วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569

Underground Railroad คือเครือข่ายลับที่ช่วยเหลือทาสผิวดำในยุคที่อเมริกายังค้าทาสเป็นการรวมกลุ่ม ทั้งคนผิวสีและคนผิวขาวช่วงก่อนสงครามกลางเมือง(ศตวรรษที่ 18-19) โดยมีกลุ่มต่อต้านการค้าทาส (Abolitionists)และโบสถ์ เช่น Quaker เป็นแกนนำ หน้าที่หลักๆคือช่วยทาสผิวสีหลบหนีจากรัฐทางใต้ที่ใช้แรงงานทาสไปยังรัฐทางเหนือหรือแคนาดา เพราะที่นั่นไม่มีทาส จากนั้นทาสจะกลายเป็นไทหรือฟรีแมนไม่ต้องหวาดกลัวต่อการข่มขู่ทำร้ายของนายอีกต่อไป
สมัยนั้นมีการกำหนดเส้นแบ่งระหว่างอเมริการัฐทางเหนือและรัฐทางใต้มีการขีดเส้นกำหนดเขตแดนเรียกว่า “เส้นเมสันแอนด์ดิกสัน” (Masonand Dixon line) โดยกำหนดตั้งแต่ ปี ค.ศ.1763 และค.ศ.1767 โดยชาร์ลส์ เมสัน และเจเรมายห์ ดิกสัน
หากทาสข้ามเส้นเมสันแอนด์ดิกสันมาได้ ถือว่าเข้าสู่เขตรัฐทางเหนือซึ่งไม่นิยมการมีทาส และจะกลายเป็นไทเส้นแบ่งเขตแดนนี้เริ่มต้นตั้งแต่รัฐแคนซัสผ่านรัฐเวอร์จิเนียหากดูตามเส้นแบ่งแดนรัฐเพนซิลเวเนียและเมืองเก็ตตี้สเบิร์กอยู่ทางตอนเหนือ
เก็ตตี้สเบิร์กนับเป็นเมืองหนึ่งที่เป็นที่จุดหลบซ่อนทาสผิวสีที่หนีความทารุณของนายทาสทางใต้ขึ้นสู่รัฐทางเหนือเนื่องจากรัฐที่อยู่ถัดลงไปทางใต้คือรัฐเวอร์จิเนีย ถือเป็นรัฐทางใต้
ส่วนรัฐเพนซิลเวเนียถือเป็นรัฐทางเหนือประเด็นสำคัญคือทาสต้องพยายามหลบหนีจากที่ดินของนายทาสแล้วเอาตัวรอดจนสามารถข้ามเส้นแบ่งเมสันแอนด์ดิกสันให้ได้ซึ่งในเวลานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ชาวเมืองเก็ตตี้สเบิร์กบางคนช่วยเหลือทาสอย่างลับๆด้วยการให้อาหารและที่พักอาศัยในการเดินทางขึ้นเหนือต่อไปดังนั้นเมืองนี้จึงเป็นจุดพักสำคัญในเส้นทางการหลบหนีทาสผิวสีที่หลบหนีจากนายทาสและเจ้าของที่ดินจะได้รับการช่วยเหลือจากคนผิวขาวที่ไม่เห็นด้วยกับการค้าทาส
คนเหล่านี้เปิดบ้านให้ทาสผิวสีหลบภัย โดยมีห้องลับไว้ซ่อนทาสไม่มีใครล่วงรู้ความลับนี้นอกจากเจ้าของบ้านจากนั้นจะส่งตัวทาสสู่รัฐทางเหนือรัฐอื่นๆ เพื่อเป็นอิสระต่อไปการหลบหนีผ่านการช่วยเหลือของคนผิวขาวนี่แหละที่เรียกว่า“เส้นทางรถไฟใต้ดิน” (Underground Railroad)ไม่ใช่เส้นทางเดินรถหรือรางรถไฟแต่อย่างใด
การที่คนผิวชาวเหล่านั้นต้องแอบซ่อนทาสผิวสีรวมทั้งช่วยเหลือทาสอย่างลับๆ เพราะในปี ค.ศ.1850หรือช่วงก่อนสงครามกลางเมืองมีการออกกฎหมายกำหนดบทลงโทษรุนแรงต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลที่ไม่จับกุมทาสผู้หลบหนี โดยเจ้าหน้าที่จะถูกปรับ 1,000 ดอลลาร์ซึ่งหนึ่งพันดอลลาร์ในเวลานั้นคือเงินจำนวนมหาศาล
ผู้ที่ต้องสงสัยว่าเป็นทาสหลบหนีจะถูกจับโดยไม่มีการประกันเพื่อนำตัวส่งให้นายทาสซึ่งสามารถอ้างความเป็นเจ้าของได้เพียงด้วยการสาบานว่าเป็นเจ้าของทาสจริงคนผิวสีผู้ต้องสงสัยว่าเป็นทาสหลบหนีไม่มีสิทธิ์ขอให้ศาลพิจารณาไต่สวนใดๆ ทั้งสิ้น
ผู้ให้ความช่วยเหลือทาสโดยการให้ที่พักพิงให้อาหารหรือการช่วยเหลือใดๆ มีโทษจำคุก 6 เดือนและปรับ 1,000ดอลลาร์ ถือว่าเป็นโทษหนักมากในยุคนั้นเจ้าหน้าที่คนไหนจับทาสที่หลบหนีได้จะได้รับเงินรางวัลอย่างงาม
เรื่องนี้ยิ่งทำให้คนผิวขาวออกล่าทาสที่หลบหนีเพราะเงินรางวัลล่อใจเมื่อจับทาสมาได้แล้ว ยังสามารถนำทาสไปขายต่อได้อีกด้วยด้วยเหตุนี้การช่วยเหลือทาสผิวสีจึงต้องเก็บเป็นความลับที่สุดหากทาสผิวสีถูกจับได้ระหว่างการหลบหนี จะถูกล่าม ตัดหู ตัดแขนขาทรมานอย่างสาหัส สำหรับผู้คนในรัฐทางใต้แล้วทาสผิวสีคือสินค้าล้ำค่าเพราะระบบเศรษฐกิจทางใต้ขึ้นอยู่กับแรงงานทาสทั้งสิ้น
แฮเรียต ทับแมน คืออดีตทาสผิวสีที่หลบหนีสำเร็จและกลับมาช่วยคนอื่นอีกนับไม่ถ้วนเธอคือวีรสตรีนักต่อต้านการค้าทาสผู้ยิ่งใหญ่ แรกเกิดเป็นทาสในเรือนแต่หลบหนีออกมาได้ แถมกลับไปช่วยเหลือทาสคนอื่นๆ กว่า 70 คนให้เป็นอิสระผ่านเครือข่าย Underground Railroad นอกจากนี้ยังเป็นสายลับและพยาบาลในสงครามกลางเมืองรวมทั้งเป็นนักเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิสตรีด้วย.
เธอเป็นที่รู้จักในนาม 'โมเสส' (Moses)ถือเป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญและความมุ่งมั่นในการต่อสู้เพื่อเสรีภาพและสิทธิมนุษยชนเป็นหญิงผิวดำคนแรกที่ถูกเสนอให้มีรูปอยู่บนธนบัตร 20ดอลลาร์เพื่อเป็นการยกย่อง
.........................................................

‘ศุภจี’ระดมสมอง เปิดตัว12กูรูTTR วางเกมการค้าไทย รับมือโลกผันผวน
ชีพจรโลกธุรกิจ : 10 เมษายน 2569
ตร.จับมือ ขนส่งฯ เซ็น MOU เชื่อมข้อมูลประวัติอาชญากรรมออนไลน์ ยกระดับความปลอดภัยรับสงกรานต์
นอภ.แม่สะเรียง นำทีมรุดตรวจ พลายไอ้งางอน คุมเข้มจดทะเบียนสัตว์พาหนะ ป้องกันสวมสิทธิ์ช้างป่า
สตม.ผนึกกำลัง ทอท. ระดม จนท.ดูแลนักท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี