นพิรุธ และดำเนินการตรวจสอบต่อ จนพบการกระทำความผิดอื่น
คำถามคาใจของประชาชนคนไทยต่อชาวจีนและคลังอาวุธนี้ มีว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารเกี่ยวข้อง ทำไมจึงไม่มีเบาะแส ข้อมูล และไม่ทราบถึงการกระทำความผิดนี้เลย ตลอดจนการเก็บรักษาอาวุธสงคราม และอาวุธของทางราชการ ทำไมถึงได้ประมาทและปล่อยปละละเลยมากเช่นนี้
ดร.รุจิระ บุนนาค
กรรมการผู้จัดการ
Marut Bunnag International Law Office
rujira_bunnag@yahoo.com
Twitter : @RujiraBunnag

เลขนี้มาแน่! มัดรวมเลขเด็ด 16 พ.ค.69 สถิติวันเสาร์ทำถึงมาก ใครพลาดมีร้อง
ดร.ธนพร เข้าขอโทษ ภูมิธรรม หลังเจอฟ้อง ยกเป็นบทเรียนเตือนสตินักวิพากษ์วิจารณ์
จุดธูปขอเลขสร้างเจดีย์ อึ้งผลลัพธ์ตรงเป๊ะ ทะเบียนรถช่าง-อายุคนตาย!
ทรัมป์ คุยกับ สี จิ้นผิง ปมอิหร่านแค่ย้ำจุดยืน ไม่ได้ขอความช่วยเหลือจากจีน
ทร.ลุ้นรัฐบาลไฟเขียวแจงงบ ฟริเกตลำที่ 2 ปี 70 ผบ.ทร.ระบุ นายกฯ กำชับให้เลือกสิ่งที่ที่ดีที่สุด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี