วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569
“อาวุธทั้งหลายย่อมนำมาซึ่งความพินาศความเจ็บปวด และความตายเท่านั้น” พระดำรัสของสมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 14 ที่ทรงแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง จากการปฏิบิติการโจมตีอิหร่านของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
การกระทำของสหรัฐอเมริกากับอิสราเอลต่ออิหร่าน และส่งผลให้อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ถูกสังหารจากการโจมตี พร้อมกับผู้นำระดับสูงของอิหร่านอีกเกือบ 40 คนเสียชีวิต ต้องถือว่า“ป่าเถื่อน”อันเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดแจ้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นการละเมิด“ธรรมนูญกรุงโรม” ที่เข้าลักษณะการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ, อาชญากรรมสงคราม และอาชญากรรมการรุกราน
ประเด็นที่เกี่ยวกับ“อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ”นั้น การที่สหรัฐอเมริการและอิสราเอลปฏิบัติการโจมตีทางอากาศเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จากการทิ้งระเบิดถล่มโรงเรียนสตรี“ชะญาเรห์ ตอยเยเบห์” ในเมืองมีนาบ ทางตอนใต้ของอิหร่าน ในขณะที่เด็กนักเรียนกำลังอยู่ระหว่างการเปลี่ยนคาบเรียน แรงระเบิดทำให้อาคารเรียนพังถล่มลงมา และมีนักเรียนหญิงอายุระหว่าง 7-12 ปีที่อยู่ภายในอาคารเสียชีวิตอย่างน้อย 165 ศพ และบาดเจ็บอีกนับร้อยคน โดยที่เวลานี้ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยในสถานที่เกิดเหตุได้สิ้นสุดลงแล้ว
โฆษกกระทรวงศึกษาธิการของอิหร่านให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว“IRNA”ซึ่งเป็นสำนักข่าวของทางการอิหร่านว่า ว่าโรงเรียนดังกล่าวซึ่งเป็นโรงเรียนประถมหญิงล้วน ถูกทิ้งระเบิดถึง 3 ครั้ง จากการปฏิบัติการโจมตีของสหรัฐอเมริกา และอิสราเอล
นี้จึงเท่ากับเป็นการโจมตีหรือการประทุษร้ายโดยตรงต่อประชากรที่เป็นพลเรือนอย่างร้ายแรง อันเป็นเหตุให้ผู้บริสุทธิ์ที่เป็นนักเรียนหญิงต้องเสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก และการปฏิบัติการของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลในครั้งนี้ เรียกว่าเข้าองค์ประกอบการก่ออาชญากรรมต่อมนุษษยชาติ 2 ประการด้วยกัน
ประการแรก เป็นการปฏิบัติการที่“เป็นส่วนหนึ่ง”ของการโจมตีหรือประทุษร้ายแก่ประชากรพลเรือน และประการที่สองผู้กระทำ คือสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล“รู้ถึง”การโจมตีหรือการประทุษร้าย นั่นก็ด้วยหลักฐานจากการเปิดเผยของโฆษกกระทรวงศึกษาธิการอิหร่าน ที่ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว“IRNA”ว่ามีการโจมตีหรือประทุษร้ายด้วยการทิ้งระเบิดอย่างเป็นระบบถึง 3 ครั้ง
เรื่องนี้ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าว CNN ได้สัมภาษณ์“ทิม ฮอว์กินส์” โฆษกกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เรื่องการโจมตีดังกล่าว นายฮอว์กินส์ตอบว่า “เราได้รับทราบรายงานความสูญเสียของพลเรือนที่เกิดจากปฏิบัติการทางทหารที่กำลังดำเนินอยู่แล้ว เราให้ความสำคัญกับรายงานเหล่านี้อย่างจริงจังและกำลังดำเนินการตรวจสอบ”
จะอย่างไรก็ตาม เมื่อสหรัฐอเมริกาที่ตั้งตนเป็น“ตำรวจโลก”เป็นผู้ก่อ“อาชญากรรมต่อนุษยชาติ”เองแล้ว คงไม่มีใครหาญกล้าที่จะจับ“ตำรวจโลก”ที่เป็น“อาชญากร”รายนี้ ก็คงได้แต่แสดงความอาลัยต่อโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น พร้อมกับการประณามความรุนแรงที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับพลเรือนผู้บริสุทธิ์ที่เป็นเด็กหญิง
ส่วนประเด็นที่เกี่ยวกับ“อาชญากรรมสงคราม” และ“อาชญากรรมการรุกราน” นั้น ก็ชัดเจนอีกเช่นกันว่า สหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ได้มีการ“วางแผน-จัดระเบียบ-เตรียมการ”ในการใช้กำลังปฏิบัติการ ไม่เพียงแต่สังหาร“อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี”ผู้นำสูงสุดอิหร่าน และครอบครัว รวมทั้งผู้นำระดับสูงของอิหร่านที่หนึ่งในนั้นมีอดีตประธานาธิบดีของอิหร่าน“มาห์มูด อาห์มาดิเนจาด” รวมอยู่ด้วยเสียชีวิตเท่านั้น การปฏิบัติการโจมตีทางอากาศทั้งในกรุงเตหะรานและเมืองอื่นๆ ของอิหร่าน ก็ยังถือว่าเป็นการรุกรานด้วยกำลังอาวุธต่อบูรณภาพแห่งดินแดนและเอกราชทางการเมืองของรัฐอื่น
อย่างน้อยก็มี 3 ชาติที่ออกมาประณามและชี้ว่า สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติเป็นผู้ทำลายสันติภาพและความั่นคงระหว่างประเทศ
“วลาดิมีร์ ปูติน”ประธานาธิบดีรัสเซีย ได้แสดงความเสียใจต่อการลอบสังหารผู้นำสูงสุดอิหร่าน พร้อมทั้งระบุว่า การเสียชีวิตของ“คาเมเนอี”คือการสังหารอย่างเหี้ยมโหดที่ละเมิดบรรทัดฐานทางศีลธรรมและกฎหมายระหว่างประเทศ
“หวัง อี้”รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ระบุว่า การโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐฯ และอิสราเอลเป็นเรื่อง“ไม่อาจยอมรับได้”เป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและบรรทัดฐานพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและเป็นการสังหารผู้นำของรัฐอธิปไตยอย่างโจ่งแจ้ง รวมทั้งเป็นการยุยงให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในอิหร่าน
และกระทรวงการต่างประเทศของเกาหลีเหนือออกแถลงการณ์ระบุว่า การโจมตีของอิสราเอลต่ออิหร่าน และปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐอเมริกา ถือเป็น “การรุกรานที่ผิดกฎหมายและเป็นการละเมิดอธิปไตยของชาติ” พร้อมทั้งยังชี้ด้วยว่า ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านนั้น อยู่ในขอบเขตที่คาดการณ์ได้ ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จากลักษณะนิสัยของสหรัฐอเมริกาแบบ“ครอบงำโลกและอันธพาล”
จากนี้ไปโลกก็จะร้อนด้วยไฟสงคราม ทั้งสงครามอาวุธที่จะต้องประหัตประหารกัน และสงครามเศรษฐกิจที่เวลานี้ราคาทองพุ่งขึ้นสูงไปแล้ว ด้วยราคาน้ำมันลื้อเพลิง ตลอดจนสินค้าอุปโภคบริโภค สุดท้ายก็ภาวะเงินเฟ้อ
สำคัญที่สุด ศาสนาอิสลามนั้นเชื่อในหลักการ“ตาต่อตา-ฟันต่อฟัน” เพราะเมื่อสหรัฐอเมริกากับอิสราเอลเป็นผู้ก่อสงคราม และยังไม่คิดจะยุติการปฏิบัติการที่เป็นการรุกรานต่อบูรณภาพแห่งดินแดนและเอกราชทางการเมืองของรัฐอื่นอิหร่านก็มีสิทธิ์ที่จะตอบโต้สหรัฐอเมริกากับอิสราเอลด้วยความชอบธรรม
อาลี ลาริจานี (Ali Larijani) เลขาธิการสภาความมั่นคงสูงสุดของอิหร่าน และเป็นที่ปรึกษาคนสำคัญของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้จากไปได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางเอ็กซ์“@alilarijani_ir”เป็นภาษาอาหรับเมื่อวันที่ 2 มีนาคมวานนี้โดยยืนยันว่า
“อิหร่านจะไม่เจรจากับสหรัฐอเมริกา เพราะอิหร่านไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มการรุกรานก่อน” !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

คุณแหน:3 มีนาคม 2569
อิหร่าน เปิดยอดความสูญเสียพุ่ง 555 ราย สหรัฐ-อิสราเอลโจมตีลาม 131 เมืองทั่วประเทศ
ณัฏฐ์ มงคลนาวิน วิเคราะห์หัวใจหลัก จุดแข็ง จุดอ่อน 3 ระบอบการปกครอง
เลขาฯ แพทยสภาแจง ดรามา ไหมทองคำ ไม่ได้ขายในงานแพทย์ ยังไม่ผ่าน อย. ถือเป็นของผิดกฎหมาย
ทั่วอเมริกาเฝ้าระวังขั้นสุด สั่งเพิ่มกำลังตำรวจลาดตระเวน 24 ชม. หวั่นเกิดเหตุล้างแค้นรุนแรง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี