วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้าหนังสือพิมพ์คุณภาพ ทุกบรรทัดคือสาระและข้อเท็จจริง
...nn ที่ประชุมครม. เมื่อวันอังคารที่ 5 พฤษภาคม ที่ผ่านมา มีมติยกเลิก MOU44ไปเรียบร้อย
...nn ทั้งนี้ ที่ผ่านมา MOU หรือบันทึกความเข้าใจที่ไทยกับกัมพูชา นั้น จะมีที่คุ้นหู คุ้นเคยกันอยู่ 2 ฉบับ หนึ่งคือ MOU 43 (2543) : ว่าด้วยเรื่องการปักปันเขตแดนทางบก และสองคือ MOU 44 (2544) : ว่าด้วยเรื่องพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล
...nn สำหรับ MOU 44 ซึ่งไทยเพิ่งจะยกเลิกไปแบบสดๆ ร้อนๆ คือ บันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding) ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชา ว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน โดยมีการลงนามเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2544 (ค.ศ. 2001)
...nn โดยสาระสำคัญ มีวัตถุประสงค์ทำขึ้นเพื่อเป็นกรอบและกลไกในการเจรจาปักปันเขตแดนทางทะเล และการพัฒนาทรัพยากรปิโตรเลียมร่วมกันในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล (Overlapping Claims Area - OCA) ขนาดประมาณ 26,000 ตารางกิโลเมตร ในอ่าวไทย
...nn โดยทั้งสองประเทศตกลงกันว่าจะมีการเจรจา “เส้นเขตแดนทางทะเล” และ “พื้นที่พัฒนาร่วม” (Joint Development Area - JDA) ไปพร้อมๆ กัน โดยจะไม่แยกจากกัน (Package Deal)
...nn แต่ที่ผ่านมา นับตั้งแต่มีการลงนามกันเมื่อปี 2544 ก็ไม่เคยคุยกัน หรือต่อให้คุย ชาตินี้หรือชาติหน้าก็ไม่น่าจะคุยกันรู้เรื่องหรือได้ข้อสรุป เพราะพื้นที่นี้ก็คือ “ขุมทรัพย์ทางทะเล”นั่นเอง เพราะมีทรัพยากรพลังงาน (ก๊าซธรรมชาติและน้ำมัน) จำนวนมากขณะที่ก็มีข้อพิพาทเนื่องจากทั้งสองประเทศต่างอ้างสิทธิเส้นเขตแดนต่างกัน!!
...nn “นายกฯอนุทิน”ย้ำว่า การยกเลิก MOU44 ในครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งใดๆ กับประเทศกัมพูชา แต่เป็นไปตามนโยบายที่มองว่าบันทึกความเข้าใจดังกล่าวมีการดำเนินมานานกว่า 25 ปีแล้ว แต่ยังไม่มีความก้าวหน้าในการหาข้อสรุปที่ชัดเจน หลังจากนี้ รัฐบาลจะนำอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) มาเป็นตัวอ้างอิงหลักแทน เพื่อให้มีแนวทางที่ทั้งสองประเทศสามารถใช้ร่วมกันได้ในฐานะภาคี
...nn “รัฐบาลจะเดินหน้านโยบาย “Thailand First” ว่าประเทศไทยจะไม่มีการสูญเสียดินแดนหรือผลประโยชน์ของชาติอย่างแน่นอน ในส่วนของสถานการณ์ชายแดน ฝ่ายความมั่นคงและกองทัพได้มีการเฝ้าระวังอย่างเต็มที่และไม่มีประเด็นที่น่ากังวล โดยสถานการณ์ภาพรวมมีแนวโน้มดีขึ้น นอกจากนี้ ยังมีกำหนดการที่อาจจะได้พบปะกับผู้นำกัมพูชาในการประชุมอาเซียนซัมมิทที่ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งอาจมีการพูดคุยเพิ่มเติม”
...nn หันไปมองกันที่ฝั่งกัมพูชา หลังจากที่รู้ว่า ไทยฉีก MOU 44 ไปเรียบร้อยแล้ว โดย “ฮุน มาเนต” คร่ำครวญว่า เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ประเทศไทยตัดสินใจถอนตัวออกจาก MOU แต่เพียงฝ่ายเดียว ซึ่งกัมพูชาให้ความสำคัญกับกลไกแบบทวิภาคี ตามบันทึกความเข้าใจฉบับนี้มาโดยตลอดในการแก้ไขปัญหาข้อพิพาททางทะเลที่ทับซ้อนกัน ประเทศไทยได้ทำให้กัมพูชาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องหันไปพึ่ง UNCLOS โดยเฉพาะกลไกการไกล่เกลี่ยภาคบังคับ เพื่อแก้ไขปัญหาข้อพิพาทที่ทับซ้อนกัน
...nn สังเกตได้ว่า ทั้งนายกฯไทยและนายกฯกัมพูชา ต่างอ้างว่าต่อไปจะต้อง UNCLOS มาแก้ปัญหาข้อพิพาทแทน MOU 44 “คชสีห์” พลิกตำรา หาบทบาทและหน้าที่ของ UNCLOS ได้ความว่า UNCLOS คือ อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (United Nations Convention on the Law of the Sea) คือ “ธรรมนูญแห่งมหาสมุทร” ที่เปรียบเสมือนกฎหมายสูงสุดระหว่างประเทศที่กำหนดสิทธิ หน้าที่ และเขตอำนาจทางทะเลของรัฐต่างๆ ครอบคลุมการใช้ประโยชน์จากทะเล การอนุรักษ์ทรัพยากร และการแก้ปัญหาพิพาททางทะเลโดยจะมีการสร้างกฎกติกาที่ชัดเจน เพื่อใช้ในการอ้างสิทธิ์เหนือพื้นที่ทางทะเล แทนการใช้กำลังทหาร
...nn เอาล่ะ ไหนๆ ไทยก็ยกเลิก MOU 44 ไปแล้ว ทีนี้ก็เหลือ MOU 43 อีกฉบับ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าไทยจะแบกต่อไปทำไมให้มันเมื่อยมือ ฉีกอีกสักฉบับ รัฐบาลอนุทิน จะได้รับเสียงปรบมืออย่างท่วมท้น!!
...nn คลับคล้ายว่า รัฐบาลกำลังจะถอยและหาทางลงจาก “แลนด์บริดจ์” ด้วยการแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาเพิ่มเติมเป็นเวลา90 วัน โดยมี “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ”รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เป็นประธาน ส่วนจะเป็นการถอยเพื่อรุกหรือไม่นั้น ก็ขอให้ดูกันยาวๆ แต่เวลานี้ “รองฯเอกนิติ”กลายเป็นแก้วสารพัดนึกของรัฐบาลไปแล้ว เพราะแบกทั้งภาระ ทั้งเผือกร้อนไปเต็มๆ ว่า สดๆ ร้อนๆ ก็เรื่องพ.ร.ก.กู้เงิน4 แสนล้าน จนมาถึงเรื่อง “แลนด์บริดจ์”
...nnพูดถึง “แลนด์บริดจ์” โครงการเจ้าปัญหา “คชสีห์” มีข้อคิดอันแหลมคมจากนักธุรกิจ ซึ่งแสดงความเห็นเอาไว้ดังนี้ “สำหรับโครงการแลนด์บริดจ์ที่สิงคโปร์นึกว่าคนไทยโง่กว่ามันแล้วมาหลอกให้คนไทยหลงไปทำโครงการ ในฐานะคนไทยนักเรียนทุนรัฐบาลด้วยกัน เราอยากท้าให้เจ้าสิงคโปร์มาลงทุนทำท่าเรือทั้งสองฝั่งเองซื้อที่ดินเองแล้วจะใช้ใครเป็นนอมินีก็ได้เพียงแต่แจ้งให้รัฐบาลอนุญาต ดูสิว่าเขาจะมีปัญญาทำขาดทุนไปได้กี่ปี เพราะไม่ทราบว่าจะมีเจ้าของเรือคนไหนจะมีปัญญาเอาเรือมาบริการขนส่งให้ได้
...nn ข้อเท็จจริงเรามีท่าเรือชั้นหนึ่งที่ระนองอยู่แล้ว ทางรถก็มีอยู่แล้วขาดแค่รถไฟ ท่าเรือฝั่งอ่าวไทยก็มีอยู่แลัว แต่ถ้ามีสิงคโปร์จะไปสร้างท่าเรือใหม่ฝั่งอ่าวไทยเพิ่ม และทำทางรถไฟเพิ่มด้วยเงินของเขาเองเราก็ไม่ควรขัดใจเขา มันจะเป็นการสร้างงานให้ประเทศได้มากขื้น แต่รัฐบาลไม่ควรไปหยุดยั้งเมกะโปรเจกต์อื่น เช่น โครงการคลองไทย ควรให้เป็นสัมปทานคู่กันไป แล้วดูว่าใครจะอยู่รอด โดยรัฐบาลไม่ต้องเสียงบประมาณอันเป็นภาษีของประชาชน ขณะเดียวกัน ได้สร้างงานเพิ่ม จีดีพี ให้ประเทศแก้ปัญหา Stagflation ประชาชนจะได้มีงานทำอยู่ดีกินดีปรับระดับของประเทศเข้าสู่ประเทศที่มีความเจริญสูงขึ้น ทั้งทางวิชาการ เทคโนโลยี การลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตก็จะเกิดขึ้นตามมา....”!!
คชสีห์

บุกค้นบ้านหรูกลางเมืองพัทยา รวบ 3 จีนเทา ลักลอบผลิต บุหรี่ไฟฟ้าซอมบี้
ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ทูตต่างประเทศ เฝ้าฯ กราบบังคมทูลลา
ทูตอิหร่าน ดัน จีน เป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยหยุดสงคราม ก่อน ทรัมป์ เหยียบแผ่นดินมังกร
ต๊ะ นารากร เผยเหตุผลไม่ทำช่องข่าวตัวเอง เพราะไม่อยากขโมยงานใคร
ในหลวง โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯนราธิวาส เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบกำลังพลบาดเจ็บเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี