วันอาทิตย์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา...■■ ความจริงวรรณคดีก็ดี เพลงไทยก็ดี มีความสำคัญอย่างหนึ่ง แสดงให้เห็นว่า ชาติของเราหรือคนไทยเราหรือที่อยู่ในที่นี่ได้มีวิวัฒนาการมาอย่างไร…ได้รับเล่าเรียนความรู้ หรือว่ามีวิชาความรู้มีศิลปวิทยาค่อยๆ เจริญเติบโตขึ้นมา อันนี้สำคัญมาก ส่วนความคิดที่อยากจะได้ของใหม่ ของชาติอื่นมาประดับสติปัญญานั้น ไม่แปลก... (ความตอนหนึ่งจากพระบรมราโชวาท สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทาน ณ ห้องประชุมโรงเรียนจิตรลดา 30 มีนาคม 2518)
...■■ ไทยผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว 1 สัปดาห์เต็ม แต่ยังไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้ ซึ่งผิดกับการเลือกตั้งในญี่ปุ่น ที่เลือกตั้งวันเดียวกันไทย แต่มีแนวโน้มชัดเจนว่าเขาจะตั้งรัฐบาลได้เร็วกว่าไทย แต่จะเอาการเมืองไทยไปเทียบกับญี่ปุ่นไม่ได้ เพราะมันต่างกันลิบลับ โดยเฉพาะในเรื่องการซื้อขายเสียง การทุจริตเลือกตั้ง แล้วที่สำคัญคือคุณภาพนักการเมือง
...■■ ถามว่ารัฐบาลใหม่ของไทยจะเกิดจากการผสมพันธ์ุระหว่างพรรคใดบ้าง ตอบว่าน่าจะมาจากพรรคภูมิใจไทยผสมกับเพื่อไทย แล้วก็อาจจะมีพรรคประชาธิปัตย์ แล้วก็พรรคเล็กพรรคน้อย เช่น พลังประชารัฐ ประชาชาติ เป็นต้น สำหรับสูตรนี้จะทำให้พรรคแกนนำรัฐบาลต้องปวดหัวกับการร้องกระจองอแงโดยพรรคเล็กๆ ตลอดเวลา แล้วก็จะต้องเตรียมกล้วยไว้เลี้ยงลิงแบบชนิดที่ว่าเลี้ยงกันไปแบบไม่รู้จับ เพราะเมื่อลิงส่งเสียงกวน ก็ต้องยัดกล้วยเข้าปากทันที เพื่อให้หยุดส่งเสียงกวนประสาท
...■■ แต่มีอีกสูตรก็คือ ภูมิใจไทยกับเพื่อไทยและกล้าธรรม แต่อันนี้ก็จะทำให้ภูมิใจไทยปวดหัวกับการถูกสองพรรคร่วมรัฐบาลบีบคั้นต่อรองขอเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงสำคัญ แต่ในอีกมุมหนึ่งหากตกลงกันได้ก็จะเป็นรัฐบาลผสมสามพรรคที่มีเสถียรภาพดีมาก
...■■ ส่วนอีกสูตรก็คือพรรคภูมิใจไทยกับกล้าธรรม แล้วดึงเอาพรรคเล็กพรรคน้อยเข้าไปร่วมด้วย แต่สำหรับสูตรนี้จะทำให้พรรคภูมิใจไทยปวดเศียรเวียนกบาลจนแทบบ้าตาย เนื่องจากลิงจะเรียกร้องกล้วยตลอดเวลา แต่ที่มากกว่าคือพรรคกล้าธรรมจะกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่บีบเค้นพรรคภูมิใจไทยได้อย่างชนิดที่ว่าจะเอาอะไรก็ได้
...■■ แต่ก็ยังมีผู้มองนอกกรอบไปเลยคือให้พรรคประชาชนเป็นแกนนำรัฐบาล แล้วให้ผสมกับเพื่อไทย แล้วเอาพรรคเล็กๆ น้อยๆ เข้าไปผสมด้วย แล้วผลักให้ พรรคกล้าธรรม กับ ประชาธิปัตย์ ไปเป็นฝ่ายค้านซึ่งข้อเสนอนี้ก็น่าสนใจมิใช่น้อย เพราะคงจะเห็นการฟาดฟันกันเองจนเลือดนองสภาระหว่างพรรคกล้าธรรมกับประชาธิปัตย์ แผนนี้ก็น่าลอง เพราะในเมื่อประชาธิปัตย์ประกาศว่าไม่จับมือกับกล้าธรรมเพื่อเป็นรัฐบาล ก็อยากเห็นว่าเมื่อต้องร่วมกันเป็นฝ่ายค้าน แล้วจะเกิดอะไรสนุกสนานบานเบิกขึ้นบ้าง
...■■ พูดกันตามจริงก็แล้วกัน ตอนนี้ ขณะนี้ กกต. (คณะกรรมการการเลือกตั้ง) ยังไม่ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ดังนั้น ก็จึงยังไม่มีนักการเมืองคนใดกล้าประกาศว่าตนเองคือ สส. ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ดังนั้น เมื่อยังไม่มีคำรับรองอย่างเป็นทางการ ก็หมายความว่าการตั้งรัฐบาลใหม่จะยังไม่บังเกิดขึ้น แม้แต่ละพรรคจะพยายามจับไม้จับมือให้คำสัญญาลมๆ แล้งๆ ว่าจะร่วมรัฐบาลกันก็ตาม แต่ก็ต้องย้ำว่ายังไม่มีรัฐบาลที่เป็นทางการ ดังนั้น ก็หมายความว่ารัฐบาลปัจจุบัน คือรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ยังคงทำหน้าที่เป็นรัฐบาลต่อไป ยิ่งรักษาการนานเท่าไร ก็หมายความว่าได้ยึดกุมอำนาจรัฐไว้ในกำมือได้นานเท่านั้น ซึ่งก็คืออนุทินมีอำนาจรัฐต่อไปเรื่อยๆ
...■■ มีคำถามมากมายว่า Bar Code และ QR Code บนบัตรเลือก สส. ทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบบเขต จะทำให้ กกต. ทั้ง 7 คนต้องติดคุกหรือไม่ หรือจะทำให้การเลือกตั้งครั้งล่าสุดกลายเป็นโมฆะหรือไม่ ตอบว่าไม่น่าจะรุนแรงถึงขนาดนั้น เพราะเมื่อเอาเข้าจริงๆ ก็จะมีคำตอบว่าในการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 ก็มี Bar Code หรือ QR Code บนบัตรเลือกตั้งสส. เช่นกัน แล้วในยุคนั้นพรรคก้าวไกลชนะเลือกตั้ง แต่ทำไมพรรคก้าวไกล (ปัจจุบันคือพรรคประชาชน) ไม่คัดค้านหรือประท้วงเรื่องนี้
...■■ เรื่อง Bar Code และ QR Code บนบัตรเลือกตั้ง สส. เป็นประเด็นการเมืองโดยแท้ เพราะกลายเป็นประเด็นให้ทั้งคนสอนหนังสือในมหาวิทยาลัยที่ไม่มีความรู้ด้านBar Code และ QR Code รวมถึงสื่อมวลชนที่ไม่มีความรู้จริงๆ ด้านนี้ ตลอดจนบรรดานักเคลื่อนไหวเพื่อก่อให้เกิดความปั่นป่วนในบ้านเมือง ต่างดาหน้ากันออกมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่อง Bar Code และ QR Code กันอย่างเมามัน แต่ต้องบอกตรงๆ ว่าเวลาได้ฟังคนเหล่านี้ออกมาพล่ามเรื่องที่ตนเองไม่รู้จริง ก็ทำให้เกิดอาการสุดสังเวชเป็นที่สุด แต่ที่สังเวชมากกว่าก็คือไม่มีคนที่รู้จริงเรื่อง Bar Code และ QR Code ที่สอนหนังสืออยู่ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยชั้นนำด้านเทคโนโลยีหลายแห่งของไทยออกมาพูด ออกมาให้ความเห็นที่เป็นหลักเป็นฐานทางวิชาการกับสังคม ต้องย้ำว่าไม่มีคนรู้จริงเรื่องนี้ออกมาให้สติกับสังคมแม้แต่รายเดียว เห็นแบบนี้แล้วมันน่าสังเวชจริงๆ จนต้องตั้งคำถามว่าทำไมคนรู้จริงไม่พูด แล้วทำไมคนรู้ไม่จริงจึงพูดกันจังเลย น่าสังเวชสังคมไทยเสียเหลือเกิน
...■■ ภาพ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ พรรคเพื่อไทยสวมเสื้อแดงโดดเด่นเพียงหนึ่งเดียว โดยร่วมไปกับคณะพรรคเพื่อไทย เพื่อเจรจาตกลงการเมืองกับ อนุทินชาญวีรกูล พรรคภูมิใจไทย ต้องบอกว่า ยศชนัน แสดงออกชัดเจนว่าเขาคือตัวละครเอกของการเจรจา แต่ทว่าการไปเจรจาในครั้งนั้น ปรากฏว่า ยศชนัน แทบจะไม่ได้พูดอะไรเลย มีผู้สังเกตการณ์แล้วบอกว่านับคำพูดจากปากของยศชนัน ได้ไม่นานจะเกิน 50 คำ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ อนุทินยกมือไหว้ยศชนันแบบไหว้แล้วไหว้อีก ไหว้ตั้งแต่เริ่มพบกันจนกระทั่งถึงช่วงที่ยศชนันนั่งรถกลับ แต่ที่น่าสังเกตยิ่งกว่าก็คือ อ้วน-ภูมิธรรม เวชยชัย คนสำคัญของเพื่อไทย คนที่ ทักษิณ ชินวัตร เจ้าของพรรคเพื่อไทยไว้ใจมากในลำดับต้นๆ ของกลุ่มพลพรรคของทักษิณ วันนั้นเมื่อ ภูมิธรรมปะหน้ากับ อนุทิน ก็ดูเสมือนพูดจาประสาดอกไม้ให้กันและกันราวกับว่าทั้งสองคนนี้ไม่เคยฟาดฟันให้บรรลัยกันมาก่อน เห็นไหมว่านี่คือฉากละครการเมืองไทย ต่อให้เคยด่าทอ และฟาดฟันกันมาหนักเพียงใด แต่เมื่อต้องมาเจรจาแบ่งเค้กผลประโยชน์การเมืองกัน ก็สามารถจูบปากกันได้ ราวกับไม่เคยตบตีทะเลาะเบาะแว้งกันมาก่อน
...■■ หากพรรคเพื่อไทยจับมือกับพรรคภูมิใจไทยได้จริงๆ ก็มีคำถามว่าจะเอาอย่างไรกับเรื่องเขากระโดง เรื่องฮั้ว สว. เรื่องบ่อนกาสิโน เรื่องกัญชา เรื่องที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ ต้องไม่ลืมว่าพรรคเพื่อไทยกับภูมิใจไทยเคยห้ำหั่นกันอย่างดุเดือดในประเด็นเขากระโดง แล้วก็ยังมีประเด็นแย่งเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย จนทำให้อนุทินถึงกับประกาศแยกทางจากรัฐบาลที่มี แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี โดยอนุทินยังบอกอยู่ว่ารัฐบาลของเขานั้นไม่ใช่หลานของ uncle ฮุนเซนอย่างแน่นอน
...■■ ปิดท้ายด้วยข่าวคณะรัฐมนตรีใหม่ของไทยจะได้ชื่อว่า dream team หรือไม่ ก็ต้องรอดูกันต่อไปแต่เชื่อว่ารัฐบาลใหม่ของไทยจะเริ่มทำงานได้ไม่เร็วกว่าเดือนพฤษภาคม 2569 อย่างแน่นอน ส่วนรัฐมนตรีคลังจะชื่ออะไรไปไม่ได้เลยนอกจาก เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ในกรณีที่นายกฯ ชื่อ อนุทิน ชาญวีรกูล ส่วนกัมพูชาจะรุกรานไทยอีกหรือไม่ ก็ต้องรอดูว่าในวันที่อนุทินเป็นนายกฯ อย่างเต็มตัวในรัฐบาลหน้า ฮุนเซนจะส่งสารแสดงความยินดีมาหรือไม่ หากส่งมาก็น่าจะเบาใจเรื่องศึกกัมพูชากับไทยได้ในระดับหนึ่ง แต่หากไม่มีสารยินดีมาจากพนมเปญก็หมายความว่าการศึกก็ไม่น่าจบง่ายๆ ยกเว้นฮุนเซนหัวใจวายตายแบบกะทันหัน...■■
ธรรมกร

แตกตื่นทั้งงาน! เกิดเหตุยิงกันใกล้เทศกาลในโอไฮโอ บาดเจ็บ 12 ราย
ปีเตอร์ ฟิลลิปส์ หลานคิงชาร์ลส์ วิวาห์กับพยาบาลสาว ราชวงศ์อังกฤษพร้อมหน้า
ชัชชาติ ลุยหาเสียงบึงกุ่ม บางกะปิ ชูนโยบาย ศก.ยกระดับคุณภาพชีวิต ย้ำจุดยืนติดป้าย ต้องเท่าเทียมกัน
สุริยะใส ชี้ปมแก้ รธน. สะท้อนความขัดแย้งลึกกว่าตัวบทกฎหมาย
ชัชชาติ โต้เดือด! ยันไม่มีระบบอากง เลิกพูดได้แล้ว

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี