วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569
หลังจากผลเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ออกมาอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งผิดความคาดหมายของพรรคการเมืองใหญ่ที่หลงใหลในกระแสโพลจัดตั้ง สถานการณ์ทางการเมืองเกิดความวุ่นวาย เมื่อหลายฝ่ายไม่ยอมรับความบกพร่องของตัวเอง
ความสับสนวุ่นวายเริ่มจากความไม่พอใจคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่บกพร่องหน้าที่ผิดพลาดในการบริหารจัดการเลือกตั้งหลายประการ
พรรคประชาชน (ส้ม) กับพรรคเพื่อไทย (แดง) คาดหมายและมั่นใจชนะเลือกตั้งได้ สส.มากพอจะจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้ คือทั้ง ส้มและแดงมั่นใจว่า จะได้ สส.เข้าสภา 200 ที่นั่งขึ้นไป
ส่วนพรรคภูมิใจไทย (น้ำเงิน) ที่โพลทุกสำนักและนักวิชาการตลอดถึงกูรูการเมืองคาดการณ์ว่า ชนะเลือกตั้งมาอันดับสอง อันดับสาม โดยที่สำนักโพลและกูรูทางการเมืองมองข้ามความเก๋าเกมของอาจารย์ใหญ่ผู้นำจิตวิญญาณพรรคสีน้ำเงิน ที่เคยทำให้พรรคภูมิใจไทยชนะเลือกตั้งทุกครั้งในห้วงเวลาสามปีที่ผ่านมา
ผู้นำจิตวิญญาณพรรคน้ำเงินวางเกมให้น้ำเงินชนะเลือกตั้ง สว.ชนะเลือกตั้ง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)เกือบทั่วประเทศ เหนือแดงและส้มหลายเท่าตัว การเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ สีน้ำเงินเองจึงคาดการณ์ล่วงหน้าว่า ชนะเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ได้ สส. เข้าสภามากกว่า แดง ส้ม สองเท่า
หลังผลการเลือกตั้งไม่เป็นทางการออกมาน้ำเงินจึงเดินเกมจัดตั้งรัฐบาลผสม น้ำเงิน-แดงเงียบๆ แบบสุขุมคัมภีรภาพ ส่วนพรรคส้มเอะอะโวยวายโทษ กกต. ในความผิดพลาดจัดการเลือกตั้งราวกับว่าเป็น กกต. ฝึกงาน เพิ่งจัดการเลือกตั้งเป็นครั้งแรก
พรรคส้มคิดไปไกลถึงล้มการเลือกตั้งโดยกล่าวว่า กกต.ทำผิดกฎหมายที่จัดให้มี QR Code บนบัตรเลือกตั้งซึ่งทำให้การเลือกตั้งไม่ลับ และเป็นโมฆะได้
การโวยวายเหมือนแพ้แล้วพาลของพรรคส้ม จุดประเด็น QR Code ติดได้แนวร่วมนักวิชาการ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ตลอดกูรูทางกฎหมายบางคน สนับสนุนข้อกล่าวหาว่า มี QR Code บนบัตรเลือกตั้งทำให้การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์อาจเป็นโมฆะ
นักเคลื่อนไหวทางการเมืองและนักกฎหมาย ส่งเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาว่า QR Code บนบัตรเลือกตั้งผิดกฎหมายหรือไม่นักกฎหมายและนักการเมืองบางคนยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมพิจารณาว่า QR Code ทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ ตลอดเวลาหลายวันที่นักการเมือง นักกฎหมาย นักเคลื่อนไหวทางการเมืองตลอดถึงสื่อมวลชนวุ่นวายกับประเด็นเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่
ในท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายเปิดโอกาสให้พรรคสีน้ำเงินฟอร์มรัฐบาลน้ำเงิน แดง ผสมกับพรรคเล็กพรรคน้อย เพื่อเลี่ยงปัญหาอาจผิดมาตรฐานทางจริยธรรมได้ เกมการเมืองเหนือชั้นของอาจารย์ใหญ่ สลัดพรรคสีเขียวออกไปได้โดยใช้มาตรฐานทางจริยธรรม ฟันเพียงดาบเดียว
สีน้ำเงินซึ่งชนะเลือกตั้งแลนด์สไลด์ได้ สส. 193 ที่นั่ง ในขณะที่พรรคส้มมาอันดับสองได้ 118 ที่นั่งพรรคแดงมาอันดับสามได้ 87 ที่นั่ง พรรคกล้าธรรม(สีเขียว) มาอันดับสี่ได้ 58 ที่นั่ง ประชาธิปัตย์อันดับห้าได้ สส.เข้าสภา 22 ที่นั่ง
หลังวันที่ 8 กุมภาพันธ์ สื่อและนักวิเคราะห์การเมืองไทยจึงสมมุติรัฐบาลขึ้นมาหลายสูตร 1น้ำเงิน+แดง+เขียว 2 น้ำเงิน+เขียว+ฟ้า และพรรคเล็ก ซึ่งทฤษฎีหลังนี้มีความเป็นไปน้อยมาก เพราะ พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันอย่างแข็งขันไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม
นักวิเคราะห์การเมืองที่มองว่าสีน้ำเงินตัดสีเขียวไม่ได้ขายสีเขียวไม่ขาด พวกเขามองข้ามคำพูดเป็นนัยของนายอนุทินที่บอกว่า เป็น “รัฐบาลสีธงชาติไทย” ซึ่งหมายความว่าไม่มีสีเขียว ที่มีข้อครหาเขียวปนเทาหรือเขียวปนดำร่วมรัฐบาล ดังนั้นรัฐบาลชุดใหม่จึงมีแต่สีน้ำเงินกับแดงและพรรคเล็กพรรคน้อยมารวมเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากประมาณ 300 เสียงในสภา ที่จะประคองรัฐบาลไปได้ครบวาระสภาสี่ปี
ที่เป็นเช่นนี้ อาจเป็นเพราะอาจารย์ใหญ่พรรคสีน้ำเงิน กลัวผิดมาตรฐานจริยธรรมทางการเมืองมากกว่ากลัวการหักหลังทางการเมืองจากพรรคสีแดง อาจารย์ใหญ่มั่นใจว่า สีแดงอ่อนพลังเพราะกำลังลอกคราบใหม่อยู่ในภาวะอ่อนแรงไม่พร้อมแว้งกัดได้ หากเปรียบเทียบพรรคสีเขียวที่กำลังห้าว ก้าวร้าวท้าทายมาตรฐานทางจริยธรรมและกฎหมายไม่เว้นวัน
ผู้นำจิตวิญญาณสีน้ำเงินผู้เก๋าเกมรู้ว่าพรรคสีเขียว เป็นสายล่อฟ้าที่อาจทำให้นายอนุทินตกเก้าอี้นายกรัฐมนตรีเหมือนนายเศรษฐาทวีสิน เพราะตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีนายเศรษฐา ถูกศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเพราะผิดมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงที่แต่งตั้งบุคคลขาดคุณสมบัติเป็นรัฐมนตรี
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 76 วรรคสาม กำหนดให้ “รัฐพึงจัดให้มีมาตรฐานทางจริยธรรม เพื่อให้หน่วยงานของรัฐใช้เป็นหลักในการกำหนดประมวลจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐในหน่วยงานนั้นๆ ซึ่งต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐานทางจริยธรรมดังกล่าว
อดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ตลอดถึงนักการเมืองหลายคนเคยตกจากเก้าอี้และถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดไปเพราะตีความมาตรฐานทางจริยธรรมตามอำเภอใจ พรรคเพื่อไทยซึ่งได้บทเรียนจาก นายเศรษฐา จึงไม่กล้าแต่งตั้งนักการเมืองที่มีข้อครหาหลายราย รวมทั้ง ร.อ.ธรรมนัสพรหมเผ่า เป็นรัฐมนตรีในสมัยรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร
ร.อ.ธรรมนัสซึ่งหนีความอับอายที่ไม่ได้ร่วมรัฐบาลดังที่คุยไว้ หนีข้อครหามากมายและอาจเป็นไปได้ว่าหนีจดหมาย ป.ป.ช.ไปดูแสงเหนือในประเทศฟินแลนด์
ก่อนออกเดินทางร.อ.ธรรมนัสขู่ว่าถ้าตัวเองผิด คนที่ตั้งเขาเป็นรัฐมนตรีมาก่อนหมายถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และ นายอนุทินชาญวีรกูล ที่ตั้งเขาเป็นรองนายกรัฐมนตรี ควบ
รัฐมนตรีเกษตรฯก็ผิดด้วย
ร.อ.ธรรมนัสไม่เข้าใจหรือแสร้งไม่เข้าใจว่าศาลรัฐธรรมนูญและศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตลอดถึงศาลยุติธรรม ไม่สามารถพิจารณาคดี โดยไม่มีผู้ร้องหรือไม่มีโจทก์ฟ้องให้เป็นจำเลยได้
ไม่เชื่อลองให้นายอนุทิน แต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี ในขณะที่คดีสแกนม่านตากำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนของ ป.ป.ช.หรือไม่ก็ลองให้นายอนุทินแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีในขณะพรรคประชาธิปัตย์ส่งหลักฐานไปให้ ป.ป.ง.ตรวจสอบดำเนินคดีบุคคลที่มีชื่อปรากฏในกฎหมายปราบสแกมเมอร์ของสภาสหรัฐอเมริกา
ซึ่ง ปปง.ได้ยึด/อายัดทรัพย์ นายเบน สมิธ นายก๊ก อาน นายกิม เลียก และ นายลี ยงพัดไปแล้ว 13,070 ล้านบาท
จึงเชื่อว่านี้เป็นเหตุผลสำคัญที่พรรคสีน้ำเงินผลักพรรคสีเขียวไปเป็นฝ่ายค้านร่วมกับสีส้มและพรรคสีฟ้า เพราะสีน้ำเงินรู้ว่าอย่างน้อยหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านสองคนมีปัญหามาตรฐานทางจริยธรรม ที่บางทีอาจพ้นจากตำแหน่งทางการเมืองก่อนรัฐบาลชุดใหม่แถลงนโยบายต่อสภา
เมื่อถึงเวลานั้นก็มีแต่หัวหน้าพรรคสีฟ้านำ สส.ฝ่ายค้านในสภา 22 ที่นั่ง ซึ่งไม่มีพลังพอโค่นล้มรัฐบาลได้ ประกอบกับนิสัยถาวรของนักเลือกตั้งไทยที่มักไหลไปอยู่กับฝ่ายมีอำนาจ เชื่อว่าหลังจากนายอนุทินนำรัฐบาลประมาณ 300 เสียงบริหารประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ เร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ และแก้ปัญหาความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ก็จะมีงูเขียว งูส้ม เลื้อยไปป้วนเปี้ยนอยู่ใต้ม้านั่งนายกรัฐมนตรี
สุทิน วรรณบวร

คุณแหน:3 มีนาคม 2569
อิหร่าน เปิดยอดความสูญเสียพุ่ง 555 ราย สหรัฐ-อิสราเอลโจมตีลาม 131 เมืองทั่วประเทศ
ณัฏฐ์ มงคลนาวิน วิเคราะห์หัวใจหลัก จุดแข็ง จุดอ่อน 3 ระบอบการปกครอง
เลขาฯ แพทยสภาแจง ดรามา ไหมทองคำ ไม่ได้ขายในงานแพทย์ ยังไม่ผ่าน อย. ถือเป็นของผิดกฎหมาย
ทั่วอเมริกาเฝ้าระวังขั้นสุด สั่งเพิ่มกำลังตำรวจลาดตระเวน 24 ชม. หวั่นเกิดเหตุล้างแค้นรุนแรง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี