วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569
nn แนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา..nn พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสอนตลอดมาว่าแผ่นดินนี้มีคุณ มีบุญคุณแก่ชีวิตของพวกเรามากมายนัก เพราะฉะนั้น ชีวิตที่เกิดมานี้อย่าได้ว่างเปล่าจงตอบแทนให้รู้สึกเสมอว่า เป็นหนี้บุญคุณแผ่นดิน..(ความตอนหนึ่งจากพระราชดำรัส สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทานแก่คณะบุคคลผู้เข้าเฝ้าฯ ถวายชัยมงคล ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม ณ ศาลาดุสิดาลัยพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต 11 สิงหาคม 2522)
..nn วันที่ 8กุมภาพันธ์นี้ อย่าลืมไปเลือกตั้ง สส. และพรรคการเมืองที่คุณพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วเห็นชอบว่าเป็นคนและพรรคที่ไม่ทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ไม่ทำลายทหาร ไม่ทำลายพี่น้องชาวไทย และขอเชิญชวนให้ไปกาช่องไม่เห็นชอบ ในการทำประชามติการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพราะไม่จำเป็นต้องร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เนื่องจากจะแก้ไขมาตราไหนที่ไม่ล้าสมัยไม่ทันยุคทันกาล ก็สามารถแก้ไขได้ในกระบวนการรัฐสภา เพราะฉะนั้น จึงไม่สมควรล้มล้างรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ย้ำว่าวันที่ 8 กุมภาฯกาช่องไม่เห็นชอบ ในบัตรออกเสียงประชามติแก้รัฐธรรมนูญ 2560
..nn สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่น่าไว้วางใจมากนัก เพราะทหารกัมพูชายังจงใจรุกคืบและก่อกวนทหารไทยที่ปฏิบัติภารกิจอยู่ที่แนวชายแดนตลอดเวลา ทั้งยั่วยุ ก่อกวน ตะโกนด่าทอ ส่องไฟเข้าไปยังฐานของทหารไทยส่งโดรนขึ้นก่อกวนตลอดเวลา และบางวันก็จู่โจมเข้าไปยังเขตแดนของไทย โดยเข้ามาพร้อมอาวุธ และลูกระเบิด ถามว่าปัญหาเหล่านี้ พรรคการเมืองทั้งหลายกว่า 70 พรรคของไทย มีปัญญาแก้ไขหรือไม่ เพราะเท่าที่เห็นนั้น พรรคการเมืองไทยทุกพรรคดีแต่พล่ามเรื่องแจกเงิน แจกสารพัดแจก และแย่งกันออกหวยสารพัดอย่าง แต่ไม่เคยเห็นพรรคไหนพูดให้ชัดถึงปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ที่กำลังบังเกิดขึ้นในปัจจุบัน
..nn การที่พรรคการเมืองไทยไม่กล้าเปิดปากให้สัญญาบอกหนทางแก้ปัญหากัมพูชารุกรานไทย แสดงว่าพรรคเหล่านั้นไม่มีปัญญาแก้ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น เมื่อพรรคการเมืองไม่มีปัญญาแก้ปัญหาที่กำลังลุกลามในปัจจุบัน ก็จึงถือได้ว่าพรรคการเมืองไม่มีปัญญาแก้ปัญหาใดๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ดังนั้น จึงต้องถือว่าพรรคการเมืองทั้งหลายดีแต่พล่ามเพ้อโกหกพกลมไปวันๆ สัญญาลมๆ แล้งๆ ว่าจะแก้ปัญหาโน่นนี่นั่นสารพัดปัญหา ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องในอนาคต ซึ่งต้องย้ำหนักแน่นแล้วขีดเส้นใต้ว่า เมื่อไม่มีปัญญาแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น ก็หมายความว่าไม่มีปัญญาแก้ปัญหาในอนาคตด้วย ขอบอกตรงๆ ว่าปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นเรื่องที่กำลังบังเกิดขึ้น แล้วก็ไม่เห็นจะมีพรรคการเมืองไหนแม้แต่พรรคเดียวมีปัญญาแก้ปัญหานี้ให้หมดสิ้นไปได้
..nn ไม่มีใครตอบได้ว่าในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ในขณะที่ประเทศไทยกำลังจัดการเลือกตั้ง สส. และลงประชามติเรื่องรัฐธรรมนูญ หากทหารกัมพูชาระดมยิงปืนใหญ่ BM-21 และอาวุธสงครามอื่นๆ เข้าใส่เขตแดนประเทศไทย จะบังเกิดความเสียหายอย่างไรต่อประเทศไทย แต่ที่แน่นอนที่สุดคือทหารไทยยืนยันว่าหากกัมพูชารุกรานไทยไม่ว่าจะวัน เวลา หรือสถานที่ใด ทหารไทยไม่ปล่อยให้กัมพูชาเล่นงานไทยฝ่ายเดียวเป็นอันขาด ทั้งนี้ ทหารไทยยืนยันว่าจะไม่ปล่อยให้กัมพูชารุกราน รุกล้ำอธิปไตยไทยแม้แต่เซนติเมตรเดียว คนไทยได้ยินคำสัญญา และได้เห็นการทำงานของทหารไทยอย่างชัดเจน แต่ไม่มีคนไทยคนไหนเห็นว่านักการเมืองมีปัญญาแก้ปัญหากัมพูชารุกรานไทยแม้แต่คนเดียว
..nn ประเทศไทยในยุคการปกครองแบบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมีระบบรัฐสภา จำเป็นต้องมีพระมหากษัตริย์ มีรัฐบาล มีนักการเมือง มีพรรคการเมือง มีประชาชนพลเมืองไทย และต้องมีทหาร และมีข้าราชการ โดยไม่สามารถขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ เพราะฉะนั้น การที่มีนักการเมืองโง่ๆ จากบางพรรคแสดงความโง่ด้วยการถามแบบหยามเหยียดว่ามีทหารไปเพื่ออะไร มีไปทำไม ไปรบกับใครก็ไม่ชนะ ต้องย้ำว่านี้คือความโง่บัดซบของนักการเมือง เมื่อนักการเมืองโง่จากพรรคการเมืองโง่ แสดงความเลวทรามบัดซบเช่นนี้ให้ปรากฏ ก็จึงต้องตอกย้ำว่าประชาชนคนไทยที่ไม่โง่บัดซบต้องไม่เลือกพรรคโง่ๆ และนักการเมืองโง่ๆ เช่นนั้น แต่หากยังมีประชาชนโง่ๆ เลือกพรรคและนักการเมืองโง่ ก็หมายถึงความวิบัติบรรลัยของประเทศชาติ เพราะฉะนั้น ย้ำว่าหากไม่ต้องการเห็นประเทศชาติพินาศบรรลัย สิ้นชาติ สิ้นความเป็นไทย และสิ้นประเทศไทย ก็ต้องไม่เลือกพรรคการเมืองที่มีนักการเมืองโง่บัดซบ โดยเฉพาะนักการเมืองทุกคนที่สังกัดพรรคการเมืองที่ถามว่ามีทหารไว้ทำไม รบกับใครก็ไม่ชนะ ทั้งนี้ ต้องถามกลับโดยทันทีว่ามีนักการเมืองโง่ๆ ไว้ทำไม มีไปก็เปล่าประโยชน์ มิหนำซ้ำยังทำให้ประเทศบรรลัยล่มสลาย
..nn ใกล้ถึงวันออกเสียงเลือกตั้ง สส. วันจริง ก็มีการดาหน้าออกมาโดยบรรดาคนสอนรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์บางคนจากมหาวิทยาลัยที่ตั้งมานานจนได้ถูกเรียกว่ามหาวิทยาลัยเก่าแก่บางแห่งว่า พรรคส้มมาแรง แต่พรรคส้มจะไม่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลผสม ส่วนอดีตอาจารย์สายเจ๊บางนางแห่งนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเก่าแก่ก็ออกมาลอยหน้าบอกว่าต้องกากบาทช่องเห็นชอบในบัตรลงประชามติ คำถามคือคนสอนหนังสือจำพวกนี้กล้าบอกตรงๆ ชัดๆ และรับรองไหมว่าพรรคสีส้มจะได้ที่นั่ง สส. 300 ที่ หากมั่นใจว่าได้ตามนั้น ก็บอกมาให้ชัด แต่หากยังพล่ามเพียงว่าพรรคสีส้ม สีน้ำเงิน สีแดง จะได้คะแนนรวมกันประมาณ 400 เสียง ก็ต้องหยุดพล่ามเรื่องสีส้มจะไม่ได้เป็นแกนนำตั้งรัฐบาลผสม เพราะต่อให้สีส้มได้ สส. มากเป็นอันดับหนึ่ง แต่ได้เพียง 130 เสียง แล้วพรรคสีน้ำเงินได้ 129 เสียง พรรคสีแดงได้ 75 เสียง มันก็ไม่มีทางรวมกันได้ 400 เสียงดังนั้น ก็ไม่ได้หมายความว่าพรรคสีส้มต้องได้เป็นแกนนำตั้งรัฐบาลผสม เพราะพรรคอื่นเขาไม่อยากจับมือด้วย แบบนี้จะด่าใครได้ ก็ในเมื่อเขาไม่สมัครใจร่วมรัฐบาล จะโทษดินฟ้าอากาศ หรือจะใส่สีด่าประณามเจ้าว่าเป็นต้นเหตุให้พรรคสีส้มไม่ได้เป็นแกนนำรัฐบาลหรืออย่างไร ย้ำว่า หากสีส้มไม่มีปัญญาลากเก้าอี้ สส. ให้ได้ถึง 270 เสียง ก็ไม่ต้องเพ้อพล่ามอีกต่อไป ย้ำว่าการเป็นรัฐบาลผสมคือการผสมกันระหว่างพรรคต่างๆ ซึ่งไม่มีหลักทฤษฎีใดกำหนดตายตัวว่าพรรคที่ได้เสียงอันดับหนึ่งต้องเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลผสม ยกเว้นพรรคที่ได้เสียงอันดับหนึ่งสามารถกวาดที่นั่ง สส. ไปกินได้เกิน 65 เปอร์เซ็นต์ของ สส. ทั้งสภา ดังนั้น คนสอนหนังสือจำพวกที่เชียร์ส้มล้มเจ้าต้องไปช่วยพรรคส้มหาที่นั่ง สส. ให้ได้อย่างน้อย 325 ที่ แล้วจึงค่อยมาลอยหน้าบอกว่าพรรคส้มต้องเป็นแกนนำรัฐบาล เรื่องพื้นๆ ตื้นๆ เช่นนี้ ไม่จำเป็นต้องมีตำแหน่งศาสตราจาน ศาสตราชามอะไรเลย ก็ต้องคิดได้แล้ว แต่ยิ่งมีตำแหน่งศาสตราจารย์ทางรัฐศาสตร์ด้านการปกครอง แต่ยังเพ้อเรื่องรัฐบาลผสมที่แพ้ชนะกันไม่กี่เสียง ก็ยิ่งน่าสมเพช แล้วทำให้ต้องตั้งคำถามว่ามีความคู่ควรกับตำแหน่งศาสตราจารย์หรือไม่ แล้วต้องถามต่อไปด้วยว่า ทำงานวิจัยอะไรมาหรือ น่ากลับไปดูงานวิจัยของศาสตราจารย์จำพวกเพ้อพล่ามเป็นที่สุด อ่านแล้วคงบังเกิดอาการสุดสังเวชไร้ขอบเขต
..nn มีคำถามต่อเนื่องมาตลอดว่าทำไมมีป้ายเชียร์ให้กากบาทช่องเห็นชอบ ประเด็นประชามติเรื่องรัฐธรรมนูญ แล้วก็มีคำถามต่อไปว่า ทำไมไม่มีป้ายกากบาทช่องไม่เห็นชอบ หรือช่องไม่แสดงความเห็น แล้วก็มีคำถามเพิ่มเติมว่า ทำไมมีอดีตอาจารย์เจ๊บางนางจากนิติศาสตร์ จุฬาฯ ลากสังขารไปโฆษณาให้กากบาทช่องเห็นชอบได้ ตอนนี้กำลังตรวจสอบว่าเจ๊รายนั้นแสดงบทที่ว่านั้นในเขตรั้วของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยหรือไม่ หากเจ๊รายที่ว่านั้นแสดงพฤติกรรมดังกล่าวในรั้วของจุฬาฯ ก็ต้องถามว่าอธิการบดี จุฬาฯ อนุญาตให้แสดงพฤติกรรมดังกล่าวได้อย่างไร แล้วคำถามคืออนุญาตให้ฝ่ายที่สนับสนุนให้กากบาทช่องไม่เห็นชอบ หรือช่องไม่แสดงความคิดเห็น ด้วยหรือไม่ เออหนอ! เหตุไฉนจึงบังเกิดเรื่องสุดพิสดารในรั้วจุฬาฯ ได้ หรือว่ามันเรื่องเช่นนี้มันมีต้นเหตุมาจากความวิปริตผิดสำแดงของผู้บริหารระดับสูงสุดของ Chula ย้ำว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยุคอธิการบดี คนล่าสุดเหลือเพียงชื่อ Chula
..nn ไหนๆ ก็พูดเรื่องความวิปริตของผู้บริหาร Chulaแล้ว ก็ต้องย้ำให้รู้ว่าชื่อของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนั้นมาจากพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ที่ทรงสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยขึ้น โดยทรงสานต่อจากโรงเรียนมหาดเล็ก หรือโรงเรียนสำหรับฝึกหัดข้าราชการฝ่ายพลเรือน ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ดังนั้น พระนาม จุฬาลงกรณ์ จึงถูกอัญเชิญไปเป็นนามของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อจะเรียกนามของมหาวิทยาลัย จึงต้องเรียกว่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือเรียกสั้นๆ ว่าจุฬาลงกรณ์ฯ ไม่ใช่ Chula แล้วก็ต้องย้ำว่า Chula ไม่ใช่จุฬาฯ แล้วที่ต้องย้ำหนักแน่นคือ Chula ไม่ใช่พระนามของรัชกาลที่ 5 แต่คือพระนามของพระองค์จุลจักรพงษ์ หรือพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ พระโอรสในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ
..nnเพราะฉะนั้น จึงย้ำ ย้ำ ย้ำว่า Chula ไม่ใช่พระนามรัชกาลที่ 5 แต่คือพระนามของพระองค์จุลฯ ดังนั้น ผู้บริหารระดับสูงของ Chula จำเป็นต้องหาความรู้เรื่องนี้ประดับสมองให้มากกว่าที่เป็นอยู่ เพราะมันผิดทั้งข้อเท็จจริงในประวัติศาสตร์ และผิดสาหัสสากรรจ์ในความรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 5 ที่มีในหัวใจของชาวจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย การเป็นผู้บริหารสูงสุดของมหาวิทยาลัยที่ใช้พระนามรัชกาลที่ 5 จึงจำเป็นต้องมีทั้งความรู้ลึก รู้จริง และต้องมีความสำนึกสำเหนียกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวให้มากกว่านี้
..nn ปิดท้ายด้วยเรื่องเศรษฐกิจสักนิด ได้รับการยืนยันจากผู้บริหารระดับสูงเบอร์หนึ่ง และเบอร์รองๆ ลงไปจาก SCG ว่าผลประกอบการปี 2568 ในด้านกระแสเงินสดยังแกร่งมาก และแกร่งกว่าปี 2567 อีกด้วย คือมีกระแสเงินสด 5.5 หมื่นล้านบาท ก็ต้องนับว่า SCG ยังคงมีผู้บริหารที่นับว่ามีฝีไม้ลายมือในระดับที่น่าชื่นชมพอควร ทั้งๆ ที่สภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยสุดปั่นป่วน อย่าลืมว่าปูนซิเมนต์ไทยกำลังถูกท้าทายอย่างหนักหน่วงจากปูนซีเมนต์จากจีน แต่การที่ SCG
ยังไม่ซวนเซจนเสียหลักล้มลงในยามนี้ ก็ต้องปรบมือให้ทีมผู้บริหารของ SCG แล้วก็หวังว่าจะสามารถนำพา SCG ให้ไปจนตลอดรอดฝั่ง ไม่ถูกปูนซีเมนต์จีนรุมกระหน่ำจนพังพาบล่มสลายไปเสียก่อน อย่างไรก็ต้องเอาใจช่วยสินค้าของไทย ผลผลิตของไทย แล้วก็ต้องกราบถวายบังคมระลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ที่พระราชทานกำเนิดปูนซิเมนต์ไทย..nn
ธรรมกร

สส.กู๊ดดี้ แฉขบวนการ IO เล่นงานสื่อ-เบี่ยงประเด็นแม่ทัพภาค 4
ปกรณ์วุฒิ อัด ป.ป.ช.โยนทิ้งทุกหลักการ หลังยกคำร้องคดี ศักดิ์สยาม
ผศ.ดร.เชษฐา ชี้สงกรานต์ 69 ฟื้นเศรษฐกิจฐานราก มองรัฐบาลมาถูกทาง
ซูการ์โน เตรียมส่งข้อมูลเชิงลึกคดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ถึงมือนายกฯ
ดร.ณัฏฐ์ รับว่าคดีบัตรเลือกตั้ง แนะ สมชัย อดีต กกต.กับพวก หยุดปั่นป่วนสังคมได้แล้ว

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี