วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569

ยุคหลังสงครามกลางเมืองในอเมริกาเรียกว่า “ยุคฟื้นฟู” (Reconstruction) สงครามกลางเมืองฉีกอเมริกาออกเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจนจึงจำเป็นต้องเร่งฟื้นฟูให้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวโดยเร็วที่สุดเพื่อดำรงความเป็นเอกภาพต่อไป
หลังสงครามกลางเมืองรัฐบาลรัฐทางภาคใต้ไม่ยอมให้ทาสผิวดำมีสิทธิในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งโดยให้เหตุผลว่าคนผิวดำส่วนใหญ่ไม่มีการศึกษาและไม่มีความรู้ทางการเมืองแต่พรรครีพับลิกันก็พยายามส่งเสริมให้ทาสผิวดำเหล่านั้นมีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง
รัฐบาลกลางพยายามฟื้นฟูประเทศโดยนำรัฐทางใต้ผนวกเป็นสหรัฐอเมริกาอีกครั้งด้วยมุ่งหวังให้กลมเกลียวดังเดิมเพื่อเร่งฟื้นฟูทั้งเศรษฐกิจ การเมืองและสังคมให้กลับคืนสู่ปกติโดยเฉพาะรัฐทางใต้ที่เสียหายอย่างหนักจากสงคราม
สถิติในปี ค.ศ.1860 หรือก่อนสงครามกลางเมืองคนผิวขาวทั้งหมดในรัฐทางใต้มีประมาณแปดล้านคนและมีทาสผิวดำถึงสี่ล้านคน สำหรับเจ้าของที่ดินและนายทาสแล้วทาสถือเป็นทรัพย์สมบัติอย่างหนึ่ง ไม่ใช่มนุษย์นายทาสสามารถทำอะไรก็ได้กับทาสของตนโดยไม่ผิดกฎหมาย
เพราะทาสมีฐานะเพียงทรัพย์สมบัติของนายทาสเท่านั้นนอกจากนี้ยังห้ามพวกทาสเรียนหนังสือและเมื่อแต่งงานก็ไม่มีการรับรองทางกฎหมายใดๆ
ต่อมามีการผ่านร่างกฎหมายออกมาเป็นบทบัญญัติรัฐธรรมนูญข้อที่ 14 (Fourteenth Amendment) ในค.ศ. 1868 มีใจความสำคัญคือให้สิทธิเสรีภาพแก่ชาวผิวดำเป็นพลเมืองอเมริกันและบังคับให้รัฐทางใต้ยอมรับบทบัญญัติข้อนี้เข้าไปในธรรมนูญไม่เช่นนั้นจะไม่รับกลับเข้าร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับสหรัฐอเมริกา ในค.ศ.1867
แม้สภาคองเกรสจะให้สิทธิแก่คนผิวดำเท่าเทียมกับคนผิวขาวโดยให้กลายเป็นไท พ้นจากสภาพความเป็นทาสก็ตามแต่ยังเกิดปัญหาตามมาคือมีการใช้คนผิวดำเหล่านี้เป็นเครื่องมือทางการเมืองมีการหว่านล้อมชักจูงไปลงคะแนนเสียงให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งที่มาจากรัฐทางเหนือ แต่อพยพมาลงหลักปักฐานในรัฐทางใต้ คนเหล่านี้เรียกว่า“คาร์เพ็ทแบ็กเกอร์” (Carpetbaggers) หรือพวกนักฉวยโอกาส
พวกคาร์เพ็ทแบ็กเกอร์ร่วมมือกับชาวรัฐทางภาคใต้บางกลุ่มหาผลประโยชน์จากการชักจูงคนผิวดำมาลงคะแนนให้กลุ่มของตนเองเข้าไปเป็นรัฐบาลในรัฐทางใต้ โดยฉวยโอกาสจากการที่คนผิวดำส่วนมากไม่มีการศึกษาและไม่มีความรู้ทางการเมืองมาใช้ประโยชน์
เมื่อกลุ่มคาร์เพ็ทแบ็กเกอร์ตั้งรัฐบาลได้ก็ฉ้อราษฎร์บังหลวงกันอย่างหนักรวมทั้งไม่เกรงต่อกฎหมายใดๆ ด้วยทั้งนี้เพื่อหวังกอบโกยหาประโยชน์แต่เพียงอย่างเดียวรัฐบาลของพวกคาร์เพ็ทแบ็กเกอร์ขึ้นภาษีในอัตราสูงโดยไม่สนใจต่อสภาพที่แท้จริงของรัฐทางใต้แม้แต่น้อยว่ากำลังตกอยู่ในสภาพล้มละลาย
ชาวรัฐทางใต้ที่เป็นคนผิวขาวจึงต่อต้านโดยตั้งสมาคมลับเพื่อต่อต้านการโกงกินของรัฐบาลพวกคาร์เพ็ทแบ็กเกอร์กำจัดคนผิวดำที่ไปลงคะแนนให้พวกคาร์เพ็ทแบ็กเกอร์ด้วยใช้วิธีการรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นการข่มขู่หรือฆ่า
ทั้งนี้เพราะไม่ต้องการให้คนผิวดำมีสิทธิในการลงคะแนนเสียงนั่นเองผลของการให้สิทธิเสรีภาพแก่คนผิวดำให้เท่าเทียมคนผิวขาวสร้างความไม่พอใจอย่างใหญ่หลวงแก่ชาวอเมริกันในรัฐทางใต้ช่วงเวลานี้เองเกิดองค์กรที่เรียกว่า คู คลักซ์ แคลน (Ku Klux Klan -KKK) ขึ้นมา ผู้ก่อตั้งองค์กรนี้เป็นคนผิวขาวสมาชิกในองค์กรส่วนมากกระจายตัวอยู่ทางใต้ของประเทศ
องค์กรนี้มีเเนวคิดเหยียดสีผิวเเบบสุดโต่งและมีจุดประสงค์เพื่อกําจัดคนผิวดำ ยิว และคนที่นับถือนิกายโรมันคาทอลิกให้หมดไปจากอเมริกา
ก่อตั้งขึ้นในปี คศ.1865 เพื่อทำลายล้างคนผิวดำเป็นหลักเมื่อทาสผิวดำได้รับสิทธิเท่าเทียมกับคนผิวขาวเป็นหนแรกคนในรัฐฝ่ายใต้ซึ่งก่อนสงครามมีสถานภาพเป็นเจ้านายใช้งานทาสผิวดำมานานไม่สามารถยอมรับได้ว่าทาสเหล่านั้นมีศักดิ์ศรีและสิทธิของความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกับตนเอง
คนเหล่านั้นจึงรวมตัวอย่างลับๆในเมืองพัลลาสกีที่รัฐเทนเนสซีเพื่อรวมกลุ่มกันสร้างองค์กรลับขึ้นมาเพื่อเชิดชูคนผิวขาว วันที่ 24 ธันวาคม คศ.1865ถือเป็นวันแรกของการก่อตั้งองค์กรลับดับชีพคนผิวดำ “คูคลักซ์แคลน”
ต่อมาการเคลื่อนไหวของ คู คลักซ์ แคลนเพิ่มความรุนแรงและโหดเหี้ยมขึ้น มีการรุมทำร้าย เผาบ้าน ปล้นข่มขืนสตรีรวมทั้งจับคนผิวดำและผิวขาวที่สนับสนุนคนผิวดำมาแขวนคออย่างป่าเถื่อนโดยไม่แยแสต่อกฎหมาย อำนาจของคู คลักซ์แคลนขึ้นถึงจุดสูงสุดในช่วงระหว่างปี คศ.1865-1870เพราะมีกองกำลังเป็นของตนเองในการก่อกวนสร้างความเดือดร้อนให้คนผิวดำ
ประธานธิบดี ยูลิซิส เอส. แกรนต์ (Ulysses S. Grant) ประกาศว่า คูคลักซ์ แคลน เป็นกลุ่มผู้ก่อการร้ายนอกกฏหมายถือเป็นอันตรายต่อระบอบการปกครองจึงมีการกวาดล้างอย่างจริงจังในช่วงปี คศ. 1868-1870 จนทําให้กลุ่มสลายตัวชั่วระยะหนึ่ง แต่ยังไม่หมดไปจากอเมริกาเพราะยังสามารถเห็นสมาชิกในองค์กรนี้เดินขบวนแสดงตัวตามสถานที่ต่างๆ ในภาพข่าวยุคปัจจุบัน
......................................................

ไปรษณีย์ตราดแตก ยอดส่งทุเรียนพุ่งหลังสงกรานต์วันละพันกล่อง คาดคึกคักยาวถึงกรกฎาคม
ชายแดนใต้อย่าลืมสตูล! ชวน ขอรัฐบาลให้ความสำคัญ ติง สมช.อย่าเห็นว่าสงบแล้วมองข้าม
พรุ่งนี้ ดีเซล ลด 1.50 บาท น้ำมันชนิดอื่นคงเดิม
เท้งโอดครวญหนักมาก ไม่มีวันหยุดปฏิบัติหน้าที่ ‘ผู้แทนราษฎร’
ผู้ว่าฯเลย รุดพิสูจน์ปลาแข้ตุ่มพอง คาดแค่ติดเชื้อปรสิต ผลตรวจน้ำโขงปกติ รอแล็บยันสาเหตุ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี